โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คุกคามคนไทย วิธีการดูแลคนท้องเป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คุกคามคนไทย วิธีการดูแลคนท้องเป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน โรคที่หลาย ๆ คนมองข้าม เป็นภัยเงียบที่คุกคามคนไทย พบมีอัตราสูงขึ้น ขอนำบทความเกี่ยวกับโรคเบาหวานมาฝากทุกคนกันค่ะ

โรคเบาหวาน โรคที่หลาย ๆ คนมองข้าม เป็นภัยเงียบที่คุกคามคนไทย จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยโดยการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายพบว่า ความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปีพ.ศ. 2547 เป็น ร้อยละ 8.8 ในปีพ.ศ. 2557 วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความเกี่ยวกับโรคเบาหวานมาฝากทุกคนกันค่ะ

 

โดยสถิติแล้วผู้หญิงเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 9.8 ในขณะที่ผู้ช้ายเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 7.8 และกลุ่มอายุ 60-69 ปี พบว่ามีความชุกของโรคเบาหวานสูงที่สุด (ร้อยละ 15.9 ในผู้ชาย และร้อยละ 21.9 ในผู้หญิง)

 

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่สัมพันธ์กับการกินอาหารทุกชนิด เพราะไม่ว่าจะเป็นการรับประทานข้าว กินขนมปัง นม เนื้อสัตว์ ขนมหวาน หรือแม้กระทั่งน้ำผลไม้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกกระบวนการย่อยอาหารแปลงเป็น “น้ำตาลกลูโคส” โดยมี อินซูลิน ซึ่งผลิตโดยตับอ่อน ทำหน้าที่เสมือนกุญแจปลดล็อคและพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทั่วร่างกาย แต่เมื่ออินซูลินทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้น้ำตาลในเลือดมีความเข้มข้น

 

โรคเบาหวาน

โรค เบาหวาน

 

แพทย์ได้แบ่งประเภทของเบาหวานออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  • เบาหวาน ประเภทที่ 1 เกิดจากความบกพร่องของร่างกาย เซลล์ของตับอ่อนถูกทำลายจนไม่สามารถสร้างอินซูลินออกมาได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เบาหวานชนิดนี้พบมากในเด็กและวัยรุ่น รักษาด้วยการฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิต
  • เบาหวาน ประเภทที่ 2 ในอดีตมักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มพบในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปีลงเรื่อย ๆ ซึ่งเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด คือเด็กอ้วน เบาหวานชนิดนี้ ตับอ่อนยังผลิตอินซูลินได้ แต่ไขมันส่วนเกินจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน จนกลายเป็นภาวะดื้ออินซูลิน หมอจะแนะนำให้รักษาโดยการทานยา ร่วมกับควบคุมอาหารและหมั่นออกกำลังกาย

 

จากสถิติของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก พบว่า กว่า 95% ของคนที่เป็นเบาหวาน มักป่วยด้วย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรค เป็นผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจุบันมีแม่จำนวนมากขาดความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการที่เหมาะสม เป็นเหตุให้มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ราว 13% เสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วน

 

ผลที่สังเกตเห็น คือ เด็กยังคงมีภาวะกรดในเลือดสูง (ซึ่งเกิดจากร่างกายมีอัตราเผาผลาญไขมันสูง) แต่ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร เมื่อเทียบกับตอนรักษาด้วยการฉีดอินซูลินแล้ว การกินอาหารสูตรไขมันสูงแต่คาร์โบไฮเดรตต่ำมีข้อดีดังนี้

 

โรคเบาหวาน

โรคเบา หวาน

 

  • รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ลดน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าตอนรักษาด้วยอินซูลิน
  • ไม่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ
  • ให้ผลดีต่อเนื่องระยะยาว

 

ในช่วงตั้งครรภ์คุณหมอจะมีวิธีการดูแลคุณแม่โรคเบาหวานอย่างไร

การดูแลคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานให้ได้ผลดีจะต้องมีทีมงานหลายฝ่ายทั้ง คุณหมอ นักโภชนาการ พยาบาล เพื่อได้ช่วยกันทำให้การควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดของคุณแม่และการติดตามการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์

 

การควบคุมระดับน้ำตาล

คุณแม่จะได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจดูระดับนํ้าตาลเป็นระยะ ๆ จะมากหรือน้อยครั้งก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็น จากค่าระดับนํ้าตาลที่ได้ ทั้งคุณหมอและนักโภชนาการจะนำมาคำนวณเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่คุณแม่และจัดเตรียมขนาดยาอินซูลินเพื่อฉีดให้เหมาะสม

 

โรคเบาหวาน

โรค เบา หวาน

 

การติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

ลูกน้อยในครรภ์จะได้รับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์เป็นระยะ ๆ เพื่อประเมินการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ถ้ามีปัญหาจะได้แก้ไขและให้การดูแลที่เหมาะสมต่อไป

 

ผลกระทบของโรคเบาหวานต่อการตั้งครรภ์

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์  ให้ข้อมูลว่า คุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานมาตั้งแต่ก่อนที่จะตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกับคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์หลายประการ และส่วนมากแล้วภาวะแทรกซ้อนที่มีก็มักจะรุนแรงกว่าภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์ ยิ่งคุณแม่เป็นโรคเบาหวานมาก่อนการตั้งครรภ์นานเท่าไร ปัญหาก็จะยิ่งมากเท่านั้น

 

ผลกระทบต่อคุณแม่
ส่วนผลกระทบต่อคุณแม่ คือ เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ครรภ์เป็นพิษ แฝดน้ำ คุณแม่เกิดการบาดเจ็บจากการคลอด

 

ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

ผลกระทบต่อลูกน้อยนั้นมีมากมาย ได้แก่ ทารกแท้ง ทารกพิการ ทารกคลอดก่อนกำหนด คลอดยากเพราะตัวโต ปอดไม่พัฒนา ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ทารกเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด

 

การคลอด

1. ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าควรจะให้คุณแม่คลอดเมื่อไรถึงจะดี การให้คลอดเร็วไป ปอดของลูกอาจจะยังทำงานได้ไม่ดี แต่คลอดช้าไปลูกอาจจะตายเสียก่อนก็เป็นได้ โดยทั่วไปคุณหมอมักจะแนะนำคุณแม่คลอดเมื่ออายุครรภ์ 39 สัปดาห์หรือน้อยกว่าถ้าควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดของคุณแม่ได้ไม่ดีพอ

2. สำหรับวิธีการคลอด ถ้าไม่มีปัญหาอะไรคุณแม่ก็สามารถคลอดทางช่องคลอดได้ แต่ถ้าคุณหมอเห็นว่าลูกของคุณแม่น่าจะตัวใหญ่มาก การผ่าตัดคลอดจะปลอดภัยกว่า เพราะถ้าให้คลอดทางช่องคลอดอาจมีปัญหาคลอดติดไหล่ หรือบาดเจ็บจากการคลอดของอวัยวะอื่น

3. การผ่าตัดคลอดเองก็มีปัญหาไม่น้อยเพราะคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสที่จะมีการติดเชื้อของแผลผ่าตัดได้ค่อนข้างง่าย และถ้าลูกตัวใหญ่ มดลูกถูกยืดขยายมากก็อาจมีปัญหาตกเลือดหลังคลอดจากการที่มดลูกหดรัดตัวไม่ดี

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

Source : 1

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นมแม่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวานในอนาคต !!!

เบาหวานขณะตั้งครรภ์อันตราย แค่ไหน จากดราม่า! หมอให้กินน้ำตาลก่อนตรวจเบาหวาน แม่ท้องควรน้ำหนักขึ้นกี่กิโลกรัม

เมนูอาหารคนท้องเป็นเบาหวาน ตัวอย่างตารางอาหาร สำหรับเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ลดน้ําตาลในคนท้อง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

iampear

app info
get app banner