กินน้ำตาลได้แค่ไหนเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

กินน้ำตาลได้แค่ไหนเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

สิ่งที่เป็นกังวลของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายคงหนีไม่พ้นเรื่อง ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์ เพราะความหวานนั้นส่งผลต่าง ๆ ให้กับคุณแม่เป็นอย่างมาก

กินน้ำตาลได้แค่ไหนเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

 

สิ่งที่เป็นกังวลมาก ๆ ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายคงหนีไม่พ้นเรื่อง ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์ เพราะความหวานนั้นส่งผลต่าง ๆ ให้กับคุณแม่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะส่งผลให้คุณเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากมายอีกด้วย วันนี้ TheAsianparent Thailand ขอนำบทความดี ๆ มาแบ่งปันให้เหล่าคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ความรู้เกี่ยวกับน้ำตาลและการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นค่ะ

 

ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ปริ มาณ น้ำ ตาล ของแม่ขณะตั้งครรภ์

คนท้องกินหวานได้ไหมปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ถ้าจะให้คนที่เคยชอบกินอะไรหวาน ๆ มาก่อนหน้านี้ไม่กินหวานเลยคงทำใจได้ยาก แต่การทานหวานไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลมากเกินไป จะเกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย อาจทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ ก่อให้เกิดโรคที่มีโอกาสเป็นได้อย่างภาวะเบาหวานแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอายุครรภ์ตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาสสองขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีโรคอ้วน และปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์ด้วยเช่นกัน

 

หวานแค่ไหนที่ไม่เสี่ยงเบาหวาน?

ทางสำนักโภชนาการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำไว้ว่า “การบริโภคน้ำตาลแต่น้อย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ การบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันจึงไม่ควรเกิน 6-8 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดปริมาณน้ำตาลไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับประจำวัน” นอกจากการลดปริมาณความหวานที่เคยกินลงไปแล้ว วิธีที่จะช่วยคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถควบคุมการกินน้ำตาลหรือของหวานได้มีดังต่อไปนี้

 

ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ปริมาณ น้ำตาล ของแม่ ขณะตั้งครรภ์

 

  • ดื่มผลไม้คั้นสดเองหรือน้ำผลไม้กล่องแบบ 100% แทนน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน
  • ลดน้ำตาลที่ใส่ตามความเคยชินลงในอาหารให้น้อย เช่น จากใส่น้ำตาลหนึ่งช้อนลดลงมาเหลือครึ่งช้อน หรือไม่ใส่เลย
  • รับประทานผักผลไม้ สลัด หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ นอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลที่พอเหมาะแล้ว ยังได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า และช่วยให้ระบบขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดีอีกด้วย
  • เลี่ยงการกินอาหารสำเร็จรูป เพราะแป้งที่เข้าไปสะสมในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล
  • หลังรับประทานควรบ้วนปากหรือแปรงฟัน เพื่อทำความสะอาดเศษอาหารที่อาจตกค้างตามร่องฟัน
  • ใช้น้ำตาลทรายแดงแทนน้ำตาลทรายขาว

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

  • มีน้ำหนักตัวเกินขนาด
  • เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อน
  • มีพ่อแม่ พี่น้อง เคยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มาก่อน
  • มีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน ซึ่งหมายถึงมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน
  • เป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome (PCOS))

 

ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ปริมาณ น้ำตาล ของแม่ ขณะ ตั้งครรภ์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร เบาหวานเกิดจากความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด ที่เกิดจากฮอร์โมนที่รกผลิตออกมา มีผลต่อประสิทธิภาพของอินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ซึ่งปกติแล้วตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมา แต่ในกรณีนี้ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ก็เช่น ญาติพี่น้องมีประวัติเป็นเบาหวาน แม่ท้องมีอายุ 30 ปี รูปร่างอ้วน หรือมีภาวะความดันโลหิตสูง ส่วนคุณแม่ที่เคยมีลูกแล้ว ก็ให้สังเกตว่า เคยมีภาวะเบาหวานแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์, เคยคลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกเกิดตั้งแต่ 4 กิโลกรัมขึ้นไป, เคยคลอดบุตรที่มีความพิการแต่กำเนิดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยมีประวัติทารกเสียชีวิตในครรภ์

ลักษณะอาการของคนเป็นเบาหวาน เวลาที่คนท้องเป็นโรคเบาหวานร่างกายจะแทบไม่แสดงอาการออกมาเลย เพราะบางครั้งก็มีอาการคล้ายกับคนท้องปกติ เช่น กินอาหารเก่ง หิวบ่อย กระหายน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วคุณหมอจะทำการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานเป็นประจำอยู่แล้วหากคุณแม่เข้ารับการตรวจครรภ์ตามปกติ

 

โดยมีงานวิจัยออกมาเปิดเผยว่า คุณเเม่ที่กินอาหารโดยยึดหลักที่ว่ากินสำหรับสองคนนั้น จะทำให้คุณเเม่มีปัญหาสุขภาพได้ เนื่องจากมีสถิติว่าคุณเเม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์จะมีการบริโภคน้ำตาลมากขึ้นหรือกินอาหารที่มีรสหวานมากขึ้น ซึ่งทำให้ทั้งคุณเเม่เเละลูกที่อยู่ในครรภ์เสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจเเละโรคเบาหวานได้ในอนาคต

 

ทั้งนี้มีหลักฐานในเรื่องของภาวะเเทรกซ้อนในงานวิจัย (โดยงานวิจัยนี้ใช้หนูเป็นกลุ่มทดลอง) เชื่อว่าคุณเเม่ชาวอังกฤษเเละสหรัฐอเมริกานั้นคือกลุ่มเสี่ยงค่ะ โดยปริมาณน้ำตาลเเละไขมันส่วนเกินที่คุณเเม่กินเข้าไปนั้นจะทำให้มีการเปลี่ยนเเปลงของกระบวนการทำงานของร่างกาย

 

ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ปริมาณ น้ำ ตาล ของแม่ขณะตั้งครรภ์

ผลกระทบเกี่ยวกับ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

 

นักวิจัยได้กล่าวว่า คุณเเม่ที่บริโภคน้ำตาลเเละไขมันในปริมาณที่สูง จะทำให้เด็กทารกในครรภ์นั้นเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เเละโรคเบาหวาน เเม้ยังไม่ทราบเเน่ชัดเเต่มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบการเผาผลาญของเด็กทารกค่ะ

ส่วนผลกระทบของคุณเเม่เอง นอกจากน้ำหนักจะขึ้นเเล้ว ยังทำให้เสี่ยงต่อการเเท้งลูก ความดันโลหิตสูง เเละมีภาวะเเทรกซ้อนระหว่างการคลอดลูกได้

ปริมาณ น้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ส่วนมากจะทำเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้อายุ 24-28 สัปดาห์ โดยมีวิธีการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดเบื้องต้น ดังนี้

  1. ให้ดื่มน้ำตาลกลูโคส 50 กรัม
  2. ตรวจเลือดหลังจากดื่มน้ำตาลกลูโคสไป 1 ชั่วโมง

 

โดยค่าระดับน้ำตาลปกติ คือ คุณแม่จะต้องมีค่าน้ำตาลอยู่ที่ต่ำกว่า 140 mg/dl หากผลการตรวจออกมาแล้วคุณแม่ได้ค่าน้ำตาลอยู่ที่ 140-199 mg/dl คุณหมออาจนัดมาตรวจวินิจฉัยเบาหวานอีกครั้ง แต่ถ้าผลออกมาแล้วได้ค่าน้ำตาลอยู่ที่ 200 mg/dl คุณหมอจะวินิจฉัยว่าคุณแม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์เลย

 

ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

ปริมาณน้ำ ตาลของแม่ ขณะตั้งครรภ์

วิธีควบคุมอาหารและ ปริมาณน้ำตาลของแม่ขณะตั้งครรภ์

  1. รับประทานอาหารหลัก 3 มื้อและอาหารว่าง 3 มื้อ
  2. รับประทานในแต่ละมื้อให้มีปริมาณใกล้เคียงกัน
  3. รับประทานอาหารเป็นเวลา ไม่รับประทานจุกจิก
  4. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  5. สามารถใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยนสลับไปมาในแต่ละหมวดของอาหารเพื่อป้องกันการจำเจ
  6. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Source : mahidol

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เคล็ดลับสุดปัง ตั้งครรภ์ง่ายสั่งได้ดั่งใจ วิธีทำให้ท้องง่าย เสกได้ดั่งใจ!

มีใครอยากรู้บ้างว่า คนท้องดูดวงได้ไหม การตั้งครรภ์กับความเชื่อ สายมูเตลูต้องรู้

ทำไมท้องแล้วถึงแท้ง? ลูกหลุดเกิดจากอะไร มาดูสาเหตุที่ท้องแล้วลูกหลุดบ่อย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iampear

app info
get app banner