5 โรคแทรกซ้อนอันตรายสำหรับคนท้อง

5 โรคแทรกซ้อนอันตรายสำหรับคนท้อง

โรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับคนท้องและส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ อาจถึงขั้นเสียชีวิตหรือเกิดความพิการ มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างและมีวิธีการรักษาได้อย่างไร ติดตามอ่าน

5 โรคแทรกซ้อนอันตรายสำหรับคนท้อง
1. ครรภ์เป็นพิษ

โรคแทรกซ้อน คนท้อง, โรคแทรกซ้อน ตั้งครรภ์

ครรภ์เป็นพิษ คือ  โรคแทรกซ้อนที่เป็นภาวะผิดปกติชนิดหนึ่งที่เกิดกับคนท้องที่ตั้งครรภ์ประมาณ 5 - 6 เดือน และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์ เป็นภาวะที่ความดันโลหิตสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่อันตรายจนเลือดออกในสมองและทำให้ชักได้  หากไม่สามารถควบคุมอาการได้จะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งแม่และลูก

อาการ  แบ่งออกเป็น 2 ระดับ

ระยะแรก  ความดันโลหิตยังไม่สูงมากนัก ไม่เกิน 160 / 110 มิลลิเมตรปรอท  มักจะมีอาการมึนงง  ตาลาย ระบบภายในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ไตกรองของเสียขับออกมาเป็นปัสสาวะได้น้อย ทำให้เกิดอาการบวมน้ำและมีนำ้หนักตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทานอาหารเพิ่มแต่อย่างใด

ระยะสอง  ความดันโลหิตสูงกว่า  160 / 110 มิลลิเมตรปรอท  เป็นระยะที่อันตราย  คุณแม่จะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง  ตาพร่า คลื่นไส้  อาเจียน เพราะความดันสูงจนกระทบสมอง  พบว่า  มีเลือดออกในเยื่อหุ้มตับ มีน้ำคั่งในถุงลมปอด หายใจหอบเหนื่อยไตวายจนขับปัสสาวะออกได้น้อยมากในแต่ละวัน  ทารกในครรภ์จะดิ้นน้อยลงและหยุดการเจริญเติบโตหากสังเกตจากอัลตราซาวด์ กรณีนี้หากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป จนทำให้คุณแม่มีอาการชักหรือหมดสติ หรือเลือดออกในสมองทำให้เลือดคั่งถึงแก่ชีวิต  ส่วนทารกในครรภ์อาจจะเสียชีวิตหรือต้องผ่าตัดคลอดทันที เพื่อช่วยชีวิตของคุณแม่ไว้

การรักษา

การรักษาอาการครรภ์เป็นพิษ คือ  การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง ไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบธรรมชาติ  หรือผ่าตัดคลอด หากกรณีที่อายุครรภ์ยังไม่ถึงกำหนดคลอด  อาจมีความจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง) เพื่อรักษาชีวิตของแม่ไว้ เพราะหากปล่อยให้มีการตั้งครรภ์มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิตทั้งแม่และลูก

2. โรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

โรคแทรกซ้อน คนท้อง, โรคแทรกซ้อน ตั้งครรภ์

โรคซึมเศร้าในคนท้อง  พบได้ประมาณร้อยละ 14 - 23 แต่โรคนี้มักจะถูกมองข้ามหรือละเลยเพราะคิดว่าเป็นอาการอารมณ์แปรปรวนของคนท้องที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย  แต่แท้ที่จริงแล้วโรคซึมเศร้ามักเกิดจากความเครียด  ความกดดันในชีวิต  มาจากสาเหตุใหญ่ ๆ เช่น ขาดการดูแลเอาใจใส่จากคนใกล้ชิดในครอบครัว  มีปัญหารุนแรงภายในครอบครัว มีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้วิตกกังวลหนัก  อายุน้อยไม่พร้อมจะตั้งครรภ์

ผลกระทบของโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

1. ทำให้เกิดการเบื่ออาหาร  ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง  ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเต็มที่หรือเพียงพอต่อแม่ท้องและทารกในครรภ์

2. ทำให้คิดหรือตัดสินใจได้ยากลำบากขึ้น และบางครั้งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้

3. อาจหาทางออกด้วยการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือซื้อยามารับประทานเอง

4. ทำให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวลมากขึ้น และอาจรุนแรงถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตายในบางราย

5. ส่งผลให้มีอารมณ์เศร้าหลังคลอดตามมาด้วย

3. โรคธาลัสซีเมีย   

โรคแทรกซ้อน คนท้อง, โรคแทรกซ้อน ตั้งครรภ์

โรคธาลัสซีเมีย  หรือที่รู้จักกันว่าโรคเลือดจางหรือโรคซีด  คือ  โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบเลือดโรคหนึ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก  ทำให้ไขกระดูกของผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียผลิตเม็ดเลือดแดงออกมามากผิดปกติ  และทำงานได้ไม่สมบูรณ์  คือ  เม็ดเลือดเหล่านี้มีความสามารถในการนำพาออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ได้น้อย  อายุของเม็ดเลือดแดงสั้นแตกสลายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น  ส่งผลข้างเคียงให้มีปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายสูงกว่าปกติจนถึงระดับที่เป็นพิษ

อาการ

แบ่งออกเป็น 3 ระดับ

- แสดงอาการเล็กน้อย มีอาการซีดเหลือง แต่เห็นไม่ชัด หากร่างกายอ่อนแออาการจะแสดงมากขึ้น

- อาการปานกลาง  มีร่องรอยของโรคเลือดจางให้เห็นภายนอกผิวซีดเซียว  ตาเหลือง คล้ายภาวะตับหรือม้ามโต เพราะอวัยวะทั้งสองต้องทำงานหนักขึ้น

- อาการรุนแรง  จะพบว่า  ร่างกายซีดเหลือง  ตาเหลือง  ตับ  ม้ามโต

การรักษา

หากคุณแม่ตั้งครรภ์มาก่อนแล้ว  ต้องตรวจเลือดจากคุณพ่อว่ามีความเสี่ยงมากแค่ไหน  โดยการเจาะตรวจหาเชื้อด้วยเข็มเจาะพิเศษผ่านทางช่องคลอดหรือทางหน้าท้องเข้าไปถึงถุงน้ำคร่ำหรือเนื้อเยื่อรกไปวิเคราะห์  ซึ่งทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 6 - 18 สัปดาห์เท่านั้น  และนำไปวางแผนการรักษาต่อไป

หากผลตรวจออกมาและคุณหมอมั่นใจว่า ลูกที่เกิดมาต้องกลายเป็นโรคธาลัสซีเมียที่แสดงอาการ คุณหมอจะเสนอให้คุณแม่ยุติการตั้งครรภ์เพื่อเป็นหนทางที่ดีที่สุดต่ออนาคตของครอบครัว  เพราะการรักษาเด็กที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมียให้หายขาดนั้นต้องใช้เวลานานหลายปี บวกความอดทนของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทนเห็นความเจ็บปวดจากอาการป่วยของลูกอีกด้วย

4. ภาวะตับผิดปกติ

โรคแทรกซ้อน คนท้อง, โรคแทรกซ้อน ตั้งครรภ์

ภาวะตับผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนัก เกิดจากน้ำดีมีปริมาณมากจนก่อตัวทำให้เกิดภาวะเป็นพิษได้  น้ำดีจะเข้าสู่กระแสเลือดของคุณแม่ และก่อให้เกิดอาการ ดังนี้

อาการ

1. คนท้องจะมีอาการคันอย่างรุนแรง  โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า และอาจลามไปทั่วร่างกายส่วนใหย๋จะรุนแรงขึ้นในเวลากลางคืน

2. ปัสสาวะมีสีเข้ม  ในขณะที่อุจจาระมีสีซีด

การรักษา

ในบางกรณีคุณแม่อาจได้รับการกระตุ้นคลอดเมื่อตั้งครรภ์ได้ 36 - 38 สัปดาห์ เพื่อให้มีโอกาสคลอดอย่างปลอดภัยมากที่สุด และหลังการคลอดอาการจะหายไปเองอย่างรวดเร็ว และการทำงานของตับจะเข้าสู่ภาวะผิดปกติ  อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรได้รับการตรวจเลือดหลังคลอด เพื่อยืนยันว่าหายเป็นปกติดีแล้ว

5. โรคไทรอยด์

โรคแทรกซ้อน คนท้อง, โรคแทรกซ้อน ตั้งครรภ์

ต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่สร้างสารไทรอกซิน ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายทำงาน ร่างกายอบอุ่น ทำให้กระฉับกระเฉง แต่ในบางคนต่อมนี้ผลิตสารออกมามากกว่าปกติ ทำให้มือสั่น ใจสั่น ร่างกายสูญเสียพลังงานมาก เหงื่อออกมาก หงุดหงิด ก่อนท้องอาจจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ แต่ว่าการตั้งครรภ์ไม่ได้กระตุ้นให้เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ   

หากเป็นโรคไทรอยด์ขณะตั้งครรภ์ และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อาจส่งผลกระทบทั้งตัวคุณแม่ และลูกน้อยได้ ได้แก่ การแท้ง คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ รกลอกตัวก่อนกำหนด ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย การตายเมื่อคลอด รวมทั้งภาวะผิดปกติของพัฒนาการทางร่างกาย และสมองของทารก

การรักษา

หมอจะให้ยาที่ไปกดการทำงานของไทรอกซิน ทำให้คุณแม่มีอาการปกติ การตั้งครรภ์ก็จะเป็นดำเนินไปตามปกติจนคลอด โดยยาที่ให้ไม่มีผลกับเด็กในครรภ์

อ่าน การป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ คลิกหน้าถัดไป

การป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

การดูแลตนเองของคุณแม่ที่อาจมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์ ควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1. เตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ด้วยการตรวจสุขภาพทั้งคุณแม่และคุณพ่อ หากมีปัญหาสุขภาพให้ทำการรักษาหรือควบคุมโรคก่อนที่จะวางแผนตั้งครรภ์ต่อไป

2. หากวางแผนที่จะตั้งครรภ์ ควรรับประทานกรดโฟลิกล่วงหน้า 2-3 เดือน เพื่อป้องกันความผิดปกติในทารก เช่น โรคปากแหว่งเพดานโหว่ และกระดูกสันหลังแหว่งหรือเปิดในเด็ก

บทความแนะนำ  ปากแหว่งเพดานโหว่เกิดจากอะไร

3. ฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ควรแจ้งประวัติส่วนตัว ประวัติโรคที่เป็นให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการดูแลรักษา และมาพบแพทย์เป็นระยะตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

4. งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และใช้สารเสพติด

5. คุณแม่ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกาย โดยปรึกษาแพทย์ถึงการออกกำลังกายที่ไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์ และหมั่นตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง และควบคุมน้ำหนักตัว อย่าให้มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยจนเกินไป

6. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และพักผ่อนให้เพียงพอ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ  การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ทั้งว่าที่คุณพ่อและว่าคุณแม่เลยนะคะ เพื่อคุณหมอจะได้ให้คำแนะนำในการดูแลตนเองและการวางแผนในการมีลูกอย่างปลอดภัยต่อไป

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.si.mahidol.ac.th

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โรคเลือดที่ควรรู้จักก่อนตั้งครรภ์

ครรภ์คุณภาพของแม่ท้อง ต้องดูแลแบบนี้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner