เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนปี 2569 ที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ตามมาไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้สึกอบอ้าวและเหงื่อที่ไหลไคลย้อยเท่านั้น แต่สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังเป็นปัจจัยเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด ทำให้ โรคติดเชื้อหน้าร้อน กลายเป็นภัยเงียบที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
วันนี้ theAsianparent ได้รวบรวมข้อมูลจากกุมารแพทย์และโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อเป็นคู่มือให้คุณพ่อคุณแม่นำไปปรับใช้ รับมือกับ โรคติดเชื้อหน้าร้อน เพื่อให้ลูกรักสนุกกับช่วงปิดเทอมได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลค่ะ
โรคติดเชื้อหน้าร้อน 2569 ที่เด็กต้องระวัง มีอะไรบ้าง?
จากข้อมูลสถิติทางสาธารณสุขและกุมารแพทย์ พบว่า โรคติดเชื้อหน้าร้อน ที่มักระบาดในกลุ่มเด็กๆ ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงและมีอุณหภูมิสูง แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
- กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร: อากาศร้อนทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย เชื้อแบคทีเรียและไวรัสเติบโตไว โรคที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ การติดเชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) และโรต้าไวรัส (Rotavirus)
- กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ: การอยู่ในที่แออัดหรือการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน (เช่น จากร้อนจัดเข้าห้องแอร์) ทำให้เกิด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดแดด และเชื้อ RSV ได้
- กลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ: ฤดูร้อนที่บางครั้งมีพายุฤดูร้อนหรือฝนตก ทำให้เกิดแหล่งน้ำขัง นำมาซึ่ง โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
- กลุ่มโรคจากการสัมผัสและสุขอนามัย: โรคมือ เท้า ปาก (HFMD) และโรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina) ที่ระบาดหนักในเด็กเล็ก รวมถึงโรคผิวหนังอย่าง ผดร้อน
- โรคติดเชื้อจากสัตว์: โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เนื่องจากสัตว์มักมีความเครียดสะสมและหงุดหงิดง่ายในช่วงอากาศร้อน
เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับ โรคติดเชื้อหน้าร้อน ได้อย่างถูกวิธี เรามาเจาะลึกอาการและการดูแลของแต่ละโรคกันค่ะ
-
โรคระบบทางเดินอาหาร
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเกร็งหน้าท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือบางรายอาจมีมูกเลือดปน มีไข้ รู้หรือไม่คะว่า การติดเชื้อโรต้าไวรัสซ้ำๆ ในเด็กอายุ 1-2 ปี อาจส่งผลต่อพัฒนาการ ทำให้ส่วนสูงน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ยถึง 8.2 ซม. และมีผลต่อระดับ IQ ด้วยค่ะ
เน้นการดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายให้ลูกกินเองเด็ดขาด เพราะจะเป็นการกักเก็บเชื้อโรคไว้ในลำไส้
ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เลือกอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่ตั้งอาหารทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกิน 1-2 ชั่วโมง และพาลูกไปหยอดวัคซีนโรต้าไวรัสตั้งแต่ทารกวัย 2-6 เดือน

-
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
มีไข้สูงลอย 39-40 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 2-7 วัน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และเมื่อไข้ลดลง อาจเข้าสู่ “ระยะวิกฤติ” ที่เสี่ยงต่อภาวะช็อกได้
ให้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ และเช็ดตัว ห้ามใช้ยาลดไข้กลุ่มแอสไพริน หรือ ไอบูโพรเฟน (NSAIDs) เพราะจะทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหารได้
ป้องกันไม่ให้ยุงกัด กำจัดแหล่งน้ำขัง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป ป้องกันได้ 4 สายพันธุ์โดยไม่ต้องตรวจเลือดก่อนฉีด
-
โรคมือ เท้า ปาก และ เฮอร์แปงไจนา
มีไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหาร น้ำลายไหล มีตุ่มน้ำใสหรือแผลในปาก บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า (ถ้าเป็นเฮอร์แปงไจนาจะมีแผลเฉพาะในคอและเพดานปาก)
รักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ ทายาแก้ปวดแผลในปาก ให้ลูกจิบน้ำเย็นหรือกินอาหารเย็นๆ เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต รสไม่อ่อนและไม่เปรี้ยว เพื่อลดอาการเจ็บ
หมั่นล้างมือ ทำความสะอาดของเล่น และปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันเชื้อ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง ฉีดได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
-
ไข้หวัดใหญ่ และ ไข้หวัดแดด
ไข้หวัดใหญ่มักมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอแห้งๆ ส่วน “ไข้หวัดแดด” เกิดจากการรับเชื้อไวรัสร่วมกับการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันจากการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน ทำให้มีไข้ อ่อนเพลีย แต่ไม่มีน้ำมูกหรือเจ็บคอมากนัก
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี (ฉีดได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป) พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ และหลีกเลี่ยงการพาลูกไปสถานที่แออัด

-
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
หากติดเชื้อและแสดงอาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตคือ 100%
หากถูกสัตว์ลูกด้วยนม (สุนัข แมว ลิง หนู) กัดหรือข่วน ต้องล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 10-15 นาทีทันที แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ ควรพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า และนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนทุกปี
-
ฮีทสโตรก (โรคลมแดด)
ตัวร้อนจัด (อุณหภูมิ > 40 องศาฯ) แต่ไม่มีเหงื่อออก ผิวแห้งแดง หน้ามืด คลื่นไส้ หากรุนแรงอาจชักหรือหมดสติ
รีบนำเด็กเข้าที่ร่ม คลายเสื้อผ้า เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ประคบน้ำแข็งที่ซอกคอและรักแร้ และนำส่งโรงพยาบาลทันที
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบมาพบแพทย์โดยด่วน
โรคติดเชื้อหน้าร้อน บางโรคสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว หากคุณพ่อคุณแม่พบสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ห้ามรอให้ไข้ลดหรือซื้อยากินเองเด็ดขาด ต้องพาลูกไปห้องฉุกเฉินทันทีค่ะ
-
สัญญาณภาวะขาดน้ำรุนแรง (จากท้องเสีย/อาเจียน)
ปากแห้ง ผิวหนังหยิกแล้วไม่คืนตัว ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะสีเข้มจัดหรือไม่ปัสสาวะเลยเกิน 4-6 ชั่วโมง หรือในทารกพบกระหม่อมยุบ
-
สัญญาณช็อก (จากไข้เลือดออกหรือติดเชื้อในกระแสเลือด)
มือเท้าเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว กระสับกระส่าย ซึม สับสน หายใจหอบ ชีพจรเต้นเบาและเร็ว อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด
-
สัญญาณอันตรายจากไข้เลือดออก
ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ลูกกลับดูมีอาการแย่ลง อ่อนเพลียมาก ปวดท้องรุนแรง เลือดกำเดาไหล
-
สัญญาณภาวะแทรกซ้อนขึ้นสมอง (จากโรคมือ เท้า ปาก)
ซึมลงมาก อาเจียนบ่อย มีอาการกระตุก เดินเซ แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบ
แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยของลูกรัก
เพื่อให้ห่างไกลจาก โรคติดเชื้อหน้าร้อน คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเกราะป้องกันให้ลูกได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันค่ะ
1. สุขอนามัยต้องมาอันดับหนึ่ง
ฝึกให้ลูกล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาทีก่อนกินข้าวและหลังเข้าห้องน้ำเสมอ (แอลกอฮอล์เจลไม่สามารถฆ่าเชื้อโนโรไวรัส และเชื้อเอนเตอโรไวรัสได้ ต้องล้างด้วยน้ำและสบู่เท่านั้นค่ะ)
2. ใส่ใจเรื่องอาหารและน้ำดื่ม
เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ เลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ และน้ำแข็งที่ไม่สะอาด สอนลูกใช้ช้อนกลาง
3. เสริมเกราะด้วย “วัคซีน”
เช็คสมุดวัคซีนของลูกให้ครบถ้วน ทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น ไข้หวัดใหญ่, ไข้เลือดออก, โรต้าไวรัส, มือเท้าปาก (EV71) และโรคพิษสุนัขบ้า
4. หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด
ไม่พาลูกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี และกระตุ้นให้ลูกจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันฮีทสโตรกและผดร้อน
หน้าร้อนนี้ ขอให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมพร้อมรับมือ และหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิดนะคะ ความร่าเริงของเด็กๆ จะได้ไม่สะดุดลงเพราะโรคภัยไข้เจ็บค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน
หน้าร้อนต้องระวัง! วิจัยเผย อากาศร้อนเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด
ปิดเทอมมรณะ เตือนพ่อแม่อย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำกันลำพัง
ที่มา:
- ‘โรคติดเชื้อ’ ภัยสุขภาพที่มากับอากาศร้อน กลุ่มเด็ก-สูงวัยเฝ้าระวัง, กรุงเทพธุรกิจ
https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1228318
- 4 โรคยอดฮิตของเด็กๆ ในช่วงหน้าร้อน, โรงพยาบาลพญาไท
https://www.phyathai.com/th/pytn/article/3774-4_โรคยอดฮิตของเด็กๆ_ในช่
- 4 โรคหน้าร้อน เฝ้าระวังสำหรับเด็ก, อนามัยมีเดีย
https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info1028_hot_12/
- โรคหน้าร้อนในเด็ก ไม่ยากเกินจะรับมือ, โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/common-summer-illness-in-children
- ไวรัสโรต้า ผลกระทบต่อพัฒนาการของลูก, โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา
https://www.samitivejsriracha.com/th/article/24/impact-of-rotavirus-on-child-development.html
- Summer Food Safety Tips: Don’t Let Germs Spoil Your Outdoor Family Meal, HealthyChildren.org https://www.healthychildren.org/English/healthy-living/nutrition/Pages/food-safety-tips-for-your-next-outdoor-family-meal.aspx
- สาระน่ารู้เรื่อง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า, เว็บไซต์สภากาชาดไทย
https://redcross.or.th/news/information/2637/
- แพทย์เตือนไข้หวัดแดดในเด็ก โรคเด็กหน้าร้อนที่ไม่ควรมองข้าม, กรมการแพทย์ https://www.facebook.com/100069182200543/posts/แพทย์เตือนไข้หวัดแดดในเด็ก-โรคเด็กหน้าร้อนที่ไม่ควรมองข้ามกรมการแพทย์-โดยสถาบันส/544965247819544/
- ฮีทสโตรก (Heatstroke) โรคลมแดด ภัยเงียบของอากาศร้อนจัด, โรงพยาบาลพญาไท 2 https://www.phyathai.com/th/pyt2/article/3489-heatstroke
- โรค มือ-เท้า-ปาก และ โรคจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=492
- โรคติดต่อในเด็ก และโรคติดเชื้อ ที่เด็ก ๆ ต้องระวัง, Samitivej Hospital
https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/infectious-diseases-in-children
- โรคมือ เท้า ปาก: รู้สัญญาณ พร้อมป้องกันและการรักษา, โรงพยาบาลรามคำแหง 2 https://www.ram2hospital.com/news_detail/2504
- โรคไข้เลือดออกในเด็ก อาการและการรักษา, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/october-2015/dengue-fever-children
- ไข้เลือดออกในเด็ก ภัยเงียบจากยุงร้าย, โรงพยาบาลนครธน
https://www.nakornthon.com/article/detail/ไข้เลือดออกในเด็ก-ภัยเงียบจากยุงร้าย
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!