รู้หรือไม่คะว่า ปัจจุบันสถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากทีเดียว เพราะมีสถิติจากกรมอนามัยพบว่า เด็กไทยคลอดก่อนกำหนด ประมาณ 1 ใน 10 ราย (หรือร้อยละ 10) ซึ่งภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลแค่ตอนแรกเกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกเสียชีวิตหรือมีความพิการได้ด้วย
การคลอดก่อนกำหนด อันตรายยังไง?
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า การที่ลูกน้อยคลอดก่อนกำหนด จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของทารกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาระบบทางเดินหายใจ สมอง ระบบภูมิคุ้มกัน และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในอนาคตอีกด้วย
ใครบ้างที่เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่มักพบในหญิงไทย ได้แก่ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น, การมีภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสม, การมีโรคประจำตัว (เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง), การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและการติดเชื้อในช่องคลอด และที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงคือ ปัญหาสุขภาพช่องปาก ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้ เด็กไทยคลอดก่อนกำหนด เช่นกันค่ะ
วิธีป้องกัน เด็กไทยคลอดก่อนกำหนด ที่ง่ายและดีที่สุด
พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เน้นย้ำหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะนี้ว่า คุณแม่ควรรีบไป “ฝากครรภ์” ภายใน 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เพราะการฝากครรภ์เร็วจะช่วยให้คุณแม่ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงต่างๆ อย่างครอบคลุมตั้งแต่เนิ่นๆ คุณหมอจะได้ประเมินสุขภาพ ตรวจหาภาวะแทรกซ้อน และวางแผนการดูแลคุณแม่แบบรายบุคคล ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็กำลังเดินหน้าตั้งเป้าที่จะลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดให้เหลือต่ำกว่าร้อยละ 8 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของแม่และเด็กไทยอย่างยั่งยืนค่ะ

ผลกระทบจากการ “คลอดก่อนกำหนด” เรื่องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวัง!
คุณแม่ทราบไหมคะว่า ภาวะคลอดก่อนกำหนดนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากๆ เพราะผลกระทบที่ตามมาไม่ได้จบแค่ในห้องคลอด แต่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลใน 2 ส่วนหลักๆ นั่นคือ ผลกระทบต่อตัวลูกน้อยเอง และผลกระทบต่อครอบครัวของเราค่ะ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
-
ผลกระทบต่อตัวลูกน้อย ที่ก่อนกำหนด
เมื่อลูกน้อยต้องออกมาลืมตาดูโลกก่อนเวลาอันควร อวัยวะต่างๆ ในร่างกายจึงยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่และไม่พร้อมทำงานค่ะ ทำให้ลูกเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง อาการที่เจอบ่อยที่สุดคือ ภาวะหายใจลำบาก เพราะปอดของน้องยังไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังอาจพบภาวะรุนแรงอย่าง เลือดออกในสมอง, ลำไส้เน่าตายจากการขาดเลือด หรือมีการติดเชื้อขั้นรุนแรงได้ค่ะ
ยิ่งในกรณีที่ทารกคลอดออกมาตอนอายุครรภ์น้อยมากๆ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจรุนแรงถึงขั้นพรากชีวิตลูกน้อยไปจากเราได้เลยนะคะ ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของกรมอนามัยที่เน้นย้ำว่า ภาวะคลอดก่อนกำหนดเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในทารกแรกเกิด และยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระบบทางเดินหายใจ สมอง ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเรื้อรังในอนาคตด้วยค่ะ
-
ผลกระทบต่อครอบครัวและคนเลี้ยงดู
แน่นอนว่าเมื่อลูกน้อยเกิดภาวะนี้ ครอบครัวก็ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ค่ะ เพราะทารกที่คลอดก่อนกำหนดต้องการการดูแลเอาใจใส่ที่พิเศษกว่าปกติ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นจากการพาลูกน้อยเดินทางไปโรงพยาบาลหลายครั้ง และเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนมาก สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือ “ภาระค่าใช้จ่าย” ที่จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินและความเครียดในครอบครัวได้ค่ะ
สัญญาณเตือนและวิธีดูแลตัวเอง ป้องกันคลอดก่อนกำหนด
เพื่อให้บทความนี้ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สูงสุดในการดูแลตัวเองของคุณแม่ ข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยได้แนะนำ “สัญญาณเตือน” ที่บ่งบอกว่าอาจเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด หากคุณแม่มีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดนะคะ
- มีอาการปวดท้องปั้น หรือมดลูกหดรัดตัวอย่างสม่ำเสมอและถี่ขึ้น
- มีน้ำเดิน หรือมีของเหลวใสไหลออกจากช่องคลอด
- มีเลือดหรือมูกเลือดออกทางช่องคลอด
- ปวดหน่วงลงช่องคลอดหรือปวดหลังส่วนล่าง อย่างต่อเนื่อง
เคล็ดลับดูแลครรภ์ให้แข็งแรง
- ดูแลโภชนาการให้ดี: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิก ธาตุเหล็ก และแคลเซียม
- งดพฤติกรรมเสี่ยง: ควรงดสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงความเครียด
- รักษาสุขอนามัย: ดูแลความสะอาดของร่างกายและช่องปากอยู่เสมอ หากมีอาการตกขาวผิดปกติ คันช่องคลอด หรือปัสสาวะแสบขัด ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการติดเชื้อทันที
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าร้อนต้องระวัง! วิจัยเผย อากาศร้อนเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด
24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อาการปกติ vs ผิดปกติ ที่ต้องสังเกต
เจ็บท้องเตือน vs เจ็บท้องคลอด เหมือนหรือต่าง สังเกตและรับมืออย่างไร
แหล่งอ้างอิง
อนามัยมีเดีย , คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!