อัปเดตล่าสุด กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ ลาคลอด 120 วัน นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับคุณแม่ 60 วัน ประกันสังคมจ่าย 45 วัน โดยสรุปสาระสำคัญที่เข้าใจง่ายได้ดังนี้ค่ะ
ลาคลอด 120 วัน นายจ้างจ่ายค่าจ้าง 60 วัน
สิทธิลาคลอด สำหรับคุณแม่
- ลาคลอดได้นานขึ้น: จากเดิมที่คุณแม่เคยลาคลอดได้ 98 วัน กฎหมายใหม่จะเพิ่มให้ ลาคลอด 120 วัน (ประมาณ 4 เดือน) เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาพักฟื้นและดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่
- ช่วงลาคลอดยังมีรายได้: ในระหว่างที่ลาคลอด 120 วัน คุณแม่จะยังคงได้รับค่าจ้าง โดยนายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ 60 วัน (ส่วนที่เหลือเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมตามปกติ)
- สิทธิลาพิเศษกรณีลูกป่วย: หากลูกน้อยมีภาวะเจ็บป่วยที่น่ากังวล มีความผิดปกติ หรือพิการ คุณแม่สามารถลาเพื่อดูแลลูกต่อได้อีก 15 วัน โดยในช่วง 15 วันนี้ จะได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 50% (ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน)
สิทธิลาเลี้ยงลูก สำหรับคุณพ่อ
- คุณพ่อลาไปช่วยภรรยาได้: กฎหมายใหม่เข้าใจดีว่าคุณพ่อก็มีบทบาทสำคัญ จึงกำหนดให้สามีสามารถลาไปช่วยดูแลภรรยาและลูกได้ 15 วัน
- รับเงินเดือนเต็ม: ในช่วงที่คุณพ่อลา 15 วัน จะยังคงได้รับค่าจ้างเต็ม 100% จากนายจ้าง
- เลือกวันลาได้: คุณพ่อสามารถใช้สิทธิ์ลานี้ได้ในช่วงก่อนวันคลอด หรือภายใน 90 วันหลังจากที่ลูกน้อยคลอด
ลาคลอด 120 วัน เริ่มใช้เมื่อไหร่
กฎหมาย ลาคลอด 120 วัน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ สำหรับครอบครัวไทยค่ะ

สิทธิประโยชน์คนท้อง ตามกฎหมาย ที่คุณแม่ทุกคนต้องรู้
ในระหว่างที่รอร่างกฎหมายใหม่บังคับใช้ คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและสิทธิจากประกันสังคมที่คุ้มครองอยู่แล้ว ดังนี้
1. สิทธิด้านการทำงาน (กฎหมายคุ้มครองแรงงาน)
นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างที่ตั้งครรภ์ตามข้อกำหนดต่อไปนี้
- ห้ามเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์: นายจ้างไม่สามารถให้คุณออกจากงานด้วยเหตุผลว่าคุณกำลังตั้งครรภ์
- ห้ามทำงานเสี่ยงอันตราย: ห้ามให้คุณแม่ทำงานที่อาจกระทบกระเทือนต่อทารกในครรภ์ เช่น
- งานเกี่ยวกับเครื่องจักรที่มีความสั่นสะเทือน
- งานยก แบก หาม หรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม
- งานที่ทำบนนั่งร้านสูงเกิน 10 เมตร
- งานที่ทำในเรือ
- จำกัดเวลาทำงาน: ห้ามให้นายจ้างให้คุณแม่ทำงานล่วงเวลา (OT), ทำงานในวันหยุด หรือทำงานในช่วงเวลากลางคืนระหว่าง 22:00 น. – 06:00 น.
- สิทธิเปลี่ยนหน้าที่ชั่วคราว: หากงานเดิมของคุณมีความเสี่ยง คุณแม่สามารถขอให้นายจ้างเปลี่ยนหน้าที่การงานให้ชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้
2. สิทธิวันลาคลอดใหม่
- คุณแม่มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรได้ 120 วัน (นับรวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด, วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่อยู่ในช่วงลา)
- รายได้ระหว่างลา: คุณแม่จะได้รับค่าจ้าง 60 วันจากนายจ้าง และได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากประกันสังคมอีก 45 วัน

3. สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม (สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39)
คุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน (โดยต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนคลอด) จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังนี้
- ค่าตรวจและฝากครรภ์: เบิกได้ตามจริงรวมสูงสุด 1,500 บาท (แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ครั้ง)
- ค่าคลอดบุตร: เบิกได้แบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) สามารถคลอดที่โรงพยาบาลใดก็ได้ หากสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ให้เลือกใช้สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
- เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร: ได้รับในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุด 17,500 บาท สามารถเบิกได้ 26,250 บาท / ครั้ง)
- เงินสงเคราะห์บุตร: ได้รับเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
4. สิทธิประโยชน์บัตรทองสำหรับคนท้อง
สำหรับคุณแม่ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “สิทธิบัตรทอง” (หรือที่เคยเรียกว่าบัตร 30 บาท) ก็มีสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
คุณแม่สามารถเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการ (โรงพยาบาลรัฐ หรือสถานพยาบาล) ที่ลงทะเบียนสิทธิไว้ โดยแสดงเพียงบัตรประชาชนใบเดียว
|
สิทธิบัตรทองสำหรับคนท้อง
|
ช่วงฝากครรภ์
|
- ทดสอบการตั้งครรภ์: หากไม่แน่ใจ สามารถเข้ารับการตรวจได้
- ฝากครรภ์คุณภาพ: ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความจำเป็น
- ตรวจคัดกรองฟรี:
- ตรวจเลือด: คัดกรองภาวะโลหิตจาง (ซีด), ธาลัสซีเมีย, ซิฟิลิส, ตับอักเสบบี และตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV)
- ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม: สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง
- ตรวจปัสสาวะ
- ตรวจอัลตราซาวด์: เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์
- ฉีดวัคซีนฟรี:
- ยาบำรุงครรภ์: ได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก, โฟลิก และไอโอดีน ตลอดการตั้งครรภ์
- ดูแลสุขภาพช่องปาก: ตรวจสุขภาพฟัน ขูดหินปูน และทำความสะอาดช่องปาก
- ตรวจคัดกรองคู่สมรส: สามารถตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียและซิฟิลิสในสามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์ได้ด้วย เพื่อวางแผนดูแลครรภ์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ประเมินสุขภาพจิต: เพื่อดูแลสภาพจิตใจของคุณแม่ให้พร้อม
|
ช่วงคลอดบุตร
|
- คลอดบุตรฟรี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง:
- ครอบคลุมทั้ง การคลอดธรรมชาติ และ การผ่าตัดคลอด (ในกรณีมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์)
- หากคุณแม่ต้องการผ่าคลอดเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง
- การให้ยาต้านไวรัส: ในกรณีที่คุณแม่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับยาเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก
|
ช่วงหลังคลอด
|
- การดูแลหลังคลอด: เข้ารับการตรวจสุขภาพทั้งแม่และลูกตามมาตรฐาน
- ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: ได้รับคำแนะนำและการสนับสนุน
- บริการวางแผนครอบครัว: ให้คำปรึกษาและบริการคุมกำเนิดหลังคลอด
|
หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะช่วยให้คุณแม่ได้ทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลสุขภาพและต้อนรับลูกน้อยได้อย่างมีความสุขที่สุดนะคะ
ที่มา: ThaiPBS
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
30 บาทรักษาทุกที่ สิทธิบัตรทอง 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่! เจ็บป่วย-ทำฟัน ที่คลินิกเอกชน ได้กี่ครั้ง?
ใช้สิทธิบัตรทอง นอกพื้นที่ คลอดลูก ได้หรือไม่? เช็กเงื่อนไขที่นี่!
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!