คุณแม่หลายคนคงทราบดีว่า นมแม่ คือสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก แต่รู้ไหมคะว่า นอกเหนือจากภูมิคุ้มกันและสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว ผลวิจัยล่าสุดจากวารสาร Appetite ยังเผยความลับที่น่าทึ่งว่า การให้นมแม่ตั้งแต่วัยทารก อาจช่วยให้ลูกน้อยมี “ทักษะการควบคุมตนเอง” (Self-Control) ที่ดีกว่าเมื่อพวกเขาเติบโตเข้าสู่วัยอนุบาลค่ะ!
“ทักษะการควบคุมตนเอง” คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ
ทักษะที่เรียกว่า Executive Function หรือ “การทำงานของสมองส่วนบริหารจัดการ” คือความสามารถในการจัดการความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตัวเองเพื่อไปถึงเป้าหมาย ฟังดูซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วคือ ทักษะง่ายๆ อย่างเช่น การรอคอย การอดทน และการไม่หุนหันพลันแล่น นั่นเองค่ะ
ทักษะการควบคุมตนเอง จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงอายุ 3-5 ขวบ และงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า เด็กที่มี ทักษะการควบคุมตนเอง ที่แข็งแกร่งตั้งแต่เล็ก มักเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีและมีความสุขกับชีวิตมากกว่าด้วยค่ะ
ทำไม การกินนมจากอกแม่ ถึงส่งผลต่อสมองและพฤติกรรม?
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดัลฮาวซี (Dalhousie University) ได้ทำการศึกษาติดตามเด็กกว่า 500 คน ตั้งแต่แบเบาะจนถึงวัย 3 ขวบครึ่ง และพบสิ่งที่น่าสนใจมากค่ะ พวกเขาอธิบายว่าการให้นมบุตรจากอกแม่เป็นการฝึกฝน “ความสามารถในการจัดการอารมณ์และพฤติกรรม” ผ่านกิจวัตรประจำวัน
เมื่อลูกดูดนมจากเต้า
คุณแม่จะไม่เห็นปริมาณน้ำนมที่ชัดเจน ดังนั้นลูกจะเป็นคนกำหนดเองว่า “อิ่มตอนไหน” การที่เด็กต้องคอยรับรู้ความรู้สึกอิ่มจากภายในร่างกายตัวเองหลายครั้งต่อวัน คือการฝึกฝน การยับยั้งชั่งใจ (Inhibition Control) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของสมองส่วนบริหารจัดการ (Executive Function) นั่นเอง
เมื่อลูกดูดนมจากขวด
บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะลุ้นให้ลูกดื่มจนหมดขวดตามที่เตรียมไว้ แม้ลูกจะเริ่มอิ่มแล้ว แต่การกระตุ้นจากภายนอกอาจทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะฟัง สายตาแม่ มากกว่า ฟังเสียงจากท้องตัวเองค่ะ

ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในวัย 3 ขวบครึ่ง
กลุ่มตัวอย่างถูกแบ่งตามระยะเวลาที่ได้รับนมแม่ 4 กลุ่ม ได้แก่ ไม่เคยได้รับเลย / น้อยกว่า 3 เดือน / 3-6 เดือน / และ 6 เดือนขึ้นไป
เมื่อเด็กกลุ่มนี้โตขึ้นจนถึงวัย 3 ขวบครึ่ง ทีมวิจัยได้ทำการทดสอบทักษะการควบคุมตนเอง เช่น
- เกมสลับท่าทาง: ผู้ใหญ่แสดงท่ากำมือหรือแบมือ เด็กต้องทำ “ตรงกันข้าม” ซึ่งต้องอาศัยการข่มใจไม่เลียนแบบตาม
- เกมดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์: เห็นรูปดวงอาทิตย์ต้องพูด “กลางคืน” เห็นดวงจันทร์ต้องพูด “กลางวัน” เกมนี้ฟังดูง่ายแต่ท้าทายมากสำหรับเด็กเล็กค่ะ
ผลที่พบ:
- การยับยั้งชั่งใจดีกว่า: เด็กที่ได้รับนมแม่นาน 3 เดือนขึ้นไป ทำแบบทดสอบได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นผลชัดเจนที่สุดในกลุ่มที่ได้รับนมแม่มากกว่า 6 เดือน
- พฤติกรรมดีกว่า: คุณแม่รายงานว่าลูกกลุ่มนี้มีความนิ่งกว่า ไม่หุนหันพลันแล่น และมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้ดีกว่าเมื่อเข้าสู่วัยเรียน
โซฟี ฌาคส์ ผู้เขียน งานวิจัยและรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยดัลฮาวซี กล่าวว่า ผู้ที่มีความสามารถในการควบคุมตนเองสูงมักจะมีสุขภาพที่ดีและประสบความสำเร็จทางการเงินในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากการควบคุมตนเองมีความสำคัญตลอดช่วงชีวิต

แล้วแม่ที่ให้นมจากขวดล่ะ?
ไม่ต้องกังวลค่ะ นักวิจัยเน้นย้ำชัดเจนมากว่า ผลการศึกษานี้ ไม่ได้หมายความว่าการให้นมขวดจะทำให้ลูก “ควบคุมตัวเองไม่ได้” และไม่ต้องการให้ใครรู้สึกผิดกับการตัดสินใจในการเลี้ยงลูกของตัวเองด้วยค่ะ
สิ่งสำคัญที่จริงๆ แล้วอยู่เบื้องหลังงานวิจัยนี้คือ “การสังเกตสัญญาณของลูก” ไม่ว่าจะให้นมจากเต้าหรือขวดก็ตาม ถ้าแม่ตอบสนองต่อสัญญาณหิว-อิ่มของลูก และปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินใจปริมาณเอง ลูกก็จะได้ฝึกทักษะนี้เช่นกัน
ฝึก “ทักษะการควบคุมตนเอง” ให้ลูกได้ในชีวิตประจำวัน
ข่าวดีคือ ทักษะนี้ฝึกได้จากหลายกิจกรรมที่พ่อแม่ทำอยู่แล้วทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่นมแม่เท่านั้นค่ะ
- ฝึกให้ลูกรอคอย เช่น รอก่อนได้ของเล่น หรือรอถึงเวลาอาหาร
- กิจวัตรที่สม่ำเสมอ เช่น เวลานอน เวลากิน ช่วยให้สมองเด็กเรียนรู้การจัดการตัวเอง
- ฝึกดนตรีหรือกีฬาเป็นทีม ที่ต้องรับฟังกฎและฝึกความอดทน
- สังเกตสัญญาณหิว-อิ่มของลูก แม้ตอนให้นมขวด อย่าเร่งให้ดื่มจนหมดทุกครั้ง
นมแม่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งอาหาร แต่คือ โรงเรียนฝึกสติแห่งแรกของลูก ยิ่งลูกมีโอกาสฝึกฝนการควบคุมตัวเองผ่านการกินและการใช้ชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่ ทักษะเหล่านี้ก็จะแข็งแกร่งและติดตัวเขาไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จค่ะ
อ้างอิง: งานวิจัยโดย Sophie Jacques et al. จากวารสาร Appetite และ psypost.org
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิจัยใหม่ชี้! ระยะเวลาการให้นมแม่ ยิ่งให้นาน ลูกยิ่งเก่งเลขและภาษา
แจกฟรี!! ตารางความถี่ให้นมลูก การให้นมเด็กแรกเกิด – 12 เดือน
คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!