100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 82 10 วิธีผ่อนคลายท้องให้คุณแม่

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 82 10 วิธีผ่อนคลายท้องให้คุณแม่

อาการเครียดไม่รู้ตัวเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ วิธีผ่อนคลายท้องให้คุณแม่ จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องการ พอมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นปัญหาในจิตใจก็เกิดขึ้นมาเยอะโดยแทบไม่รู้ตัว  และเราก็นำ วิธีผ่อนคลายท้องให้คุณแม่ มาฝากกันค่ะ 

ความเครียดเกิดจากอะไร ? 

ความเครียด

ความเครียด

คุณแม่เกือบทุกคนจะมีความเครียดตามมาหลังจากที่ตั้งครรภ์ แต่ความเครียดนั้นก็เกิดได้จากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความกลัวและความกังวลในช่วงตั้งครรภ์ ความไม่สบายตัว ความปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการเจ็บป่วยต่างๆ แรงกดดันจากคนรอบตัว รวมถึงความเครียดเมื่อถึงเวลาคลอดด้วย และความเครียดเหล่านี้จะส่งผลต่อลูกในท้องเนื่องจากลูกในท้องสามารถสัมผัสอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของแม่ได้

 

สังเกตอาการความเครียดของคุณแม่

  • นอนไม่หลับ อาการนอนไม่หลับเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณแม่กำลังเครียดมากๆ ปกติแล้วอาการนอนไม่หลับของคุณแม่ จะเกิดได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงใกล้คลอด เนื่องจากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • เบื่ออาหาร ยิ่งคุณแม่เครียดเบื่ออาหาร ยิ่งทำให้คุณแม่ไม่ค่อยมีอารมณ์ในการกินอะไรสักเท่าไหร่ หรืออาจจะกินได้น้อยกว่าปกติ อาจจะเหม็นกลิ่นอาหาร เบื่ออาหาร ที่ทำให้รู้สึกว่ารสชาติของอาหารนั้นแย่ลง โดยเฉพาะช่วงแพ้ท้อง แต่หากอาการแพ้ท้องดีขึ้น คุณแม่ก็กลับมากินได้ตามปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าคุณแม่ตั้วครรภ์มักมีอารมณ์ที่แปรปรวน แตกต่างไปจากเดิม ในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่อาจจะหงุดหงิดได้ง่ายๆ คนใกล้ชิดครอบครัวหรือสามี ควรหาวิธีรับมือและช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายมากขึ้น 
  • กังวลใจ เป็นอาการที่พบบ่อยมาก แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับคุณแม่แต่ละท่าน ความกังวลใจอาจจะเกิดจากการที่คุณแม่นั้น กังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูก หรือปัญหาในเรื่องของการเงินการทำงาน ก็อาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ 
  • โรคซึมเศร้า เมื่อคุณแม่มีความเครียดสะสมขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้คุณแม่มีความรู้สึกในด้านลบที่รุนแรง มีความรู้สึกเศร้า ไม่มั่นใจ และไม่อยากทำกิจกรรมอะไรอีกต่อไป 

ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ การพยายามที่จะไม่เครียด อาจจะทำได้โดยการอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมร่วมกันกับคนในครอบครัว เรามาดู 10 วิธีผ่อนคลายให้คุณแม่กันค่ะ 

 

10 วิธีผ่อนคลายท้องคุณแม่ 

  1. เลือกใช้ห้องนอนสีอ่อน 
สีห้อง

สีห้อง

การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ หากคุณแม่นอนหลับไม่เพียงพอนั้นจะทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นควรใช้สีห้องนอนที่เย็นสบายตา สบายใจ สีที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เน้นสีอ่อนๆ เช่นสีฟ้า สีเขียว ไม่ใช้สีเข้มๆอย่างสีแดง สีม่วง หรือสีส้ม เพราะจะทำให้เกิดการตุ้นอารมณ์ และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ จะส่งผลไม่ดีต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ 

 

2.รูปภาพทารกน่ารักติดผนังบ้าน 

รูปเด็ก

รูปเด็ก

เนื่องจากอารมณ์ของคุณแม่มีผลต่อการตั้งครรภ์ ถ้าคุณแม่รู้สึกดีไม่เครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแอนโดรฟิน เป็นสารที่ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายขึ้น และหากเป็นท้องแรกของคุณแม่ คุณแม่ก็จะมีความกังวลใจในหลายๆเรื่อง และทุกคนก็คงได้ยินว่า การมองรูปภาพหรือบุคคลที่ชื่อชอบที่มีหน้าตาดี น่ารักๆ ลูกก็จะออกมาหน้าตาดี ถึงการมีลูกจะขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของพ่อกับแม่ แต่การที่คุณแม่ได้มองภาพน่ารักๆ รูปดาราที่ชื่อชอบนั้น ก็มีผลต่ออารมณ์คุณแม่ ช่วยคลายเครียดได้เยอะ

 

3.ดอกไม้ช่วยผ่อนคลายได้ 

ดอกไม้

ดอกไม้

ดอกไม้ สามารถคลายความเครียด และสามารถปรับอารมณ์ของคุณแม่ได้ 

  • ดอกคาโมมายด์ ดอกไม้เล็กๆสีขาวนี้นอกจากนำมาตั้งเพื่อให้ความสดชื่นแก่เราแล้ว ยังสามารถนำส่วนของดอกไปตากแห้งเพื่อชงดื่ม หรือนำมาทำน้ำมันหอมระเหยก็ได้ เพราะดอกคาโมมายด์นี้มีคุณสมบัติช่วยให้หลับสบาย คลายความกังวล และช่วยบำรุงระบบย่อย 
  • ดอกมะลิ เป็นดอกที่ทุกคนรู้จักกันดี นอกจากเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับวันแม่แล้ว กลีบขาวของดอกมะลิที่บริสุทธิ์และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อนำมาลอยในน้ำดื่ม รับรองว่าสดชื่นแน่นอน 
  • ดอกกุหลาบ มีวิจัยบอกเลยว่าดอกกุหลาบเมื่อถูกนำไปตั้งอยู่ที่มองเห็นได้ จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น หรือจะนำดอกกุหลาบมาอบแห้ง ทำเป็นชากุหลาบก็มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็ได้ค่ะ

 

4.ใช้น้ำมันหอมระเหย 

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนผสมของพืชสมุนไพรต่างๆ นิยมนำมาใช้บำบัดอารมณ์ต่างๆ สามารถนำมาสูดดมหรือทาบริเวณผิวหนังก็ได้ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อลดความเครียด น้ำมันหอมระเหยบางขนิดสามารถรักษาโรคภัย หรืออาการเจ็บป่วยทางร่างกาย และสุขภาพจิตได้อีกด้วย 

  • กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นนี้จะมีความหอมเย็น สดชื่น ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นนี้จึงเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีความเครียด วิตกกังวล โรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ และนอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะหรือไมเกรนอีกด้วย
  • กลิ่นมะกรูดฝรั่ง กลิ่นนี้จะเป็นพืชตระกูลส้ม มีกลิ่นหอมที่สดชื่นลดความเครียดจากอาการเหนื่อยล้า และยังช่วยลดอาการวิตกกังวลรวมไปถึงการกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความสุขในสมองทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น
  • ดอกโรสแมรี่ กลิ่นนี้ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอลได้ และยังช่วยเรื่องการเหนื่อยเมื่อยล้า ปวดศีรษะ และความดันโลหิตสูงอีกด้วย

 

5.ยืดเส้นยืดสาย

ยืดเส้นยืดสาย

ยืดเส้นยืดสาย

เป็นวิธีเบสิคสุดที่คุณแม่หลายท่านทำกันก็คือ การนวดผ่อนคลาย เป็นการนวดแบบคลึงเบาๆ เลี่ยงการนวดแบบกดจุดเพราะจะทำให้มดลูกบีบตัวและแท้งได้ แต่วิธีนี้อาจจะต้องมีสามีหรือผู้ช่วยนิดนึง

  • นวดต้นขา เมื่อท้องของคุณแม่เริ่มโตขึ้นต้นขาก็จะเกิดความเจ็บปวดทรมาน  คุณพ่อสามารถช่วยคุณแม่ได้ด้วยการให้คุณแม่นอนหงาย หนุนหมอนในท่าที่สบาย จากนั้นให้คุณพ่อวางมือทั้งสองข้างที่หัวเข่าคุณแม่ และนวดบีบไล่เป็นจังหวะมาจนถึงขาหนีบ นวดด้วยน้ำหนักมือที่เบาๆ ก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย 
  • นวดหลัง คุณแม่ท้องใหญ่ทุกคนจะต้องเผชิญกับปัญหานี้ เพราะต้องแบกรับน้ำหนักของทารกเป็นเวลานาน คุณพ่อให้คุณแม่นอนตะแคง เอาหมอนหนุนศีรษะ จากนั้นคุณพ่อใช้มือข้างหนึ่งประคองสะโพกคุณแม่ไว้ ส่วนอีกข้างให้นวดวนตามแนวกระดูกสันหลัง โดยน้ำหนักมือไม่เบาหรือแรงเกินไป

 

6.ดูหนังที่ชอบ

ดูหนัง

ดูหนัง

การดูหนังจะทำให้เกิดความเพลิดเพลินแก้เครียดได้ เนื่องจากการดูหนังจะทำให้คุณแม่สามารถสร้างประสบการณ์ร่วมไปด้วย ซึ่งการดูหนังเมื่อผ่านสายตาก็จะทำให้สนุกกับเรื่องราวและจินตนาการ ช่วยลดความเครียดสะสมและทำให้รู้สึกสบายใจ แถมยังช่วยในการเข้าสังคม เมื่อเราได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องเราก็อาจจะแบ่งปันแก่คนรอบข้าง คุณแม่สามารถเข้าสังคมได้กับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบหนังเรื่องนั้นๆ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นเพื่อนเก่าหรือเพื่อนใหม่ ขอแค่มีความสนใจหนังในเรื่องเดียวกันแนะนำให้คุณแม่ดูหนังที่คุณแม่ชอบ และเป็นหนังที่ดูแล้วอารมณ์ดี สนุก มีความสุขที่ดู เลี่ยงการดูหนังประเภทฆาตกรรมโรคจิต หรือหนังที่ทำให้รู้สึกหดหู่ 

 

7.ดนตรีบำบัด

ดนตรี

ดนตรี

ดนตรีสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ขึ้นอยู่กับการตอบสนองความจำเป็นที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น โรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดสมอง อาการเจ็บปวด และภาวะอื่นๆ ดนตรีบำบัดจะช่วยให้เกิดการพักผ่อนคลายความตึงเครียด

  • เลือกเพลงที่มีท่วงทำนองช้าๆ สบายๆ เสียงธรรมชาติ 
  • ตัดเรื่องความกังวลออกจากความคิด 
  • การฟังเพลงเด็ก หรือ เพลงย้อนยุค จะช่วยลดความสงบได้ 
  • หากเครียดมากๆ  ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ให้เดินออกกำลังกายและฟังเพลงที่ชอบประมาณ 30 นาที 
  • เมื่อความเครียดบรรเทาระยะหนึ่ง ให้ตั้งใจฟังเสียงที่เกิดจากธรรมชาติรอบตัวประมาร 15 – 20 นาที

ประโยชน์ของดนตรีบำบัด

  • ปรับสภาพจิตใจให้สงบ 
  • ผ่อนคลายความเครียด ลดความกังวล 
  • กระตุ้น เสริมสร้าง พัฒนาการเรียนรู้ และความจำ 
  • กระตุ้นการรับรู้
  • ฝึกสมาธิ 
  • เสริมสร้างทักษะสังคม 
  • ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ 
  • การจัดการอาการเจ็บปวดสาเหตุต่างๆ 
  • ช่วยเสริมในกระบวนการบำบัดทางจิตเวช ทั้งในด้านการประเมินความรู้สึก อารมณ์เชิงบวก การควบคุมตนเอง

 

8.หาเวลาพักผ่อน

พักผ่อน

พักผ่อน

ช่วงนี้คุณแม่จะเหนื่อยกว่าปกติ เนื่องจากคุณมีคนที่ต้องดูแลอีก 1 คน ที่อยู่ในท้อง ซึ่งหากคุณแม่เหนื่อยหรืออยากพักก็ไม่ต้องไปฝืน อาจจะหาเวลาในช่วงพักกลางวันเอนหลังเพื่อผ่อนคลาย หรือหากิจกรรมทำระหว่างครอบครัว อาจจะเป็นการจัดทริปวันหยุด วางโปรแกรมเที่ยวพักผ่อนบ้าง แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง และอีกตัวเลือกหนึ่งของการพักผ่อนคือการหาคนคุยด้วย ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอสูติฯ สามี เพื่อน คนในครอบครัว หรืออาจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การตั้งครรภ์มาแล้วหรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ การที่คุณแม่ได้เข้าร่วมการพูดคุยกับกลุ่มคนที่ใกล้เคียงกันก็เป็นตัวเลือกอีกทาง

 

9.หางานอดิเรกทำ

งานอดิเรก

งานอดิเรก

เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่สามารถทำร่วมกันได้กับสามี เช่นการถักถุงเท้า รองเท้า หมวก หรือเสื้อด้วยไหมพรม หรือการวาดภาพระบายสี นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้วยังสามารถช่วยฝึกสมาธิทำให้ผ่อนคลาย เกิดความเพลิดเพลิน และเกิดความประทับใจได้อีกด้วย

 

10.อ่านหนังสือ

อ่านหนังสือ

อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือจะช่วยให้คุณแม่มีสมาธิและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น 

  • หนังสือธรรมะ เป็นหนังสือที่ไม่ค่อยจะบันเทิงสักเท่าไหร่ แต่เป็นหนังสือที่ช่วยทำให้จิตใจสงบผ่อนคลายความเครียด ให้จิตใจสงบสุขลงได้ 
  • หนังสือแฟชั่น ปัจจุบันมีทั้งวีดีโอ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ชักชวนใจให้อ่านหรือสนใจ หนังสือแฟชั่นจึงเป็นหนังสือที่ควรพกแก้เครียด 
  • หนังสือดารา สำหรับคุณแม่ที่ชื่นชอบดาราคนไหน เมื่อหยิบหนังสือดาราขึ้นมาดูก็จะคลายความเศร้าความเครียดลงได้ แถมหนังสือดารายังมีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย 
  • หนังสือการ์ตูน เป็นหนังสือที่ชวนให้สนุกและน่าติดตาม การอ่านหนังสือการ์ตูนก็สามารถลดความเครียดระหว่างวันได้เช่นกัน 
  • หนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน การรีวิวแปลงปลูกผัก รีวิวการปลูกต้นไม้ ซึ่งหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติจะใช้สีสันที่สบายตา เมื่อมองแล้วก็จะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ 

หลีกเลี่ยงการอ่านเรื่องเครียด

เพราะการที่คุณแม่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเครียดๆ จะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายและลูกเท่าไหร่ เช่นหนังสือเกี่ยวกับโรคระบาด หนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเมือง ดังนั้นการที่คุณแม่หยิบหนังสือแนวนี้มาไม่ใช่ทางออกที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะหนังสือเหล่านี้จะทำให้คุณแม่เกิดภาวะเครียดเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 

ถ้าเกิดคุณแม่กำจัดความเครียดเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้คุณแม่และลูกสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงนะคะ

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์และคอมมูนิตี้อันดับหนึ่งที่คุณแม่เลือก นอกจากสาระความรู้ที่เรามอบให้คุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ การวางแผนมีลูกแล้ว เรายังมีแอพพลิเคชั่นรวมถึงสื่อมัลติมีเดียหลากหลายที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ ที่ต้องทำงานและดูแลลูกไปพร้อมกัน ให้มีความมั่นใจและพร้อมในการดูแลลูกทุกช่วงเวลา ตั้งแต่การให้นมบุตร การดูแลตนเองหลังคลอด ท่าออกกำลังกายหลังคลอดเพื่อให้หุ่นของแม่หลังคลอดกลับมาฟิตแอนเฟิร์มอีกครั้ง  theAsianparent Thailand ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องการดูแลลูก ความรู้แม่และเด็กที่เต็มเปี่ยม และตอบทุกข้อสงสัยในแอพพลิเคชั่นที่เป็นสื่อกลาง และกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวไทย

ที่มา : (1) , (2)

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

วิธีนวดผ่อนคลายสไตล์คุณแม่ท้อง

10 วิธีผ่อนคลายง่าย ๆ สบาย ๆ ที่คุณแม่ทำได้ใน 10 นาที

คลิปทำสปาให้ทารกแรกเกิด เพื่อให้ทารกผ่อนคลาย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner