น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก อันตรายไหม แม่ท้องมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง

lead image

น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก อันตรายอย่างไร คนท้องต้องกังวลมากไหม แม่ท้องจะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง และอาการที่ต้องระวังของภาวะน้ำคร่ำที่เกิดขึ้น

น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก อันตรายไหม

น้ำคร่ำ มีบทบาทสำคัญในการป้องกันอันตรายต่อทารกในครรภ์ ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทก กันไม่ให้สายสะดือถูกกดทับ ทำให้ทารกมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวและเติบโตได้ภายในครรภ์ ปริมาณน้ำคร่ำจึงสะท้อนถึงสมดุลในขบวนการแลกเปลี่ยนสารน้ำระหว่างมารดา ทารกในครรภ์ และการทำงานของรก ซึ่งหากมี น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก เกินไป ก็จะมีผลกระทบต่อสุขภาวะของมารดา หรือทารกได้ และปริมาณน้ำคร่ำยังใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์ด้วย

การสร้างน้ำคร่ำ

ในช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ แหล่งสร้างน้ำคร่ำมาจากตัวทารกเป็นส่วนใหญ่ มีส่วนน้อยที่มาจากมารดา โดยสารน้ำและสารละลายจะซึมผ่านจากผิวหนังทารก เยื่อหุ้มถุงน้ำคร่ำและเยื่อหุ้มรกเข้าสู่ถุงน้ำคร่ำ น้ำคร่ำจึงมีส่วนประกอบใกล้เคียงกับน้ำเลือด(พลาสม่า)ของทารก เพียงแต่มีปริมาณโปรตีนที่ต่ำกว่า

ในช่วงครึ่งหลัง เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น เริ่มมีสารเคอราตินมาสะสมที่ผิวหนังของทารกมากขึ้นจนสารน้ำไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังทารกออกมาได้ ในช่วงนี้น้ำคร่ำเกือบทั้งหมดจึงได้มาจากน้ำปัสสาวะของทารกในครรภ์ที่ฉี่ออกมา น้ำคร่ำในระยะนี้จึงมีส่วนประกอบของยูเรีย กรดยูริค และสารครีเอตินิน(สารบ่งชี้ค่าการทำงานของไต)เพิ่มขึ้นตามพัฒนาการของไตทารกนั่นเอง ในช่วงครรภ์ครบกำหนดทารกจะสร้างน้ำคร่ำได้เฉลี่ยประมาณ 500-700 มิลลิลิตรต่อวัน

การขจัดน้ำคร่ำ

สามารถขจัดได้ 3 วิธี คือ

#วิธีแรก

การกลืนน้ำคร่ำของทารก เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ ทารกจะมีการกลืนน้ำคร่ำและมีการดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหารของทารกเองเพื่อดึงสารน้ำกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตและส่งกลับไปสู่มารดาผ่านทางรกหรือขับออกมาทางปัสสาวะของทารกต่อไป ในช่วงครรภ์ครบกำหนดทารกจะกลืนน้ำคร่ำได้เฉลี่ย 200-450 มิลลิลิตรต่อวัน

#วิธีที่สอง

การขจัดผ่านทางเดินหายใจของทารก พบว่าขบวนการหายใจเข้าเพื่อสูดน้ำคร่ำเข้าสู่ปอดเริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 11 สัปดาห์ เมื่อน้ำคร่ำไปถึงถุงลมซึ่งเป็นจุดที่มีหลอดเลือดฝอยจำนวนมากจึงมีการซึมผ่านของสารน้ำเข้าสู่กระแสโลหิตของทารกต่อไป ในช่วงครรภ์ครบกำหนดจะมีปริมาณน้ำคร่ำถูกสูดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจประมาณ 600-800 มิลลิลิตรต่อวัน

#วิธีที่สาม

การขจัดผ่านทางเยื่อหุ้มรกและเยื่อหุ้มถุงน้ำคร่ำ จากการที่น้ำคร่ำมีความเข้มข้นของสารละลายน้อยกว่าจึงมีการซึมผ่านของสารน้ำผ่านเยื่อหุ้มดังกล่าวกลับเข้าสู่เซลล์เยื่อหุ้มถุงน้ำคร่ำได้อีกเล็กน้อย ประมาณ 80 มิลลิลิตรต่อวัน

จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำคร่ำสุทธิขึ้นกับสมดุลของการสร้างและการขจัดน้ำคร่ำที่อายุครรภ์นั้นๆ นั่นเอง ซึ่งทางการแพทย์มีวิธีการตรวจวัดประมาณปริมาณน้ำคร่ำได้ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อใช้แยกว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีปริมาณน้ำคร่ำปกติ มากไป หรือน้อยไปหรือไม่

น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก อันตรายไห

น้ำคร่ำน้อย น้ำคร่ำมาก อันตรายไห

ภาวะปริมาณน้ำคร่ำมากเกิน(ครรภ์แฝดน้ำ)

เมื่อสูติแพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะน้ำคร่ำมากเกิน อันดับแรกจำเป็นต้องหาสาเหตุ ซึ่งมีทั้งที่สามารถรักษาแก้ไขได้ระหว่างการตั้งครรภ์ และบางกรณีก็ไม่สามารถแก้ไขได้ หลังจากนั้นต้องติดตามเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และประคับประคองการตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งคลอด ภาวะน้ำคร่ำมากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

  • ปัจจัยจากมารดา-เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ครรภ์แฝด ภาวะหมู่เลือดไม่เข้ากัน
  • ปัจจัยจากรก-เนื้องอกของเนื้อรก รกผิดปกติบางชนิด
  • ปัจจัยจากทารก-ความผิดปกติแต่กำเนิดของทางเดินอาหาร(หลอดอาหารอุดตัน) ของระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจ

โดยมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด น้ำคร่ำเดินก่อนกำหนด ภาวะสายสะดือย้อย เด็กทารกอยู่ผิดท่า การคลอดยาก เพิ่มโอกาสผ่าตัดคลอดบุตร เพิ่มโอกาสทารกสำลักน้ำคร่ำ มารดามีอาการอึดอัดกระสับกระส่ายจากหน้าท้องที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนอนราบได้ มารดาจึงต้องเฝ้าระวังอาการของโรคต่างๆ ดังกล่าว

ภาวะน้ำคร่ำน้อย

เมื่อสูติแพทย์วินิจฉัยภาวะน้ำคร่ำน้อย จำเป็นต้องหาสาเหตุที่เป็นไปได้ อาทิเช่น

  • ปัจจัยจากมารดา-ครรภ์เกินกำหนด น้ำคร่ำรั่ว
  • ปัจจัยจากรก-รกเสื่อม รกเล็กผิดปกติ
  • ปัจจัยจากทารก-ทารกโตช้าในครรภ์ การติดเชื้อของทารกภายในครรภ์ ทารกพิการแต่กำเนิด เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะอุดตัน

โดยมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะดังกล่าวได้ เช่น ทารกมีแขนขาผิดรูป ปอดทารกพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ มีการกดทับสายสะดือ ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เสี่ยงต่อทารกเสียชีวิตในครรภ์ มารดาจึงควรตรวจติดตามกับสูติแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป

สรุปแล้ว น้ำคร่ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการตั้งครรภ์ปกติ คุณแม่จึงควรไปฝากครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสแรก เพื่อกำหนดอายุครรภ์ให้ชัดเจน สูติแพทย์จะมีการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อวัดปริมาณน้ำคร่ำเป็นระยะ เพื่อประเมินสุขภาวะของทารกในครรภ์ต่อไป

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารกคลอดทั้งถุงน้ำคร่ำ ภาพทารกคลอดในถุงน้ำคร่ำ หายาก 1 ใน 9 หมื่น โผล่มาแบบนี้แม่ตกใจเลย

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม ลูกในท้องจะเป็นอย่างไร มีวิธีป้องกันหรือเปล่า

ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บท้องคลอด วิธีสังเกต และแยกระหว่างปัสสาวะรั่วกับถุงน้ำคร่ำแตก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner