TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คนท้องชอบกินของหวาน เสี่ยงลูกพิการจริงไหม?

บทความ 5 นาที
คนท้องชอบกินของหวาน เสี่ยงลูกพิการจริงไหม?

คนท้องชอบกินของหวาน เสี่ยงลูกพิการจริงไหม คนท้องกินของหวานยังไงให้เหมาะสม พร้อมเคล็ดลับช่วยให้คุณแม่ท้องควบคุมของหวานแต่พอดี

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมคนท้องถึงชอบกินของหวาน คนท้องชอบกินของหวาน อันตรายไหม มาทำความเข้าใจที่ถูกต้องกันค่ะว่า คนท้องกินของหวานได้ไหม กินยังไงให้เหมาะสม พร้อมเคล็ดลับช่วยให้คุณแม่ท้องควบคุมของหวานแต่พอดี เพื่อสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง ปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย

 

ทำไม คนท้องชอบกินของหวาน ?

ในช่วงเวลาที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ คุณแม่ท้องอาจสังเกตว่าตัวเองโหยหา “ของหวาน” เป็นพิเศษ ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญค่ะ แต่มีสาเหตุดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ฮอร์โมนสำคัญ เช่น Human Chorionic Gonadotropin (hCG) ซึ่งสูงขึ้นในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการแพ้ท้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกอยากอาหารและทำให้บางคนรู้สึกอยากอาหารที่มีรสชาติเฉพาะเจาะจง เช่น รสหวาน นอกจากนี้ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อประสาทรับรสและกลิ่น ทำให้ความรู้สึกต่อรสชาติต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป และบางครั้งรสหวานอาจเป็นรสชาติที่รู้สึกสบายและดึงดูดมากกว่ารสอื่นๆ

 

  • ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์ ร่างกายจึงต้องการพลังงาน (แคลอรี่) ที่มากขึ้นเพื่อสนับสนุนกระบวนการเหล่านี้ ของหวานส่วนใหญ่มักให้พลังงานสูงและรวดเร็ว ทำให้ร่างกายของคุณแม่โหยหาเพื่อเติมเต็มความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้เอง

 

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

อาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้นในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจทำให้คุณแม่รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายจะส่งสัญญาณให้ต้องการอาหารที่สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาหารที่มีรสหวาน เช่น น้ำตาล ขนมหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

 

  • ประสาทรับรสเปลี่ยนไป

ในช่วงตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลกระทบต่อประสาทรับรสและกลิ่นของคุณแม่ ทำให้ความไวต่อรสชาติและกลิ่นบางชนิดเปลี่ยนแปลงไป บางครั้งรสชาติที่เคยชอบอาจไม่รู้สึกอร่อยเหมือนเดิม ในขณะที่รสหวานอาจกลายเป็นรสชาติที่น่าพึงพอใจและช่วยบรรเทาอาการไม่สบายต่างๆ ได้

 

  • ของหวานทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ คุณแม่อาจรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือต้องการความสบายใจ การรับประทานของหวานสามารถกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดรฟินในสมอง ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้รู้สึกดีและผ่อนคลาย ดังนั้น ความอยากของหวานจึงอาจเป็นกลไกทางจิตใจอย่างหนึ่งในการตอบสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ในช่วงนี้

 

แม่ท้องกินของหวานมากเกินไป อันตรายอย่างไร ?

แม้ว่าความอยากของหวานจะเป็นเรื่องปกติในระหว่างตั้งครรภ์ แต่หากกินของหวานมากเกินไปอาจเกิดผลกระทบต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ มาดูกันว่า หากแม่ท้องกินของหวานมากเกินไปอาจส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

 

คนท้องชอบกินของหวาน

 

  • เสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จะนำไปสู่ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ต่อทั้งคุณแม่ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต สำหรับทารกในครรภ์

ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้คลอดยาก บาดเจ็บระหว่างคลอด หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและเบาหวานในอนาคตของทารกอีกด้วย

 

  • น้ำหนักขึ้นมากเกินไป

ของหวานส่วนใหญ่มักมีแคลอรี่สูงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หากกินมากเกินไปโดยไม่สมดุลกับกิจกรรมทางกายจะทำให้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากเกินเกณฑ์ที่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของคุณแม่ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาการปวดหลัง และยังเพิ่มโอกาสในการคลอดบุตรยาก หรือต้องผ่าคลอดอีกด้วย

 

  • เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ

มีการศึกษาที่เชื่อมโยงการกินน้ำตาลมากเกินไปและการมีน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วขณะตั้งครรภ์กับความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งมีลักษณะของความดันโลหิตสูงและมีโปรตีนในปัสสาวะ ภาวะนี้เป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

 

  • ปัญหาในช่องปาก

ของหวานมีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก แบคทีเรียเหล่านี้จะย่อยสลายน้ำตาลและปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน ทำให้คนท้องฟันผุได้ง่ายขึ้น ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้เหงือกบอบบางและอักเสบง่ายขึ้น การกินของหวานมากเกินไปจึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาในช่องปาก

 

คนท้องชอบกินของหวาน เสี่ยงลูกพิการจริงไหม ?

ผศ. พญ. อัจจิมา สูงสถิตานนท์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายไว้ว่า คนท้องชอบกินของหวาน ไม่ได้ทำให้ลูกพิการ เพราะจริงๆ แล้ว อาหารหวานโดยตรงไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงพิการในทารก แต่ความเสี่ยงจะมาจากการที่อาหารหวาน เพิ่มโอกาสให้คุณแม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ทารกตัวใหญ่จนคลอดติดไหล่ หรือคุณแม่ตกเลือดหลังคลอด

สิ่งที่ควรระวังคือ คุณแม่ที่มีภาวะเบาหวานอยู่ก่อนตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงสูงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติหรือพิการในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระดับน้ำตาลสะสมสูง

 

เคล็ดลับคุณแม่ท้อง ควบคุมของหวานอย่างพอดี

เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่ท้องควรกินของหวานแต่พอดี และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมความอยากของหวานได้อย่างเหมาะสมค่ะ

  • เลือกของหวานที่ดีต่อสุขภาพ แทนที่จะเลือกขนมหวานแปรรูปที่มีน้ำตาลสูง ลองเปลี่ยนมาเป็น ผลไม้สด ที่มีความหวานตามธรรมชาติและมีวิตามิน รวมถึงใยอาหารที่เป็นประโยชน์ หรือเลือก โยเกิร์ตธรรมชาติ ที่อาจเติมความหวานได้เล็กน้อยจากผลไม้ หรือมองหา ของหวานที่มีน้ำตาลน้อย เป็นทางเลือก เช่น ขนมอบโฮมเมดที่ลดปริมาณน้ำตาลลงคนท้องชอบกินของหวาน

     

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และตรงเวลา การทานอาหารหลักให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ในแต่ละมื้อ และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดโอกาสที่ร่างกายจะโหยหาของหวานเพื่อเติมพลังงานอย่างรวดเร็ว การมีอาหารที่มีโปรตีนและใยอาหารเพียงพอจะช่วยให้อิ่มนานขึ้นและลดความอยากอาหารที่ไม่จำเป็น 
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดวัน นอกจากจะช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้นแล้ว ยังอาจช่วยลดความรู้สึกอยากของหวานลงได้ 
  • หากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อรู้สึกอยากของหวาน ลองหากิจกรรมอื่นๆ ที่ชอบทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น การเดินเล่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำงานอดิเรก หรือพูดคุยกับคนในครอบครัว การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความคิดถึงของหวานและทำให้ลืมความอยากไปได้ชั่วขณะ 
  • ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ หากคุณแม่มีความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมความอยากของหวาน หรือมีภาวะสุขภาพพิเศษ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาวะสุขภาพของคุณแม่ค่ะ

ความอยากของหวานเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อย ควรเลือกกินของหวานที่มีประโยชน์ และกินแต่พอดี คุณแม่ก็จะได้มีความสุขกับของหวาน และยังคงสุขภาพที่ดีไว้ได้ในเวลาเดียวกันค่ะ

ที่มา: PPTV HD 36 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คนท้องกินลูกพลับได้ไหม ลูกพลับช่วยบำรุงคุณแม่และลูกน้อยอย่างไร?

คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม เป็นอันตรายต่อลูกหรือเปล่า?

คนท้องกินอีโนได้ไหม ลมในท้องเยอะ อาหารไม่ย่อย คนท้องควรทำอย่างไร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • คนท้องชอบกินของหวาน เสี่ยงลูกพิการจริงไหม?
แชร์ :
  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว