TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ตรวจครรภ์ก่อนคลอด สำคัญนะ!!! แม่ท้องแก่อย่าละเลย

บทความ 5 นาที
ตรวจครรภ์ก่อนคลอด สำคัญนะ!!! แม่ท้องแก่อย่าละเลย

เรามีตัวอย่างการตรวจครรภ์ก่อนคลอดมาให้อ่านกันค่ะ

ลูกจะเกิดมามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายของเขาไหมนะ ? แล้วคุณจะต้องเผชิญกับความยุ่งยากอะไรต่อจากนี้หรือไม่ ? เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่คุณต้องมีความรู้ในการเตรียมตัว และเข้าร่วมการตรวจทุกอย่างก่อนคลอด เพื่อหาปัญหาของคุณให้เจอเสียก่อน ยิ่งตรวจหาปัญหาเจอก่อน ก็จะยิ่งมีเวลา และวางแผนการรักษาได้หลายรูปแบบมากขึ้น ตรวจครรภ์ก่อนคลอด สำคัญนะ !!! แม่ท้องแก่ห้ามละเลยเด็ดขาด

ตัวอย่างการ ตรวจครรภ์ก่อนคลอด

  • การเจาะถุงน้ำคร่ำ
  • การตัดชิ้นเนื้อจากรก (CVS)
  • การเจาะเลือดทารกจากสายสะดือ (FBS)

การตรวจแต่ละประเภท มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน และเหมาะกับแม่ท้องที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ กันออกไป อย่างไรก็ตาม การตรวจแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ตัวอย่างการตรวจครรภ์ก่อนคลอด มีดังนี้

การเจาะถุงน้ำคร่ำ

หมายถึง การรวบรวมข้อมูลและตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม การเผาผลาญอาหารผิดปกติจากกรรมพันธุ์ และการติดเชื้อในครรภ์

การตรวจนี้เหมาะกับใคร

การตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป เคยมีบุตรที่มีความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด เคยมีประวัติครอบครัวที่มีความผิดปกติของร่างกาย หรือได้รับผลการตรวจคัดกรองที่ไม่ปกติ

เมื่อไหร่จึงควรตรวจ

มักจะเป็นระยะเวลาตั้งครรภ์ระหว่าง 15 – 20 สัปดาห์

ตรวจอย่างไร

แพทย์จะนำน้ำคร่ำบางส่วนจากผนังมดลูกออกมาในขณะที่ทำการอัลตร้าซาวน์ด้วยเข็มเล็กมากๆ เซลล์นี้จะถูกเพาะเลี้ยงในจานเพาะเชื้อ และจะทำการวินิจฉัย คนไข้อาจจะมีความรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น คนไข้จะได้รับผลการตรวจภายใน 1-2 สัปดาห์

ความเสี่ยงที่อาจเกิด

มีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกบาดเจ็บ แต่ก็น้อยมาก ขั้นตอนนี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรเพียง 1 ต่อ 200 อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำที่เกิดการติดเชื้อที่มดลูก และน้ำคร่ำรั่ว

ตรวจครรภ์ก่อนคลอด

 

การตัดชิ้นเนื้อจากรก (CVS)

หมายถึง มักใช้วิธีนี้ในการหาข้อมูลโครโมโซมที่ผิดปกติ เช่น ดาวน์ซินโดรม และความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ข้อดีของการตรวจแบบนี้ ที่ไม่เหมือนการเจาะน้ำคร่ำ คือ สามารถตรวจได้ในระยะตั้งครรภ์ที่เร็วกว่า สามารถให้ครอบครัวตัดสินใจ และรับฟังคำปรึกษาจากแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

การตรวจนี้เหมาะกับใคร

การตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป เคยมีบุตรที่มีความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด เคยมีประวัติครอบครัวที่มีความผิดปกติของร่างกาย หรือได้รับผลการตรวจคัดกรองที่ไม่ปกติ

เมื่อไหร่จึงควรตรวจ

มักจะเป็นระยะเวลาตั้งครรภ์ระหว่าง 15 – 20 สัปดาห์

ตรวจอย่างไร

แพทย์จะใช้เข็มสะกิดเนื้อเยื่อบาง ๆ ในรกออกมาในระหว่างการทำอัลตร้าซาวด์ เนื้อเยื่อบาง ๆ นี้จะนำไปตรวจหาการคลอดบุตรที่ผิดปกติ เพราะทารกเกิดจากรก และตัวอย่างของเนื้อเยื่อนี้จะต้องมีโครโมโซมเหมือนกันกับทารกที่ยังอยู่ในครรภ์ขณะนี้ อาจจะมีอาการเจ็บปวดเบา ๆ ระหว่างกระบวนการนี้และจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ด้วย คนไข้จะได้รับผลการตรวจภายใน 1 – 2 สัปดาห์

ความเสี่ยงที่อาจเกิด

การตรวจแบบนี้ก่อให้เกิดการแท้งบุตรเพียง 1% แต่ยังมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อ และข้อบกพร่องของการเจริญเติบโตของเด็ก หากทำการตรวจนี้เร็วเกินไป

บทความแนะนำ: สร้างความสัมพันธ์กับลูกน้อยแรกเกิด

ตรวจครรภ์ก่อนคลอด

การเจาะเลือดทารกจากสายสะดือ (FBS)

หมายถึง มักใช้วิธีนี้ในการหาข้อมูลโครโมโซมที่ผิดปกติ เช่น ดาวน์ซินโดรม และความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และการติดเชื้อที่อาจเกิดผลกระทบกับทารกในครรภ์และภาวะโลหิตจาง หรือระดับเกล็ดเลือfต่ำ ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการตรวจแบบนี้คือ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อทารกในครรภ์ที่อาจถูกรบกวนจากการตรวจ

การตรวจนี้เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับมารดาที่พบความผิดปกติจากการตรวจคัดกรอง เช่น จากการอัลตร้าซาวด์ เมื่อการตรวจในแบบอื่น ๆ ยังสรุปไม่แน่ชัด หรือเมื่อทราบถึงการติดเชื้อโรคบางอย่างที่อาจกระทบถึงบุตรในครรภ์ได้

เมื่อไหร่จึงควรตรวจ

มักจะเป็นระยะเวลาตั้งครรภ์ระหว่าง 18 – 23 สัปดาห์

ตรวจอย่างไร

แพทย์จะใช้เข็มเจาะผ่านท้อง เข้าไปถึงมดลูก และเก็บตัวอย่างเลือดจากทารกในครรภ์ ในระหว่างการทำอัลตร้าซาวด์ อาจเจ็บปวดเล็กน้อยระหว่างขั้นตอนที่ทำ และจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ คนไข้จะได้รับผลการตรวจภายใน 3 – 5 วัน

ความเสี่ยงที่อาจเกิด

มีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรเพียง 1 – 1.5%

ตรวจครรภ์ก่อนคลอด

โค้งสุดท้ายก่อนคลอด แม่ท้องแก่เจออะไรบ้าง

เรื่องจริงที่แม่ท้องใกล้คลอดต้องเจอ โค้งสุดท้ายแล้วคนท้องต้องเจออะไรบ้าง?

1.กังวลว่าเมื่อไหร่จะถึงวันคลอด

คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ว่าวันไหนคือวันครบกำหนดคลอดคร่าวๆ เท่านั้น สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจจะไม่ต้องกังวลมากนักเพราะว่ารู้วันเวลาที่แน่นอน แต่สำหรับแม่ที่คลอดธรรมชาตินั่นไม่เหมือนกัน บบางทีถึงวันครบกำหนดแล้วแต่ยังไม่คลอดสักทีจนเลยไปถึง 42 สัปดาห์เลยก็มี

2.น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น

ยิ่งนานวันคุณแม่จะรู้สึกว่าท้องโตขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นจะเดินก็ลำบาก เนื่องจากภายในม้องของคุณแม่ไม่ได้มีแค่ลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังมีรก มีน้ำคร่ำ ไหนจะน้ำหนักตัวของคุณแม่เองอีก ทำให้คุณแม่ยิ่งรู้สึกว่าเคลื่อนไหวลำบาก เหนื่อยง่าย จะยืนจะเดินนานๆ ก็ไม่ได้อีก

3.ความอดทนเริ่มลดน้อยลง

เมื่อลูกโตขึ้นมดลูกก็จะไปเบียบพื้นที่ในร่างกายของคุณแม่ให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้คุณแม่ท้องผูกเอาได้ง่ายๆ ไหนจะฮอร์โมนในร่างกายที่เพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบ่ยตัว และเริ่มมีโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคริดสีดวงทวาร และผื่นคัน ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าเมื่อไหร่ลูกจะคลอดสักทีนะ แม่เริ่มไม่ไหวแล้ว

4.อาการต่างๆ รุมเร้า

แม่ท้องมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ท้องผูก ไม่สบายเนื้อตัวมาตลอดการตั้งครรภ์ และส่วนใหญ่มักจะบ่นกันเรื่องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหน่วงๆ บริเวณหัวเหน่า ขาบวม เท้าบวม ระบบขับถ่ายแย่ กรดไหลย้อน ทุกสิ่งทุกอย่างถาโถมเข้ามา และมักจะรู้สึกแย่มากๆ ในช่วงใกล้คลอด เพราะเกิดการหดตัวที่มากขึ้น รวมถึงการเจ็บท้องหลอกที่ถี่ขึ้นอีกด้วย

5.พยายามถามทุกอย่าง

ความกังวลของคุณแม่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในช่วงโคงสุดท้ายก่อนคลอด โดยเฉพาะท้องแรก คุณแม่จะยิ่งสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากคนที่มีประสบการณ์มาก่อน หรือถามใครก็ได้ที่ช่วยให้ข้อมูล หรือช่วยคลายความกังวลของคุณแม่ให้ได้มากที่สุด

6.นอนหลับยาก

ถึงแม้ว่าคุณแม่จะพยายามนอนตามที่หลายคนแนะนำมาก แต่ก็นั่นแหละพอจะนอนจริงๆ ก็เหมือนนอนไม่เต็มที่ หลับได้สักพักก็ต้องตื่น เพราะลูกดิ้นบ้าง ปวดเมื่อย แขนขาชาบ้าง เจ็บหน่วงๆ จนทำให้ตื่น หรืออาจรู้สึกว่าหายใจไม่สะดวกบ้าง

7.เข้าห้องน้ำบ่อย

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ท้องต้องงตื่นนอนบ่อยๆ ด้วยความที่กระเพาะปัสสาวะที่มดลูกที่ขยายเบียดมากขึ้น ทำให้พื้นที่ลดลงน้อย คุณแม่จึงต้องขยันเดินเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จนทำให้คุณแม่รู้สึกรำคาญตัวเองบ้างก็มี เพราะว่าเพิ่มจะนอนหลับได้เอง ต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำเสียแล้ว

8.เบื่อที่จะรอแล้ว

คุณแม่ที่รอคอยลูกน้อยมาจนถึงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด จะรู้สึกตื่นเต้นมากๆ และอยากจะเจอหน้าลูกเร็วๆ และถ้าถึงกำหนดคลอดแล้วแต่ลูกยังไม่คลอดจะรู้สึกว่าอยากให้ลูกคลอดมาสักที ไม่อยากจะรอแล้ว ทำให้คุณแม่หลายคนเริ่มที่จะหาวิธีเร่งคลอดเพื่อที่จะได้พบลูกน้อยได้เร็วขึ้น

ที่มา : www.healthline.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณแม่ต้องรู้ วิธี เตรียมพร้อม คลอดธรรมชาติ ก่อนคลอดต้องเตรียมตัวยังไง?

หญิงไทยทุกคนมีสิทธิในการฝากครรภ์ฟรีแล้ว

เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลเด็กแรกเกิด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

ชลลดา วาดนิ่ม

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ตรวจครรภ์ก่อนคลอด สำคัญนะ!!! แม่ท้องแก่อย่าละเลย
แชร์ :
  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว