ไวรัสซิการะบาดหนัก เตือนคนท้องให้ระวัง อาจทำให้ลูกสมองผิดปกติได้

lead image

ไวรัสซิการะบาดหนัก เตือนคนท้องให้ระวัง

ไวรัสซิการะบาดหนัก ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเมื่อวันที่ 9 ม.ค. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและบางพื้นที่อาจมีฝนตก ส่งผลให้เกิดแหล่งน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ที่อาจทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อ ไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

สำหรับไวรัสซิกา มีติดเชื้อแล้วจำนวน 573 ราย เป็นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 129 ราย พื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ เขตบางกะปิและเขตตลิ่งชัน และผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย จำนวน 2,383 ราย เป็นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 104 ราย พื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ เขตจอมทอง ประเวศ และเขตธนบุรี

ไวรัสซิกา คืออะไร อันตรายไหม

การติดเชื้อไวรัสซิกา เกิดจากการถูกยุงที่ติดเชื้อกัด มักจะมีอาการไข้ต่ำ ออกผื่น ตาแดง และปวดกล้ามเนื้อ การติดเชื้อไวรัสซิกามักจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็อาจส่งผลที่ร้ายแรงต่อหญิงตั้งครรภ์ได้ โดยทำให้เสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรืออาจให้กำเนิดทารกที่มีศีรษะขนาดเล็กกว่าปกติ

ไวรัสซิกาเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเฟลวิไวรัส (Flavivirus) ตระกูลเดียวกับเชื้อไข้เลือดออกหลายชนิด ซึ่งเชื้อไวรัสเหล่านี้มียุงลาย (Aedes) เป็นพาหะนำโรค ทำให้มีการติดต่อได้ง่าย สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญมันสามารถแพร่เชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย

อาการของผู้ที่ป่วยเป็นไวรัสซิกา

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หรือมีไข้เล็กน้อย อยู่ประมาณ 2-7 วัน แต่ไม่มีอาการร้ายแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งยังมีอาการร่วมดังต่อไปนี้

  • มีผื่นแดง (Maculopapular) ตามลำตัว แขน และขา
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  • ตาแดง บริเวณดวงตามีอาการอักเสบของเยื่อบุตา
  • อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
ไวรัสซิการะบาดหนัก

ไวรัสซิการะบาดหนัก

ไวรัสซิกาอันตรายกับคนท้องอย่างไร

กรณีที่แม่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่อาจส่งผ่านไวรัสไปสู่ทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเสี่ยงต่อภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด (Microcephaly) และโรคทางสมองที่ร้ายแรง  เนื่องจากสมองของทารกหยุดพัฒนาตั้งแต่ในครรภ์ หรือหยุดพัฒนาเมื่อคลอด จึงทำให้ศีรษะมีขนาดเล็กลงตามสมองไปด้วย ทารกที่เกิดภาวะนี้ขึ้นจะมีพัฒนาการช้าในทุกด้าน มีปัญหาทางด้านการได้ยิน การมองเห็น การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการรับประทานอาหาร ฯลฯ

สำหรับโรคนี้ ยังไม่มีวัคซีนหรือยาในการรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ แพทย์จะทำการรักษาตามอาการของผู้ป่วยที่พบเป็นหลักค่ะ สำหรับคุณแม่ที่สงสัยว่าตัวองเป็นหรือไม่เวลาเกิดอาการไข้หรือปวดหัว ให้ทานยาพาราเซตามอลเท่านั้น ไม่ควรทานยาแอสไพริน ยาบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบในกลุ่ม NSAIDs เป็นอันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกในอวัยวะได้ง่ายขึ้น

แม่ให้นมเป็นไวรัสซิกาลูกน้อยจะติดไหม

ในกรณีที่แม่อยู่ในช่วงระหว่างการให้นมบุตร ทารกสามารถรับนมแม่ได้ตามปกติ เนื่องจากในน้ำนมแม่มีสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่สำคัญต่อทารก อีกทั้งยังไม่พบข้อมูลมากพอยืนยันเรื่องการแพร่เชื้อชนิดนี้ผ่านทางการให้นมแม่ค่ะ

ความแตกต่างของโรคไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออก และโรคชิคุนกุนยา

  • โรคไวรัสซิกา ยังไม่พบอาการที่ชัดเจน แต่มักมีผื่นที่ผิวหนัง และบางส่วนมีเยื่อบุตาอักเสบจนทำให้ตาแดง
  • โรคไข้เลือดออก มีไข้สูง อาการปวดกล้ามเนื้อที่รุนแรง และอาการแทรกซ้อนเมื่อไข้เริ่มลด เช่น มีเลือดออกบริเวณตามผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล เป็นต้น
  • โรคชิคุนกุนยา มีไข้สูง อาการปวดข้ออย่างรุนแรง ปวดตามมือ เท้า หัวเข่า และหลัง จนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติได้

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ พยายามป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด สวมผ้าสีอ่อนหรือเนื้อหนา ปิดประตู หรือหน้าต่างบ้านให้มิดชิด หรือใช้การกางมุ้ง หรือใช้ม่านกันยุง กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณที่อยู่อาศัยและบริเวณรอบบ้านค่ะ

ที่มา: khaosodpobpad

บทความอื่น ที่น่าสนใจ:

ยาจุดกันยุงอันตรายสำหรับคนท้องไหม ลูกในท้องจะเป็นอะไรหรือเปล่า?

โรคชิคุนกุนยาระบาด โรคติดต่อที่มากับยุง เตือนพ่อแม่ให้ระวังลูกน้อยในช่วงนี้!!

วิธีป้องกันทารกจากยุงร้าย หนียุงยังไงให้ลูกรอด!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri