แม่แชร์คลิปหาดูยาก ผ่าคลอดธรรมชาติ แปลกแต่ซึ้งกินใจ!

แม่แชร์คลิปหาดูยาก ผ่าคลอดธรรมชาติ แปลกแต่ซึ้งกินใจ!

คลิปหาดูยาก ผ่าคลอดธรรมชาติ แปลกแต่ซึ้งกินใจ!

แม่แชร์คลิป ผ่าคลอดธรรมชาติ

คุณแม่ท่านใดเคยได้ยินคำว่า ผ่าคลอดธรรมชาติ กันบ้างครับ เราไปชมคลิปของ ซาราห์ ซอนเดอร์ส ระหว่างที่ทำการผ่าคลอดกัน ซึ่งในขณะที่คุณหมอกำลังช่วยเอาหัวเด็กออกมา หลังจากนั้นทารกก็ค่อย ๆ พาตัวเองออกมาได้อย่างสุดซึ้ง

ซอนเดอร์สกล่าวถึงการ ผ่าคลอดธรรมชาติ ของเธอครั้งนี้ว่า  “ฉันอยากจะแชร์วีดีโอนี้เพื่อเป็นกำลังใจ และเพื่อที่จะให้คุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ ได้ทราบว่าการผ่าคลอดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กัน”

“ลูกชายของฉันค่อย ๆ ออกมาได้เองหลังจากคุณหมอแค่ช่วยนำส่วนหัวออกมา” ซอนเดอร์สกล่าวทิ้งท้าย

 

อย่างไรก็ตาม การคลอดด้วยวิธีการผ่านั้น คุณแม่จะฟื้นตัวได้ช้า กว่าการคลอดธรรมชาติ โดยมีวิธีการดูแลรักษาแผลผ่าคลอด ดังนี้

ผ่าคลอดธรรมชาติ

ดูแลตัวเองหลังการผ่าคลอด

บทความ : ข้อดีข้อเสีย และวิธีดูแลแผลผ่าคลอด

การผ่าคลอด มี 2 แบบ คือ การผ่าคลอดแนวยาว และการผ่าคลอดแนวขวาง ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน มีวิธีดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไร ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ ฟังคำตอบจากคุณหมอ

ผ่าคลอดแนวยาว กับผ่าคลอดแนวขวาง ต่างกันไหม มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

สำหรับการผ่าท้องคลอด การเปิดแผลหน้าท้องตามแนวขวาง หรือที่คุณแม่ชอบเรียกกันว่าแผลแนวบิกินี่ เป็นวิธีที่สูติแพทย์ส่วนใหญ่เลือกที่จะปฏิบัติ เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่างเมื่อเทียบกับการเปิดแผลหน้าท้องตามแนวยาว เช่น อาการปวดหลังการผ่าตัดน้อยกว่า ความแข็งแรง และความสวยงามของแผลมากกว่า

แต่การเปิดแผลหน้าท้องตามแนวขวางก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ ใช้ระยะเวลาในการเปิดแผลนานกว่า มีการบาดเจ็บต่อเส้นเลือด และเส้นประสาทมากกว่า และไม่สามารถขยายแผลเพื่อเพิ่มบริเวณผ่าตัดได้ ดังนั้นในกรณีที่มีภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน ต้องให้ทารกคลอดโดยเร็ว การเปิดแผลหน้าท้องตามแนวยาวจึงอาจเหมาะสมกว่า

ผ่าคลอดธรรมชาติ

 

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

สำหรับการดูแลแผลผ่าท้องคลอดนั้น มีวิธีการดังนี้

1. หลังผ่าตัดได้ 1 วัน คุณหมอจะเริ่มให้คุณแม่เริ่มลุกนั่งและเดินได้ เพิ่อลดการเกิดพังพืดในช่องท้อง และลดอาการท้องอืด ในวันแรกคุณแม่จะยังเจ็บแผลอยู่ แต่ก็จะต้องพยายามขยับตัวและเดินบ่อย ๆ

2. อาการปวดแผล คุณแม่สามารถทานยาแก้ปวดตามที่คุณหมอส่งได้ และการใช้ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด จะช่วยลดอาการปวดแผลลงได้ด้วย

3. ทานอาหารตามปกติในปริมาณที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องงดไข่ งดนม เพราะโปรตีนเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาแผลให้หายเป็นปกติ

4. คุณหมอจะทำความสะอาดแผล และปิดแผลด้วยที่ปิดแผลกันน้ำ คุณแม่ไม่ต้องทำความสะอาดแผล ให้มาพบคุณหมออีกครั้งตามนัด แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในแผลหรือที่ปิดแผล ถ้าพบว่ามีน้ำซึมให้มาพบคุณหมอทันที

5. ถ้ามีเลือด หรือน้ำเหลืองซึมมาที่ปิดแผลมากกว่า 1/3 ของแผ่น หรือปวดแผลมาก ให้มาพบคุณหมอทันที

6. หลังแผลแห้งดีแล้ว คุณแม่สามารถใช้ยาทาหรือแผลเจลกันแผลเป็นได้

7. ในช่วง 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก การออกกำลังกายที่ต้องเกร็งหน้าท้อง และอาจต้องระวังในการขับรถ เนื่องจากระหว่างขับรถคุณแม่อาจปวดแผลมาก และอาจเกิดอุบัติเหตุได้

8. หลังผ่าตัด 3-6 เดือน แผลผ่าตัดจะเริ่มแข็งแรงมาก คุณแม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

คุณแม่สามารถอยู่ไฟหลังผ่าท้องคลอดได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงการประคบร้อนที่บริเวณแผลผ่าตัด โดยเฉพาะในช่วง 30 วันแรกหลังผ่าตัด โดยการอยู่ไฟนั้น เป็นการพักฟื้นร่างกายหลังคลอด ถือเป็นวิถีการดูแลสุขภาพที่มีมาอย่างยาวนาน และปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีอยู่  แต่รูปแบบการอยู่ไฟอาจถูกปรับเปลี่ยนให้ง่ายต่อแม่หลังคลอดสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการอยู่ไฟหลังคลอด ที่มีความเชื่อกันว่าจะช่วยฟื้นร่างกายหลังคลอดได้ในหลาย ๆ เรื่อง  เช่น (บทความ : การอยู่ไฟหลังคลอด )

  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย
  • ช่วยลดภาวะความรู้สึกหนาวภายในร่างกาย ที่บางคนแค่ฝนตั้งเค้าก็หนาวเข้ากระดูกแล้ว
  • ช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากการเสียเลือดในช่วงคลอดลูก
  • ช่วยลดการปวดเมื่อยตามข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพดี
  • ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรค
  • ช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายให้เข้าที่เป็นปกติ
  • ช่วยให้หน้าท้องยุบเร็ว
  • ช่วยลดความเจ็บปวดขณะมดลูกหดรัดตัวเข้าสู่ภาวะปกติ หรือที่เรียกว่ามดลูกเข้าอู่

ผ่าคลอดธรรมชาติ

คำแนะนำเรื่องการอยู่ไฟหลังคลอด

ข้อแนะนำสำหรับการดูแลสุขภาพด้วยการอยู่ไฟหลังคลอด สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ และคุณแม่ที่ผ่าคลอดลูก มีดังนี้

1. แม่หลังคลอดที่คลอดลูกเองธรรมชาติ สามารถอยู่ไฟได้เลยหลังจากพักฟื้นได้ประมาณ 7 วันขึ้นไปแล้ว

2. แม่หลังคลอดที่ผ่าคลอด ยังไม่สามารถอยู่ไฟได้ทันที เพราะต้องรอให้แผลผ่าตัดหาย และแผลแห้งสนิทเสียก่อน ซึ่งส่วนมากก็จะประมาณ 1 เดือนไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แผลผ่าตัดเกิดการอักเสบขึ้นมาขณะที่อยู่ไฟหลังคลอด

 

ขั้นตอนการดูแลสุขภาพด้วยการอยู่ไฟหลังคลอด

  • การใช้ลูกประคบสมุนไพร ด้วยการนำลูกประคบร้อนที่ห่อด้วยสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ขมิ้น ตะไคร้ ใบส้มป่อย การบูร ฯลฯ มาคลึงตามบริเวณร่างกาย และเต้านม เพื่อช่วยลดการปวดเมื่อย
  • การอาบน้ำต้มสมุนไพรอุ่น ๆ ที่ประกอบไปด้วยไพล ขมิ้น ตะไคร้ มะกรูด ใบมะขาม ใบส้มป่อย เพื่อให้สมุนไพรซึมผ่านผิวหนังช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
  • การทับหม้อเกลือ คือการนำเอาเกลือเม็ดใส่ในหม้อดินยกตั้งไฟจนเกลือสุก แล้วห่อด้วยใบพลับพลึง และผ้า แล้วนำมาประคบตามร่างกาย ซึ่งความร้อนจากหม้อเกลือจะช่วยให้รูขุมขนเปิด สมุนไพรจะซึมผ่านลงผิวหนัง เป็นการขับของเสียออกมาตามรูขุมขน
  • การอบตัวด้วยกระโจมสมุนไพร จะช่วยให้รูขุมขนเปิดเพื่อขับของเสียออกมา

 

ที่มา : parents.com

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ผ่าคลอดแล้วยังปวดหลังไม่หาย ทำอย่างไรให้อาการบรรเทาหายไป

อาหารแม่หลังผ่าคลอด สารอาหารแบบไหนที่แม่หลังผ่าคลอดควรได้รับ?

พัฒนาการของเด็กผ่าคลอด กับ คลอดธรรมชาติ ต่างกันอย่างไร?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner