รักษาด่วน!!!ลูกเป็นเด็ก LD (โรคบกพร่องทางการเรียนรู้) หายได้

รักษาด่วน!!!ลูกเป็นเด็ก LD (โรคบกพร่องทางการเรียนรู้) หายได้

วัยเด็กคือวัยแห่งความร่าเริง สดใส สนุกสนานและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่ถ้าลูกของคุณพ่อคุณแม่เกิดมีปัญหาทางด้านการบกพร่องทางการเรียนรู้ขึ้นมาหรือที่เรียกว่า โรคแอลดี (LD) คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำอย่างไร มีแนวทางการรักษาอย่างไร ติดตามอ่าน

โรคแอลดี หรือ LD ย่อมาจากคำว่า learning disorder หรือในภาษาไทยเรียกว่า โรคการเรียนรู้บกพร่อง เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียนสะกดคำ การคำนวณ และเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ ทำให้ผลการเรียนของเด็กต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง แม้ว่าเด็กจะมีระดับสติปัญญา และความสามารถด้านอื่น ๆ เป็นปกติดีก็ตาม

โรคแอลดี หรือ LD มักจะนำมาซึ่งปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ ซึ่งพบร่วมกันได้ถึงร้อยละ 40 - 50 เช่น โรคสมาธิสั้น ความบกพร่องด้านภาษา และการสื่อสาร ปัญหาการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อมือ และสายตา เป็นต้น

โรคแอลดี LD

นพ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ กล่าวว่า  ปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง นอกจาก โรคออทิสติก ซึ่งเข้ามารับการรักษา เป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่โรงพยาบาล ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 - 300 คนแล้ว ก็ยังพบว่าเด็ก 10 คน จาก 100 คน มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ โรคแอลดี (Learning Disabilities หรือ LD) ซึ่งจะสมาธิสั้น ไม่สามารถอ่าน เขียน สะกดคำ หรือคิดคำนวณได้ ความน่ากังวลคือ จำนวนของเด็กที่เป็นโรคนี้ มีแนวโน้มสูงขึ้น

สาเหตุของการเกิดโรคนี้ ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจาก

1. การทำงานของสมองบกพร่องในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และการใช้ภาษา

2. เกิดจากกรรมพันธุ์ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องมีปัญหาเดียวกัน

3. ความผิดปกติของโครโมโซม

สังเกตอาการของเด็กแอลดี (LD)

โดยหลัก ๆ แล้ว เด็กที่เป็นโรคการเรียนรู้บกพร่อง จะประสบปัญหาด้านการเรียนรู้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการอ่าน ด้านการเขียน และด้านการคิดคำนวณ โดยความบกพร่องทางด้านการอ่าน เป็นปัญหาที่พบได้มากที่สุด ในบรรดาเด็กแอลดีทั้งหมด

1. ความบกพร่องด้านการอ่าน

  • เด็กจะมีความบกพร่องในการจดจำ พยัญชนะ สระ และขาดทักษะในการสะกดคำ
  • เด็กมักอ่านหนังสือไม่ออก หรืออ่านได้ช้า อ่านออกเสียงไม่ชัด ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้ อ่านข้าม อ่านเพิ่มคำ และจับใจความเรื่องที่อ่านไม่ได้

2. ความบกพร่องด้านการเขียนสะกดคำ

  • ความบกพร่องด้านการเขียนสะกดคำ มักพบร่วมกับความบกพร่องด้านการอ่าน
  • เด็กจะมีความบกพร่องในการเขียนพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ไม่สามารถเขียนให้ถูกต้องได้
  • เด็กมักจะเรียงลำดับอักษรผิด จึงทำให้เขียนหนังสือไม่ถูกต้อง และสะกดคำผิด

3. ความบกพร่องด้านคณิตศาสตร์

  • เด็กขาดทักษะ และความเข้าใจค่าของตัวเลข การนับจำนวน การจำสูตรคูณ การใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
  • เด็กไม่สามารถคำนวณคำตอบจากการบวก ลบ คูณ หาร ตามกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ได้

จากความบกพร่องข้างต้นนี้ จึงทำให้ความสามารถในการอ่าน เขียน และคิดคำนวณของเด็กแอลดี ต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกัน อย่างน้อย 2 ระดับชั้นปี

 

โรคแอลดี LD

ความรู้สึกที่มีต่อตนเอง และพฤติกรรมที่แสดงออกมาของเด็กแอลดี

ข้อมูลจากโรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงความรู้สึกที่เด็กแอลดี มีตัวเองไว้ว่า เด็กมักรู้สึกว่าตนเองเรียนไม่ฉลาด และไม่เก่ง เมื่อถูกบังคับให้ทำงานซ้ำ ๆ หรือเรียนพิเศษ ก็จะต่อต้านการเรียน ไม่อยากไปโรงเรียน เด็กแอลดีมักฉลาดพูด และสามารถโต้ตอบได้ดี แต่พอให้อ่าน เขียน คำนวณ กลับทำไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่เข้าใจ จะดุลูก ว่าเป็นเด็กขี้เกียจ  ดื้อ  เกเร  เด็กบางคนรู้สึกอายที่ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แต่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงปฏิเสธที่จะทำ อีกทั้งความรู้สึกที่ว่าตัวเองด้อยกว่าเพื่อน ก็เป็นปมในใจ และส่งผลให้แสดงออกทางพฤติกรรมเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงการอ่านการเขียน
  • ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานช้า ทำงานไม่เสร็จ ทำงานสะเพร่า
  • ความจำไม่ดี เรียนแล้ว ลืมง่าย
  • รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้
  • ไม่มั่นใจในตนเอง มักตอบว่า “ทำไม่ได้” “ไม่รู้”
  • อารมณ์ ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิดง่าย ไม่อดทน
  • ก้าวร้าวกับเพื่อน พี่น้อง ครู หรือพ่อแม่
  • ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

โรคการเรียนรู้บกพร่อง หรือแอลดี รู้เร็ว รักษาได้

การช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรคแอลดี ทำได้ด้วยการตรวจหาให้เจอเร็วที่สุด หรือตั้งแต่ยังมีอาการไม่มาก หากลูกมีอาการสมาธิสั้น จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ไม่ต่อเนื่อง ซุกซนเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด และหุนหันพลันแล่น ใจร้อนคอยไม่เป็น พ่อแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษา ซึ่งจะต้องใช้ยา หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ ทั้งสองวิธีควบคู่กัน หากไม่ทำการรักษาจะส่งผลให้มีพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์

โรคแอลดี LD

แนวทางการช่วยเหลือทางการแพทย์

1. พาลูกไปพบคุณหมอ คุณหมอจะทำการซักประวัติอย่างละเอียดจากคุณพ่อคุณแม่ มีแบบสอบถามให้คุณครูของเด็กตอบ มีการวัดระดับเชาวน์ปัญญา วัดความสามารถทางการเรียนด้านต่าง ๆ

2. ตรวจร่างกายและทดสอบทางจิตวิทยา และผลสัมฤทธิ์ในการเรียน

3. ให้ความรู้ความเข้าใจ ช่วยเหลือเด็ก และครอบครัวทางด้านจิตใจ

4. ถ้าเด็กมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น สมาธิสั้น ซึมเศร้า คงต้องให้ยาเพื่อรักษาโรคเฉพาะ

5. การบำบัดทางเลือกอื่น ๆ เช่น ศิลปะบำบัด การกระตุ้นระบบประสาทและความรู้สึก

แนวทางการช่วยเหลือทางด้านการศึกษา

1. โรงเรียนควรจัดทำแผนการเรียนรายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับความบกพร่องของเด็ก แต่ละด้านโดยทำความเข้าใจกับครูถึงปัญหาและความบกพร่องของเด็ก

2. เน้นการสอนเสริมในทักษะที่บกพร่อง เช่น การสะกดคำ อ่าน เขียนสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือตัวต่อครั้งละ 30 - 45 นาที สัปดาห์ละ 4 - 5 วัน

3. การช่วยอ่านบทเรียนให้ฟัง เพื่อให้เด็กได้เนื้อหา ความรู้ ได้เร็วขึ้น

4. การให้เวลาในการทำสอบเพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กมีเวลาเพียงพอในการอ่านโจทย์ และเขียนตอบ จะช่วยให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น

5. ส่งเสริมทักษะด้านอื่นๆ ที่เด็กสนใจ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

แนวทางการช่วยเหลือของครอบครัว

1. อธิบายให้เด็กและครอบครัวทราบถึงปัญหาและความบกพร่องเฉพาะด้านของเด็ก รวมทั้งความรู้สึกของเด็กที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ

2. เปลี่ยนพฤติกรรมจากการตำหนิ ลงโทษ เป็นความเข้าใจ และสนับสนุนในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็ก

3. ชื่นชมเมื่อเด็กทำสำเร็จแม้ในเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

หากเด็กได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ และรักษาตามแนวทางที่ถูกวิธี  ลูกของคุณพ่อคุณแม่จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นและสามารถหายได้นะคะ  เพียงแต่ต้องอาศัยความรักและความเข้าใจ  รวมถึงการให้กำลังใจลูกในทุก ๆ ทาง

โรคแอลดี LD

รายชื่อสถาบันที่สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตของเด็ก

โรงพยาบาลมนารมย์ โทรศัพท์  02-725-9595, 02-399-2822

สถาบันราชานุกูล โทรศัพท์ 0-2248-8900  สายด่วน โทร. 0-2245-4696

โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ โทรศัพท์ 02-3843381-3

คลินิกโรคการเรียนรู้บกพร่อง โรงพยาบาลรามาธิบดี โทรศัพท์ 02-201-1235, 02-201-1245

โรงพยาบาลศิริราช หน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2419-7000 ต่อ 7422-3

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2256-5183

โรงพยาบาลภูมิพล หน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2534-7306

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ภาควิชาการศึกษาพิเศษ โทรศัพท์ 02-6641000 ต่อ 5631

อ้างอิงจาก  thaipsychiatry.wordpress.comwww.manarom.comwww.pccl.ac.th

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เด็กออทิสติกเรียนร่วมกับเด็กปกติได้หรือไม่

ทำอย่างไรเมื่อเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้?

โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง มีโรคอะไรบ้าง มาเช็คอาการกัน!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner