ความเปลี่ยนแปลงของหน้าอกระหว่างตั้งครรภ์

ความเปลี่ยนแปลงของหน้าอกระหว่างตั้งครรภ์

ขณะที่ตั้งครรภ์ ไม่ใช่แค่ท้องของคุณที่ขยายใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับทารกน้อย แต่ร่างกายส่วนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหน้าอก แต่หน้าอกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในระยะเวลาต่าง ๆ ของการตั้งครรภ์ ลองอ่านกันดูค่ะ

หน้าอก,ตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก

Sue Huml บุคลากรทางการแพทย์ที่ความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการให้นมบุตรได้อธิบายว่า คุณอาจสังเกตได้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หน้าอกของคุณจะอ่อนนุ่มขึ้น เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกเจ็บบ้าง นอกจากนี้หน้าอกอาจจะเต็มขึ้นด้วย

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง

เมื่อท้องของคุณโตขึ้น ขนาดหน้าอกของคุณก็จะขยายขึ้นตามไปด้วย Sue Huml บุคลากรทางการแพทย์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องปกติที่หน้าอกของคุณอาจจะโตขึ้นราว 4-6 นิ้ว และอาจจะต้องซื้อยกทรงที่ขนาดใหญ่ขึ้น 1-3 ไซส์เลยทีเดียว นอกจากนี้ลักษณะหัวนมของคุณก็อาจจะเปลี่ยนไปเช่นกัน ขนาดของหัวนมอาจจะโตขึ้น และจะคงขนาดเดิมไปจนคุณคลอดบุตรแล้ว นอกจากนี้หัวนมที่มีสีชมพูหรือน้ำตาล ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น อันเป็นสาเหตุมาจากการไหลเวียนของโลหิตที่มากขึ้นในบริเวณหน้าอก

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่สาม

ยิ่งใกล้วันคลอด ขนาดหน้าอกของคุณก็จะขยายใหญ่ตามขนาดท้องไปด้วย คุณจะรู้สึกหนักหรือคัดเต้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อร่างกายเริ่มสร้าง Colostrum หรือน้ำนมแม่ที่หลั่งในช่วงแรก ๆ ออกมา โดย Colostrum จะเป็นน้ำนมที่มีสีเหลืองข้น เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ รวมทั้งสารภูมิต้านทานสำหรับทารกแรกเกิด

นอกจากนี้คุณอาจสังเกตเห็นตุ่มเล็ก ๆ บริเวณวงลานนมที่เรียกกันว่า Montgomery’s tubercles โดยตุ่มดังกล่าวจะช่วยผลิตน้ำมันที่ช่วยให้การให้นมบุตรเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น และทำให้หัวนมยืดหยุ่นขึ้นเมื่อต้องให้นมบุตร

รับมือ!!!ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อตั้งครรภ์

แม้ว่ารูปร่างของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์จะเปลี่ยนแปลงไปมากก็ตาม  แต่อย่ากังวลไปเลยคะเพราะมันเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น  เมื่อคลอดเจ้าตัวน้อยแล้ว  คุณแม่เตรียมฟิตแอนด์เฟิร์ม  ไม่นานก็กลับมาสวยเซี้ยะ!!! ได้เหมือนเดิมแล้วค่ะ  มาดูกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง  เตรียมพร้อมรับมือได้เลยค่ะ

1. เส้นผมและหนังศีรษะ

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์เส้นผมและหนังศีรษะจะมีการเปลี่ยนแปลง  เกิดจากได้รับอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจนจะอยู่ในระดับสูงติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้คุณแม่มีเส้นผม  เส้นขนดกดำขึ้น  หนังศีรษะมีความมัน จนบางครั้งผมจะดูลีบแบนจัดทรงยาก แต่เมื่อคลอดแล้ว  ในเวลาอีกไม่เกิน 2 – 3เดือน ผมของคุณแม่จะเริ่มหลุดร่วง เพราะฮอร์โมนในร่างกายเริ่มปรับลดลงเข้าที่  ช่วงนี้ผมจะร่วงมากสักหน่อยแต่ไม่นานก็จะกลับมาเป็นปกติ

รับมืออย่างไร :  ไหน ๆ ผมก็มันเยิ้ม และแถมจัดทรงยาก อย่าปล่อยให้ยาวรุงรังเลยค่ะ  มาเปลี่ยนลุคส์ ตัดผมให้เข้ากับใบหน้า  ผมสั้นเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะจะดูทะมัดทะแมง  แถมยังดูแลง่ายอีกด้วย  แต่ที่สำคัญในช่วงไตรมาสแรก ห้ามย้อมสีผมหรือแม้แต่ทำไฮไลท์ที่ผมก็ตาม  เพราะสารเคมีจะถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่ทารกน้อยได้อาจเกิดอันตรายต่อทารกน้อยได้นะคะ

บทความแนะนำ  ฝันร้ายของคนท้อง เมื่อฉันผมร่วงหมดศีรษะขณะตั้งครรภ์

2. ผิวหนัง

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

ผิวหนังคล้ำ (hyperpigmentation)

สีผิวจะเปลี่ยนไป คือ สีจะคล้ำลง  สีผิวเปลี่ยนเกิดจากเมลาโนลินในชั้นผิวหนังเพิ่มมากขึ้น จากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงที่ท้อง  ทำให้ผิวหนังคล้ำขึ้น  พบบ่อยบริเวณรอบสะดือ อวัยวะเพศ และข้อพับต่าง ๆ  ถ้าเป็นที่บริเวณแนวกลางหน้าท้อง (linea nigra)  ถ้าสะสมบริเวณใบหน้าจะกลายเป็นฝ้าสีน้ำตาล

ผิวหนังลาย (striae gravidarum)

อาการผิวหนังลาย  พบได้บ่อยเฉลี่ยร้อยละ 50 ของแม่ท้อง มักเกิดในบริเวณท้อง  ต้นขา  เต้านม และก้น ลักษณะเป็นแนวเส้นสีแดง และจะเปลี่ยนเป็นสีเงินจาง ๆ ตอนหลังคลอด เป็นลักษณะที่เรียกว่า ท้องลาย (stretch mark)  นอกจากนี้  ยังมีผิวที่นูนขึ้นคล้ายใยแมงมุม สีแดง มักเกิดขึ้นบ่อยที่ใบหน้าและแขนขา  ผิวลายนั้นเป็นเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ คุณแม่บางคนจะพบว่า  มีเส้นเลือดขอดและริดสีดวงทวารได้ง่าย  และมีสิวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันบริเวณใบหน้าเพิ่มขึ้น

บทความแนะนำ   แม่ตั้งครรภ์ท้องลายVSท้องไม่ลาย เกิดจากอะไร

รับมืออย่างไร :  ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังสม่ำเสมอด้วยการทาโลชั่น     แต่ควรหลีกเลี่ยงชนิดที่เป็นไวเทนนิ่ง  เพราะจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้ นอกจากนี้  ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า  จะยิ่งทำให้ผิวคล้ำง่ายขึ้น  สำหรับเรื่องท้องลาย  สิ่งสำคัญ คุณแม่ต้องควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นมากเกินไป เพื่อให้ผิวหนังบริเวณท้อง ต้น ขา  และก้น  ขยายตัวไม่ทันกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น จึงเกิดผิวแตกลาย เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ก็ควรทาโลชั่นบำรุงผิวได้เลยคะ  อาจจะใช้เป็นน้ำมันมะพร้าวก็ดีนะคะปลอดภัยด้วย หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทาในช่วงตั้งครรภ์โดยเฉพาะก็ได้

3. ตกขาว

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

คนท้องโดยทั่วไปมักมีอาการตกขาวเป็นปกติ เนื่องจากร่างกายจะมีการสร้างของเหลวออกมา   เพื่อหล่อลื่นปากช่องคลอดตลอดเวลา และเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว  ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากขึ้น    จึงทำให้เกิดตกขาวในปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย  ลักษณะของตกขาวปกติจะมีสีขาวขุ่นหรือครีม   แต่หากตกขาวมีการเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว เหลือง  ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้

บทความแนะนำ  ส่องสุขภาพ ตกขาวบอกโรคได้

รับมืออย่างไร :  ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ต้องดูแลความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ควรให้อับชื้น  ที่สำคัญกางเกงชั้นในควรใส่ชนิดที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า  หมั่นสังเกตด้วยว่า  ตกขาวที่ออกมานั้นมีลักษณะผิดปกติหรือไม่  หรือมีเลือดสด ๆ ติดออกมาด้วยหรือไม่  หากเกิดความผิดปกติใด ๆ ควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วนนะคะ

4. เต้านมคัดตึง

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

 

เป็นอาการปกติของผู้หญิงส่วนใหญ่  มักจะมีอาการคัดตึงเต้านมได้ในช่วงก่อนมีประจำเดือน  แต่อาการคัดตึงเต้านมในแม่ตั้งครรภ์นั้นจะมีอาการมากกว่า และระยะเวลานานกว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน นอกจากมีการคัดตึงแล้ว บริเวณหัวนมและลานหัวนมจะมีสีคล้ำขึ้น ลานหัวนมมีขนาดกว้างขึ้น  อาการนี้จะสังเกตได้หลังประจำเดือนขาดไป   ประมาณ 1 เดือน

รับมืออย่างไร :  เต้านมจะขยายเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการสร้างน้ำนมในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทารกน้อยหลังคลอด  ควรเปลี่ยนไซส์ของชุดชั้นในตามความเหมาะสม   ทำให้การสวมใส่สบายขึ้นและรักษาทรวดทรงของคุณแม่อีกด้วย

5. เลือดออกทางช่องคลอด

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

มักมีอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด ในช่วง 11-12 วันหลังจากมีการปฏิสนธิ เนื่องจากตัวอ่อนมีการฝั่งตัวบริเวณเยื้อบุโพรงมดลูก   ลักษณะของเลือดที่ออกมาจะมีสีแดงจางและจะหยุดไหลไปเองใน 1-2 วัน โดยจะต้องไม่มีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วย หากพบว่าเลือดไหลไม่หยุดร่วมกับอาการปวดเกร็งท้องควรรีบปรึกษาคุณหมอ

รับมืออย่างไร :   ควรนอนพักผ่อนให้มาก ควรพักนิ่งๆ ไม่ควรใช้กำลังมาก เช่น  เดิน วิ่ง หรือออกกำลังกายใด ๆ ทั้งสิ้น  และห้ามยกของหนักเด็ดขาด  หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น  ปวดท้องมากกว่าเดิม  หรือเลือดไหลนานเกินกว่า 3 – 4  วัน ควรปรึกษาคุณหมอโดยด่วนค่ะ

บทความแนะนำ  วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ตอนตั้งครรภ์

6. อาการปวดท้องน้อยบริเวณเหนือหัวหน่าว

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

อาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย มักจะเกิดขึ้นในช่วง เดือนที่ 4-5  เพราะมดลูกมีขนาดโตขึ้น ทารกน้อยมีขนาดศีรษะที่ใหญ่ขึ้น ตัวโตขึ้น  จึงไปกดทับบริเวณกระดูกเชิงกราน อาการปวดจะเป็นเล็กน้อยพอรำคาญ อาจจะมีอาการตึงบริเวณขาหนีบร่วมด้วย

รับมืออย่างไร :    นอนเอนหลังพิงในท่าที่สบาย ยกขาสูงขึ้นเล็กน้อย ลดการยืนหรือเดิมนาน ๆ ก็จะดีขึ้น

บทความแนะนำ  การปฏิบัติตัวของคนท้อง : ยืน เดิน นั่ง นอน อย่างไรให้ถูกต้อง
อ่าน รับมือ!!!ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อตั้งครรภ์ ข้อ 7 - 12 คลิกหน้าถัดไป

7. จมูก

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

คงแปลกใจนะคะว่า  การตั้งครรภ์ทำไมเกี่ยวข้องกับจมูกด้วย มาดูกันค่ะว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร

รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า  ในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูกที่เกิดจากการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น    การเพิ่มปริมาณของเลือดในหลอดเลือดของแม่    รวมถึงอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ซึ่งมีผลในการกระตุ้นระบบประสาทที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูก   ทำให้เส้นเลือดในเยื่อบุจมูก มีการขยายตัว และมีการกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างน้ำมูกในเยื่อจมูกมากขึ้น   ทำให้เกิดอาการทางจมูก หรือเกิดไซนัสอักเสบได้ง่าย  หรืออาจทำให้โรคของจมูกและไซนัสที่มีอยู่แล้วแย่ลงได้ ซึ่งส่วนใหญ่อาการต่าง ๆ ของจมูกและไซนัสจะดีขึ้นเอง 5 วันหลังคลอด

รับมืออย่างไร ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี  ไม่ควรอยู่ในที่ร้อนอบอ้าวหรือเย็นจัด อาจทำให้ไม่สบายหรือโรคที่เป็นอยู่กำเริบได้ง่าย  อย่างไรก็ตามควรปรึกษาคุณหมอหากเกิดโรคไซนัสหรือภูมิแพ้ต่าง ๆ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาดเพราะยาอาจจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้

8. ช่องปาก

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

มีช่วงตั้งครรภ์การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก     ส่งผลให้น้ำลายในปากมีมากขึ้น  อาจก่อให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย   บางคนในช่วงตั้งครรภ์จะมีการงอกของเหงือกมากกว่าปกติ    เมื่อเคี้ยวอาหารบางครั้งไปโดนกระทบกระเทือนทำให้มีเลือดออกได้ สำหรับคุณแม่ที่สุขภาพเหงือกและฟันไม่ดี  เช่น  มีเลือดออกตามไรฟัน  หรือการอักเสบเหงือกอยู่ก่อนแล้วจากมีหินปูนเกาะก็ทำให้เลือดออกง่ายขึ้นด้วย

บทความแนะนำ   แม่ท้องมีเลือดออกตามไรฟันจะเป็นอันตรายหรือไม่

รับมืออย่างไร :  รักษาความสะอาดของช่องปากอยู่เสมอ  แปรงฟันหลังรับประทานอาหารหรือบ้วนปากทุกครั้ง   หากมีอาการเสียวฟัน ฟันผุ คราบหินปูน  ควรให้คุณหมอตรวจดู  ถ้าไม่มีการอักเสบก็ไม่มีปัญหาใด ๆ ถ้ามีหินปูนเกาะหรือเหงือกอักเสบก็สามารถทำฟันได้ขณะตั้งครรภ์

9. อารมณ์ทางเพศ

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่บางคนอาจจะมีอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ  ไม่ใช่เรื่องน่าอายนะคะ  นั่นเป็นเพราะผลพวงมาจากเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น   ซึ่งทำให้เกิดการหลั่งของเหลวมากขึ้น และหน้าอกที่ใหญ่และไวต่อสัมผัสมากขึ้น  ซึ่งจะทำให้คุณแม่จะมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นตามไปด้วย

รับมืออย่างไร :   ควรใช้ท่าในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์  ทั้งคู่ควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักไปที่มดลูกหรือลงน้ำหนักทั้งตัวไปที่ท้องของหญิงตั้งครรภ์    แม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงายหรือนอนตะแคงขวาเป็นเวลานาน เป็นต้น

บทความแนะนำ   คำแนะนำการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการตั้งท้องสำหรับคุณพ่อ

10. ริดสีดวงทวารหนัก

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

แม่ท้องมีโอกาสที่จะเป็น โรคริดสีดวงทวารหนักมากกว่าคนปกติ ทั้งนี้เนื่องจากฮอร์โมนของคุณแม่ในขณะท้อง จะทำให้มีขยายของเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่   เป็นผลทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวช้า  และเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น มดลูกก็ใหญ่ขึ้น จึงทำให้ไปกดบนเส้นเลือดดำ เกิดการไหลเวียนไม่ดี  ทำให้เลือดคั่งบริเวณปลายลำไส้ใหญ่  หากเกิดอาการท้องผูกบ่อย ๆ อาจจะถ่ายเป็นเลือดและปวดทวารหนัก

รับมืออย่างไร :   ควรกินอาหารที่มีกากใยอาหารมาก ๆ เช่น ผักตำลึง มะรุม ผลไม้ เช่น ส้ม มะละกอ ลูกพรุน ชมพู่ มะม่วงสุก เป็นต้น อาการริดสีดวงจะหายไปแน่นอนเมื่อคุณแม่คลอดลูกแล้ว

11. อาการปัสสาวะบ่อย

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

ร่างกายในช่วงตั้งครรภ์มีการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมของมดลูกให้เหมาะกับการเติบโตของทารกในครรภ์ มดลูกที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น    จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น    มีเลือดไหลผ่านไตมากขึ้นทำให้ไตมีการกรองปัสสาวะมากขึ้น     ในขณะเดียวกันมดลูกที่อยู่ติดกับกระเพาะปัสสาวะก็มีขนาดใหญ่ขึ้นทำให้ไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ     ทำให้พื้นที่ในการเก็บปัสสาวะมีน้อยลงส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นด้วย

รับมืออย่างไร :    ดื่มน้ำตามปกติ  ไม่ต้องกังวลว่าดื่มน้ำมาก ๆจะยิ่งปวดปัสสาวะบ่อย  และควรรักษาความสะอาดให้ดี หลังจากที่ขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และไม่ควรอั้นปัสสาวะอีกด้วยอาจเกิดอันตรายได้

12. ปวดหลัง

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

อาการปวดหลังของคนท้อง สาเหตุเกิดจากการที่ท้องใหญ่ขึ้น มีการแอ่นตัวและมีน้ำหนักของท้องถ่วงด้านหน้า จึงเกิดอาการปวด ยอกหลัง บริเวณเอว  และก้นกบ

รับมืออย่างไร :    ลดการยืนเดินนาน ๆ ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบ และใส่รองเท้าส้นแบน

บทความแนะนำ   วิธีป้องกันและรักษาอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์

อ่าน รับมือ!!!ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อตั้งครรภ์ ข้อ 13 - 17 คลิกหน้าถัดไป

13. มีกลิ่นตัว

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

กลิ่นตัวเกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์   ระดับของเหลวในร่างกาย และอัตราการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ซึ่งทำให้คุณแม่เหงื่อออกมากขึ้น เพราะร่างกายอุณหภูมิสูงมากขึ้นกว่าเดิม มีความรู้สึกร้อนง่ายกว่าปกติ จากที่ไม่ชอบพัดลม ก็ต้องมานั่งอยู่หน้าพัดลม นั่นเป็นเพราะมีการเปลี่ยนของร่างกายและมีการใช้พลังงานมากขึ้นนั่นเอง

รับมืออย่างไร :    อาบน้ำบ่อย ๆ ขึ้นหากกลัวผิวแห้งผสม Baby Oil ลงในน้ำที่อาบสัก 1-2 หยดก็ได้ค่ะ หมั่นเปลี่ยนเสื้อผ้า  ชุดชั้นใน ที่อับชื้นเหงื่อ  เพราะอาจทำให้เกิดระคายเคืองผิวหนังได้  จะช่วยลดกลิ่นกายด้วย

บทความแนะนำ   5 วิธีแก้ปัญหามีกลิ่นตัวได้ผลชัวร์

14. ท้องแข็ง

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

อาการท้องแข็ง ในขณะตั้งครรภ์ มดลูกจะมีอาการบีบตัวเป็นครั้งคราว ประมาณ 7-8 ครั้งต่อวัน ขณะที่บีบรัดนี้ คุณแม่จะรู้สึกว่ามดลูกแข็งกว่าปกติ คุณแม่อาจจะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ปวดหัวหน่าว ปวดหลังร่วมด้วย อาการปวดนี้จะอยู่ไม่นานเกิน 1 นาที แล้วจะหายซึ่งเป็นอาการปกติ

บทความแนะนำ  4 พฤติกรรมควรหยุด!!! เมื่อรู้สึกท้องแข็ง

รับมืออย่างไร :     ในกรณีที่อาการท้องแข็งเกิดขึ้นทุก 10 นาที ในขณะที่อายุครรภ์ก็ยังไม่ครบกำหนด กรณีนี้ต้องไปพบคุณหมอโดยด่วน  อาจเป็นอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้

15. มือ/เท้า บวม

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

อิทธิพลของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ทำให้มีการอมน้ำในอวัยวะต่าง ๆ  ของร่างกายมากขึ้น ที่ปลายมือ หน้าแข้ง  และเท้า มักเป็นส่วนที่ห้อยลงต่ำทำให้น้ำไหลลงมากองบริเวณนั้น ทำให้รู้สึกบวมกว่าอวัยวะอื่น ๆ ยิ่งอายุครรภ์แก่มากขึ้นเท่าไร  อาการบวมจะมากขึ้น

รับมืออย่างไร :  การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ควรนั่งหรือ ยืนนาน ๆ หากเกิดอาการบวมมากผิดปกติ เช่น  หน้าบวม  มือ เท้า บวมเป่งผิดปกติ  อาจเกิดครรภ์เป็นพิษร่วมด้วยควรปรึกษาคุณหมอค่ะ

บทความแนะนำ  5 อาการยอดฮิตช่วงท้องไตรมาส 3

16. แพ้ท้อง

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

คนท้องส่วนใหญ่เมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 1-2 เดือน มักจะเจอกับปัญหาคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หน้ามืดได้ กินอาหารแล้วอาเจียน เหม็นกลิ่นอาหารบางชนิด ชอบกินของเปรี้ยว บางรายแพ้จนใกล้คลอด แต่บางรายก็ไม่แพ้เลยก็มี ซึ่งอาการเหล่านี้มักถูกเรียกว่า “การแพ้ท้อง” อาการแพ้ท้องนั้นเป็นผลจากร่างกายมีการผลิตฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) มากขึ้นร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาพลาญในร่างกายที่ทำงานมากขึ้น   ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำจึงเกิดอาการเวียนศีรษะหน้ามืดได้

บทความแนะนำ   เคล็ดลับบรรเทาอาการแพ้ท้องให้อยู่หมัด

รับมืออย่างไร :    การแพ้ท้องเป็นกลไกของธรรมชาติ เหตุผลเพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปส่งผลต่อตัวอ่อน ของทารก การแพ้ท้องบางคนมีอาการรุนแรงมาก จนกินอาหารไม่ได้ แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะอาการแพ้ท้องเหล่านั้นจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 3 เดือน

17. ตะคริว

อาการคนท้อง, สัญญาณการตั้งครรภ์, การเปลี่ยนแปลงรูปร่างช่วงตั้งครรภ์

การเกิดตะคริวขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้    เนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก    ระหว่างการตั้งครรภ์แต่ละช่วงกล้ามเนื้อฝืดไม่ยืดหยุ่น    เมื่อน้ำหนักตัวคุณแม่เพิ่มขึ้น   ขาทั้งสองข้างก็ต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตที่ตึงแน่นเกินไปบริเวณขาจนเกิดตะคริวจากกล้ามเนื้อที่หดตัวขึ้นมาทันทีทันใด  โดยมากมักจะเป็นกล้ามเนื้อบริเวณน่องหรือบริเวณปลายเท้า ไม่เฉพาะแต่การยืนหรือเดินเท่านั้น ท่านั่งก็อาจเกิดตะคริวได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่นั่งทำงานนาน ๆ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียบริเวณน่อง ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวขึ้นได้

บทความแนะนำ   การเกิดตะคริวบริเวณท้องระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติหรือไม่?

รับมืออย่างไร :

1. พยายามอย่ายืนหรือนั่งเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเลือดไหลเวียนไม่สะดวกอาจจะเกิดของเสียอยู่ตามกล้ามเนื้อทำให้เป็นตะคริวได้ง่ายเช่นกัน

2. ฝึกยืดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ่อยๆ เช่น การนั่งเหยียดเท้าให้สุด แล้วสลับเหยียดกับกระดกปลายเท้าเข้าหาตัว

3. เลือกทานอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่ เน้นแคลเซียมให้มากหน่อยพักผ่อนให้เพียงพอ

4. เลือกรองเท้าให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกร็งของเท้าและกล้ามเนื้อ รองเท้าควรจะมีส้นหนาเล็กน้อยเพื่อรับน้ำหนักตัวได้ดี

 

ได้ทราบกันแล้วนะคะว่า คุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปอย่างไรบ้างหรือมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆในช่วงตั้งครรภ์ที่มักจะได้พบเจอ  ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น  เมื่อคลอดแล้วเรามาฟิตแอนด์เฟิร์ม รูปร่างก็จะกลับมาสวยได้ดังเดิมค่ะ  เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคน

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

แปลและเรียบเรียงจาก http://www.babyzone.com/

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner