TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อาการคนท้องที่ตั้งครรภ์ 1 เดือนแรก 100 สิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้ ตอนที่ 15

บทความ 5 นาที
อาการคนท้องที่ตั้งครรภ์ 1 เดือนแรก 100 สิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้ ตอนที่ 15

ในช่วงแรกของ การตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นเวลาที่สำคัญมากสำหรับแม่ตั้งท้อง นั้นเพราะมันเป็นเวลาที่หลาย ๆ อย่างมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ แถมยังเป็นช่วงระยะเวลาที่ตัวอ่อนในครรภ์เริ่มมีการเจริญเติบโต ซึ่งวันนี้ theAsianparent Thaland พามาเช็ค อาการคนท้องที่ตั้งครรภ์ 1 เดือนแรก 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 15  ท้องได้หนึ่งเดือน ควรรู้อะไรบ้าง มีอาการไหนที่แสดงให้เห็นในช่วงนี้ มาเช็คไปพร้อมกัน

 

ท้องหนึ่งเดือน

 

ประจำเดือนขาด

โดยปกติแล้วประจำเดือนของผู้หญิงจะมีระยะเวลา 21-35 วัน และจะมาใกล้เคียงกันทุกเดือน แต่หากประจำเดือนขาดหายไปนานกว่า 10 วัน ก็สามารถเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่า “กำลังตั้งครรภ์” เนื่องจากไข่กับตัวอสุจินั้นมีการปฏิสนธิกัน โดยร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จำนวนมากออกมา นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผนังมดลูกหลุดออกมาเป็นประจำเดือน อย่างไรก็ตามการที่ประจำเดือนขาด บางครั้งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือภายในมดลูกได้ ดังนั้น ควรทำการตรวจเพื่อความแน่ใจอีกครั้งจะดีที่สุด

 

อ่อนเพลีย

เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงาน มากขึ้นเพื่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จึงทำให้แม่ท้องรู้สึกว่ามีแรงน้อยลง เมื่อยล้า และ มีอาการอ่อนเพลียได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : 5 วิธีรับมือลดอาการอ่อนเพลียระหว่างตั้งครรภ์

 

มีตกขาวมากผิดปกติ

ในช่วงการตั้งครรภ์ สรีระและฮอร์โมนในร่างกายจะมีการปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีการตกขาว ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ แต่อย่าเพิ่งตกใจถ้าลักษณะของการตกขาวเป็นมูกเหลวสีขาวขุ่นหรือครีมเพราะนั่นก็ถือเป็นสภาวะปกติไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณปากมดลูกและช่องคลอดจะมีการสร้างของเหลวออกมาเพื่อหล่อลื่นบริเวณปากช่องคลอด แต่ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ก็ควรดูแลรักษาทำความสะอาดช่องคลอด เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น

 

มีเลือดซึมออกมาจากช่องคลอด

หากแม่เห็นเลือดซึมออกมาจากช่องคลอด แต่ไม่ใช่ประจำเดือนอย่าเพิ่งตกใจ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ในระยะแรก เนื่องจากร่างกายอยู่ในสภาวะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิภายในมดลูก ในช่วง 11-12 วันหลังปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะฝังในเยื่อบุโพรงมดลูก อาจทำให้คุณแม่บางคนมีเลือดสีแดงจาง ๆ หรือ ชมพู ปริมาณไม่มาไหลออกมาจากช่องคลอดได้ และเลือดนี้จะหยุดไหลไปเองใน 1-2 วัน หากไม่มีอาการปวดเกร็งก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากเลือดไหลไม่หยุดและมีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วยควรไปพบแพทย์ทันที

 

หน้าอกขยาย

แม่ท้องหลายคนหน้าอกจะเริ่มขยายในช่วงตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นทำให้หน้าอกอ่อนนุ่ม เพื่อรองรับการให้นมลูกในอนาคต อีกทั้งบริเวณหัวนมจะเริ่มมีสีคล้ำขึ้น หน้าอกจะเริ่มขยาย และ ไวต่อการสัมผัส รวมถึงบางครั้งอาจจะมีอาการเจ็บตึงด้วย

 

ปวดหัว เวียนศีรษะ

อาการปวดหัว เป็นหนึ่งในสัญญาณของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนภายในร่างกาย และการปรับตัวตามธรรมชาติในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งการปวดหัวในระยะสัปดาห์แรกนั้น บางคนอาจจะมีการปวดบ่อยขึ้น เพราะอาจจะมาจากความเครียด หรือมีอาการภูมิแพ้ทำให้ปวดหัวจากการตั้งครรภ์รุนแรงกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องอาหารการกิน และการดื่มน้ำ รวมถึงต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ ทำจิตใจให้สบาย และงดเล่นโทรศัพท์บ่อย ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทำไมรู้สึกเวียนหัวตอนตั้งครรภ์ เวียนหัวบ่อย มีสาเหตุที่เเตกต่างกันออกไปอย่างไร

 

คัดเต้าและเจ็บหัวนม

อาการตึงคัดเต้านมเป็นอาการที่แสดงออกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์กำลังเกิดขึ้น คุณแม่บางคนจะเริ่มรู้สึกตึงคัดหรือเจ็บบริเวณหัวนมเล็กน้อย สามารถรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ตั้งแต่ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรก เต้านมจะขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงตั้งครรภ์แต่ละไตรมาส แต่บางคนกลับขยายไม่ใหญ่มากนัก ในการตั้งครรภ์ท้องแรกเต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในท้องต่อ ๆ ไป การเปลี่ยนแปลงจะไม่ชัดเจนมากนัก อาการคันหรือแตกลายอาจเกิดจากเต้านมมีการขยายรวดเร็ว ดังนั้น คุณแม่ควรใช้โลชั่นทาบริเวณเต้านมด้วย โดยสาเหตุที่คัดเต้าเพราะฮอร์โมนมีการทำงาน โดยบริเวณลานนมจะกว้างขึ้นและมีเส้นเลือดดำสีเขียว ๆ กระจายอยู่รอบ

 

ปวดหลัง

ปวดหลังตอนท้อง เป็นอาการที่แม่ท้องส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ซึ่งการปวดหลังตอนท้องนั้น จะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่จะมาจากการขยายตัวของกล้ามเนื้อส่วนกลาง ที่เป็นผลมาจากมดลูกขยายใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับทารกตัวน้อยที่กำลังเติบโตภายในร่างกาย รวมถึงอาจจะมีอาการตะคริวร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้นับว่าเป็นอาการปกติของคนท้อง และอาการปวดหลังสามารถเกิดได้ตลอดเวลาในการตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้ศูนย์กลางของการทรงตัวเปลี่ยนไป วิธีการรับมือคือปรับเปลี่ยนด้วยท่านอน เป็นตะแคง ใช้หมอนข้างสำหรับวางขา เลือกที่นอนที่แข็งพอดี และไม่นุ่มจนเกินไป

 

คนท้องปวดหลัง

 

เข้าห้องน้ำบ่อย

อาการเข้าห้องน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย เป็นสัญญาณที่แสดงว่าร่างกายกำลังมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โหมดการตั้งครรภ์แล้ว โดยในช่วงนี้แม่ท้องอาจจะต้องลุกเข้าไปเข้าห้องน้ำบ่อย เนื่องจากในระหว่างการตั้งครรภ์ใหม่หรือในช่วง 3 เดือนแรก ร่างกายจะสร้างของเหลวในร่างกายมากขึ้น มดลูกที่ขยายขนาดจากการตั้งครรภ์ต้องการเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากกว่าปกติ จึงทำให้ไตทำงานหนักมากกว่าปกติ เพราะปริมาณของเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น มีเลือดผ่านไตมากกว่าเดิม ทำให้ไตกลั่นกรองเอาปัสสาวะมามากขึ้น ในขณะเดียวกันมดลูกที่อยู่ติดกับด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เบียดและกดทับกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้แม่ท้องปัสสาวะบ่อยมากขึ้น แต่เมื่อถึงช่วงกลางของการตั้งครรภ์มดลูกจะอยู่สูงขึ้น

 

อยากทานอาหารแปลก ๆ

ในช่วงแรกของ การตั้งครรภ์ แม่ท้องอาจมีการรับรู้ รสชาติอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป จนอาจทำให้รู้สึกว่า ทานอะไรก็ไม่อร่อย บางทีก็อยากทานของแปลก ๆ อย่างเช่นอาหารที่มีรสเปรี้ยว หรือ อาหารที่แม่ท้องอาจไม่ได้รู้สึกว่าอยากกินมาก่อน

ท้องผูก ท้องอืดมากกว่าปกติ

อาการท้องผูก ท้องอืด รู้สึกไม่สบายท้อง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพื่อเข้าสู่สภาวะการตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนโปสเจสเตอโรน (Progesterone) ที่สูงขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารเปลี่ยนแปลง และยังทำให้เกิดการขยายตัวของมดลูกที่ไปเบียดเข้ากับลำไส้ใหญ่ส่งผลให้การบีบตัวของลำไส้ลดลง ทำให้อาการย่อยยาก ย่อยได้ช้าลง มีลมในกระเพาะมาก ซึ่งอาการนี้นับเป็นสภาวะปกติของคนท้อง ซึ่งแม่ท้องสามารถบรรเทาอาการท้องอืด ท้องผูก ได้ด้วยการกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดเครื่องดื่มอัดลม และเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของนม เน้นออกกำลังกายเบา ๆ ก็จะช่วยแก้ไขอาการได้

หายใจถี่

เมื่อรู้สึกมีอาการหายใจถี่ เหนื่อยง่ายในขณะทำงานที่ต้องใช้แรงงาน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตในครรภ์ มีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่ และเมื่อทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตมากขึ้นจะมีแรงกดดันต่อปอดและกะบังลม ส่งผลทำให้แม่ท้องมีอาการหายใจถี่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตลอดการตั้งครรภ์

จมูกไวต่อกลิ่น

เมื่อเข้าสู่ช่วงตั้งครรภ์ มีอาการที่จมูก ของแม่ท้องจะไวต่อกลิ่นทุกชนิดมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Super Smell เป็นพิเศษ บางครั้งก็อาจทำให้แม่ท้องรู้สึก เหม็น หรือจู่ ๆ ก็ไม่ชอบกลิ่นที่คุ้นเคย จนเกิด อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ บางครั้งก็เหม็นน้ำหอม เหม็นอาการ เหม็นตัวสามี ก็เป็นได้

 

อาการคนท้อง 1 เดือน

อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

ถ้ารู้สึกถึงอารมณ์แปรปรวน แกว่ง ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย มีอาการหงุดหงิดง่าย อารมณ์อ่อนไหว ขี้น้อยใจ หรือ ห้องไห้เก่ง ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการเหล่านี้อาจจะบ่งบอกถึงสภาวะของการตั้งครรภ์ในระยะแรกของคุณแม่มือใหม่ โดยภาวะอารมณ์นี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งร่างกายของคุณแม่กำลังปรับสมดุลอยู่จึงทำให้สภาวะอารมณ์ไม่คงที่ หากผ่านช่วงนี้ไปอารมณ์ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ หากเครียดและไม่รู้จะทำอะไร แนะนำให้แม่ท้องทำอะไรให้เกิดความผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง นั่งสมาธิ

 

ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง

อาการคนท้องในช่วงแรกนั้นมีผลทำให้กระทบสภาวะอารมณ์ ทำให้แม่ท้องบางคนอาจจะมีการแปรปรวนในเรื่องของทางเพศ เช่น บางคนอาจจะมีความต้องการทางเพศที่ลดลง ในขณะบางคนก็สูงขึ้น ซึ่งอาการนี้จะกลับสู่สภาวะปกติในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์

 

กรดไหลย้อน

คนท้องส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคนี้โดยเฉพาะคุณแม่ที่ทานอาหารเสร็จแล้วนอนเลย เนื่องจากว่ากรดในกระเพาะอาหารไหลเข้าสู่หลอดอาหารทำให้เกิดอาการแน่น จุกเสียดท้อง วิธีป้องกัน คือ คุณแม่ต้องแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผลไม้รสเปรี้ยว ช็อกโกแลต และอาหารที่มีรสเผ็ด

 

การดูแลตัวเองของคนท้องในเดือนแรก

เข้าฝากครรภ์กับแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านหรือที่ทำงาน ทำการตรวจประเมินสุขภาพของคุณแม่และครรภ์ เพื่อให้คุณหมอตรวจหาความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์ ดูอายุครรภ์ของทารก ตรวจหาความผิดปกติอื่น ๆ และรับยาบำรุงครรภ์ เพื่อที่ลูกน้อยในครรภ์จะได้เติบโตอย่างสมบูรณ์ และปลอดภัย

 

อาการแพ้ท้องในเดือนแรกของแต่ละคนมีมากน้อยไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว คุณแม่ไม่ต้องตกใจหากยังไม่มีอาการตามข้อความข้างต้นที่ได้ระบุไป ส่วนท่านใดที่รู้สึกว่าอาการแพ้ของตัวเองหนักหน่วงเกินไปจนเกินรับมือ แนะนำให้เข้าปรึกษาคุณหมอด่วนเลยนะคะ บางครั้งร่างกายอาจส่งสัญญาณการขาดโปรตีนชนิดใดชนิดหนึ่งหรือวิตามินอยู่ก็ได้ค่ะ

ที่มา : bccgroup-thailand.com

 

ติดตามพัฒนาการครรภ์แต่ละเดือน อาการคนท้องและพัฒนาการทารกในครรภ์

  • ตั้งครรภ์ 1-9 เดือน สรุปอาการคนท้องที่สำคัญ และพัฒนาการทารกในครรภ์แต่ละเดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 1 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 2 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 3 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 4 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 5 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 6 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 7 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 8 เดือน
  • เจาะลึก ตั้งครรภ์ 9 เดือน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

bossblink

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • อาการคนท้องที่ตั้งครรภ์ 1 เดือนแรก 100 สิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้ ตอนที่ 15
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว