กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข เผยข้อมูล โรคมือเท้าปาก ระบาด ปี พ.ศ. 2568 (1 มกราคม – 30 กันยายน 2568) มีรายงานผู้ป่วยสะสม 94,670 ราย อัตราป่วย 145.84 ต่อประชากรแสนคน โดยมีจำนวนผู้ป่วยโดยรวมสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2563 – 2567) และปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567) ปัจจุบันเป็นฤดูกาลระบาดของ โรคมือเท้าปาก พบผู้ป่วยจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุด
- กลุ่มอายุ 0-4 ปี 2,268.72 ต่อประชากรแสนคน
- รองลงมาคือ 5-9 ปี (736.42)
- และ 10-14 ปี (78.96)
ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด
- ภาคใต้ 219.88 ต่อประชากรแสนคน
- ภาคกลาง (155.23)
- ภาคเหนือ (144.32)
- และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (104.72)
จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก
- ภูเก็ต (393.14)
- สมุทรปราการ (363.06)
- สงขลา (347.41)
- พิจิตร (335.86)
- และจันทบุรี (313.87) ตามลำดับ

โรคมือเท้าปาก คืออะไร ใครเสี่ยงที่สุด?
โรคมือเท้าปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เจอได้บ่อยในเด็กเล็ก เกิดจากเชื้อไวรัสตระกูล Enterovirus (พบมากที่สุด 3 ชนิดคือ Coxsackievirus A16, Coxsackievirus A6 และ Enterovirus 71) มักระบาดในโรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก และบ้านที่มีเด็กเล็กหลายคนอยู่ด้วยกัน
- โรคมือเท้าปากระบาด ใครเสี่ยงที่สุด? เด็กอายุ แรกเกิด–5 ปี เพราะภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง
- โรคมือเท้าปาก ติดได้อย่างไร? ผ่านการสัมผัสโดยตรง เช่น น้ำลาย เสมหะ น้ำมูก การไอ จาม การใช้ของเล่น แก้วน้ำ ช้อน จาน ร่วมกับเด็กที่ป่วย

อาการ โรคมือเท้าปาก ที่พ่อแม่ต้องสังเกตให้ไว
ถ้าลูกเริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคมือเท้าปากได้ค่ะ
- มีไข้
- มีแผลในปาก (กระพุ้งแก้ม ลิ้น เพดานปาก)
- มีผื่นหรือตุ่มน้ำใส บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น
- เบื่ออาหาร งอแง ไม่อยากกลืน
เมื่อไหร่ควรพาไปโรงพยาบาลทันที?
- ไข้สูงไม่ลดภายใน 2 วัน
- ลูกซึม อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการชัก
- อาเจียนบ่อย หรือดื่มน้ำน้อยจนเสี่ยงขาดน้ำ
ทำไมโรงเรียนต้องปิดเรียนเมื่อ โรคมือเท้าปาก ระบาด?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพอมีข่าว โรคมือเท้าปาก ระบาด โรงเรียนถึงต้องหยุดเรียน
- เพราะโรคนี้ติดต่อกันได้ง่าย ผ่านการไอ จาม หรือของใช้ร่วมกัน
- โรงเรียนที่หยุดเรียนจะได้มีเวลาทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ ของเล่น อุปกรณ์การเรียนทั้งหมด
- เด็กที่ป่วยจะได้หยุดพัก และไม่แพร่เชื้อให้เพื่อน

อีก 4 โรคหน้าฝนที่พ่อแม่ต้องระวัง
กรมควบคุมโรคเตือนว่าช่วงหน้าฝนแบบนี้ ไม่ได้มีแค่โรคมือเท้าปาก แต่ยังมีโรคที่เจอในเด็กเล็กบ่อย เช่น
- RSV – ไวรัสที่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ อาการคล้ายไข้หวัด แต่รุนแรงกว่า โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กคลอดก่อนกำหนด
- ไข้หวัดใหญ่ – พบตลอดปี แต่จะมากในฤดูฝน
- ปอดอักเสบ – พบมากในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อันตรายถึงชีวิต
- ไข้เลือดออก – ระบาดช่วงหน้าฝน ยุงลายเป็นพาหะ ต้องระวังมาก
วิธีป้องกัน โรคมือเท้าปาก ระบาด
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
- กินร้อน ช้อนกลาง แก้วน้ำและช้อนของใครของมัน
- สวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเวลาที่ไปโรงเรียนหรือสถานที่แออัด
- ทำความสะอาดของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ พื้น อย่างสม่ำเสมอ
- แยกเด็กป่วยออกจากเด็กที่ยังไม่ป่วย
- ฉีดวัคซีน EV71 ป้องกันมือเท้าปากสายพันธุ์อีวี 71

เมื่อลูกป่วย ต้องทำอย่างไร?
หากคุณแม่สังเกตว่าลูกป่วยจริง สิ่งสำคัญคือ “อย่าฝืนให้ไปโรงเรียน” เพราะจะยิ่งทำให้ โรคมือเท้าปากระบาดหนักกว่าเดิม
- ให้ลูกหยุดเรียนทันที อย่างน้อย 5–7 วัน หรือจนกว่าอาการดีขึ้น
- ให้ลูกพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ กินอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก
- ใช้ยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามซื้อยามาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ถ้าลูกมีอาการหนัก เช่น ไข้สูงไม่ลด ชัก หรือซึม ให้รีบไปโรงพยาบาล
โรค มือ เท้า ปาก ระบาด ไม่ใช่เรื่องไกลตัว พ่อแม่ โรงเรียน และชุมชนต้องช่วยกันป้องกัน ตั้งแต่ การล้างมือ กินร้อน หยุดเรียนเมื่อป่วย ไปจนถึงการทำความสะอาดของเล่นและอุปกรณ์เด็กๆ ถ้าทุกบ้านช่วยกันก็จะช่วยตัดวงจรโรค และทำให้เด็กๆ กลับมาเรียน เล่น และเติบโตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้งค่ะ
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ , มติชนออนไลน์ , กรมควบคุมโรค
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
โรคมือเท้าปากกับ RSV ต่างกันยังไง โรคระบาดที่ต้องเฝ้าระวัง
รู้จัก เชื้อเอนเทอโรไวรัส และ สัญญาณโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัส
วัคซีนเด็ก 2568 วัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็ก แม่พาลูกไปฉีดครบหรือยัง?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!