TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

รู้รอบขอบเตียงกรรมวิธี "ผ่าคลอด"แบบเจาะลึก ขั้นตอนผ่าคลอด ทำไมต้องผ่าคลอด

บทความ 5 นาที
รู้รอบขอบเตียงกรรมวิธี "ผ่าคลอด"แบบเจาะลึก ขั้นตอนผ่าคลอด ทำไมต้องผ่าคลอด

คุณแม่ที่ใกล้คลอดเข้ามาทุกทีแล้ว คุณหมอจะให้คำแนะนำในการเลือกคลอดระหว่างการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความจำเป็นหรือมีความประสงค์จะผ่าคลอด คำว่า ผ่าคลอด อาจทำให้คุณแม่รู้สึกกังวลและกลัว บทความนี้ขอนำเสนอเรื่องราวการผ่าคลอด ทำไมต้องผ่าคลอด ขั้นตอนผ่าคลอดแบบชิดขอบเตียงมาฝากค่ะ บอกได้เลยไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ติดตามอ่าน

ผ่าคลอด ขั้นตอนผ่าคลอด ทำไมต้องผ่าคลอด ผ่าคลอด คำนี้ทำให้คุณแม่รู้สึกกลัวและกังวลเกี่ยวกับการผ่าคลอด มาติดตามอ่านขั้นตอนการผ่าคลอดกันค่ะ

 

ทำไมต้องผ่าคลอด ขั้นตอนการผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด ก่อนจะผ่าคลอดมาดูกันก่อนนะคะคุณแม่ว่ามีปัจจัยอะไร ทำไมคุณแม่ถึงต้องผ่าคลอด ข้อนี้ไม่รวมถึงความประสงค์ของคุณแม่เองที่จะเลือกวิธีการผ่าคลอดนะคะ แต่เป็นปัจจัยที่เกิดจากการตั้งครรภ์ค่ะ การผ่าคลอดเป็นการผ่าตัดคลอดทารกออกมาทางหน้าท้องตำแหน่งบริเวณด้านล่างของมดลูกและจะทำในกรณีที่จำเป็น ข้อบ่งชี้ว่าคุณแม่ต้อง / ควร ผ่าตัดคลอด มีดังนี้

  1. ขั้นตอนการผ่าคลอด ขนาดของทารก ในกรณีที่ทารกมีขนาดตัวใหญ่ไม่สัมพันธ์กับกระดูกเชิงกรานของคุณแม่คุณหมอจะตรวจวัดขนาดศีรษะของทารกเทียบกับกระดูกอุ้งเชิงกรานของคุณแม่ เพราะหากคลอดยากเพราะติดขัดมาก แบบนี้จำเป็นต้องผ่าคลอดค่ะเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก
  2. ท่าทางของทารกที่ผิดปกติ คือ ไม่เอาศีรษะลงอุ้งเชิงกราน แต่เป็นท่านอนขวาง ท่าก้น หรือมีส่วนนำมากกว่าหนึ่ง คือ เป็นศีรษะพร้อมแขนขา
  3. มีความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการคลอด เช่น คุณแม่ปวดท้องคลอดเป็นเวลานานมากไม่คลอดเสียที หรือระหว่างรอคลอดพบว่า การเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ลดลง หากเริ่มมีปัญหาเช่นนี้คุณหมอมักจะเปลี่ยนไปใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อให้ทารกคลอดออกมาให้เร็วและปลอดภัยค่ะ
  4. คุณแม่มีอายุมาก คือ 35 ปีขึ้นไปสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เท่ากับคุณแม่ที่อายุน้อยกว่าที่มีแรงเบ่งคลอดมากกว่า
  5. คุณแม่เป็นโรคแทรกซ้อน เช่น ครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น หากคลอดเองอาจเกิดอันตรายได้
  6. ภาวะรกเกาะต่ำ เมื่อรกเกาะต่ำขวางทางออกของทารกทำให้ต้องผ่าตัดคลอดค่ะ
  7. ตั้งครรภ์แฝด ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
  8. เกิดภาวะสายสะดือย้อย คือ สายสะดือพลัดต่ำ ทำให้ไม่สามารถคลอดเองได้
  9. คุณแม่เป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศซึ่งสามารถติดต่อส่งถึงลูกน้อยได้ผ่านกระบวนการคลอดแบบธรรมชาติ
  10. การผ่าคลอดในข้อนี้เป็นความประสงค์ของคุณแม่ค่ะ เพราะคุณแม่หรือคนในครอบครัวมีความเชื่อเรื่องฤกษ์เกิดที่เป็นมงคล คุณแม่บางคนกลัวเจ็บสองต่อ เพราะหากเลือกคลอดแบบธรรมชาติแต่ไม่สำเร็จก็ต้องผ่าคลอด จึงตัดสินใจผ่าคลอดเลยก็มีค่ะ

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

 

รู้จักลักษณะการผ่าคลอด/แนวแผลผ่าคลอด/ขั้นตอนการผ่าคลอด

1. ผ่าคลอด แนวตั้ง

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

การผ่าคลอดแนวตั้งโดยปกติจะผ่าลงไปลึกถึง 7 ชั้น คือ ผ่านชั้นผิวหนัง ไขมันใต้ผิวหนัง เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ชั้นกล้ามเนื้อชั้นเยื่อหุ้มช่องท้อง ชั้นผนังเยื่อหุ้มมดลูก และกล้ามเนื้อมดลูกเป็นชั้นสุดท้าย การผ่าคลอดแนวตั้งนั้นจะผ่าจากใต้สะดือลงมาถึงช่วงกลางหัวหน่าว ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมผ่าคลอดแนวตั้งเท่าใดนัก

 

2. ผ่าคลอด แนวขวาง หรือ ผ่าคลอด แนวนอน

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

การผ่าคลอดแนวขวางหรือผ่าคลอดแนวนอน หรือแนวบิกินีไลน์ คุ้นหูแล้วใช่ไหมคะถ้าบอกว่าเป็นแนวบิกินี การผ่าคลอดแนวขวางจะดีกว่าแบบแรกตรงที่มีแผลเป็นน้อยกว่าและเจ็บน้อยกว่า เนื่องจากหน้าท้องของคุณแม่จะมีความหย่อนอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น เมื่อเปิดแผลแนวนอนไปถึงบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อจึงจะเปลี่ยนไปลงตามแนวตั้งเหมือนปกติ วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ช้ำและแผลบริเวณผิวหนังสวยกว่าแบบแรก

บทความแนะนำ วิธีดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี ให้แผลเป็นเนียนเร็ว

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด

 

ขั้นตอนการผ่าคลอด ขั้นตอนการเตรียมตัวผ่าคลอด

  1. ขั้นตอนการผ่าคลอด เริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับวิสัญญีแพทย์เป็นการซักประวัติการเจ็บป่วย และโรคประจำตัวซึ่งขั้นตอนนี้หากคุณแม่มีข้อสงสัยสามารถถามคุณหมอได้นะคะ
  2. คุณหมอจะเจาะตัวอย่างเลือดและให้คุณแม่ลงชื่อในหนังสือแสดงความยินยอมผ่าคลอด
  3. คุณหมอจะให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลางและต่อสายน้ำเกลือเข้าหลอดเลือดดำที่แขน สำหรับคุณหมอจะได้สามารถสังเกตระดับสารน้ำในร่างกาย และให้ยาแก้ปวดเพิ่มเติมหากคุณแม่ต้องการ
  4. จะมีการสวนสายปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะ ซึ่งสายนี้จะทิ้งไว้ประมาณ 12 – 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด อาจต้องเตรียมโกนขนบริเวณหัวหน่าวเพื่อเตรียมการผ่าคลอดด้วย
  5. ขั้นตอนการบล็อกหลัง/ ยาสลบ

 

บล็อกหลัง

ขั้นตอนการผ่าคลอด การบล็อกหลังเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะตัดความเจ็บปวดของร่างกายท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปเท่านั้น คุณแม่ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่ สามารถรับรู้ความรู้สึกจากร่างกายท่อนบนได้ตามปกติ ทำให้คุณแม่ได้มีส่วนร่วมในการคลอดอยู่ตลอด ได้เห็นหน้าลูกน้อยเมื่อคลอดผ่านหน้าท้องออกมา ทารกน้อยจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการใช้ยาบล็อกหลังเลย เพราะยาออกฤทธิ์โดยตรงที่โพรงไขมันหลังของคุณแม่เท่านั้น ไม่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด

 

ยาสลบ

การใช้วิธีดมยาสลบ คณหมอจะเลือกใช้ในกรณีที่จำเป็น เช่น ต้องการระงับสติอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของคุณแม่หรือเป็นความต้องการของคุณแม่เองเพราะกลัวมีดและกลัวเลือด แต่การดมยาสลบคุณแม่จะไม่รับรู้และไม่มีส่วนร่วมใด ๆ ในการคลอดเลยนะคะ จะสลบไปจนกว่าวิสัญญีแพทย์จะให้ยากระตุ้นให้ฟื้น คุณแม่จะไม่ได้เห็นหน้าทารกเมื่อคลอดผ่านหน้าท้อง ทารกอาจได้รับฤทธิ์ของยาสลบเข้าไปด้วย เมื่อแรกคลอดทารกจะไม่ค่อยหายใจด้วยตนเอง ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นของคุณหมอ ทำให้ต้องได้รับการดูแลจากกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด

บทความแนะนำ กำหนดวันคลอดจากหมอแม่นแค่ไหน

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนการผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด

ขั้นตอนผ่าคลอด

  1. การผ่าคลอดส่วนใหญ่จะใช้วิธีการบล็อกหลัง เป็นการบริหารยาชาเข้าไปในช่องไขสันหลังระดับบั้นเอว เพื่อหยุดการนำความรู้สึกของเส้นประสาทจนทำให้เกิดอาการชา จนไม่รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในบริเวณประมาณชายโครงจนถึงปลายเท้านานประมาณ 1 – 3 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ชนิดของยาที่ใช้ เป็นวิธีที่ปลอดภัยสำหรับแม่และทารกค่ะ และคุณแม่ยังมีส่วนร่วมในการคลอดได้เห็นหน้าลูกทันทีเมื่อคลอดผ่าคลอดออกมาทางหน้าท้อง
  2. เมื่อยาชาออกฤทธิ์ คุณหมอจะเริ่มลงมือผ่าตัดด้วยการเปิดหน้าท้องทำให้สามารถมองเห็นลูกน้อยที่นอนอยู่ในถุงน้ำคร่ำสู่อ้อมอกคุณแม่ โดยที่คุณแม่จะรับรู้ทุกขั้นตอนของการผ่าตัดที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
  3. เมื่อนำรกออกจากท้องคุณแม่หมดแล้ว คุณหมอจะเย็บปิดมดลูกและหน้าท้องของคุณแม่
  4. การผ่าตัดคลอดใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นพยาบาลจะนำคุณแม่ไปพักที่ห้องดูอาการหลังคลอดหรือหอผู้ป่วยสูติกรรม
  5. สำหรับทารกน้อย กุมารแพทย์จะนำไปไว้ในตู้อบซึ่งเป็นเตียงที่อบอุ่นขนาดเล็ก เพื่อทำการตรวจร่างกายทารก เมื่อคุณหมอตรวจเสร็จเรียบร้อย
  6. หากทารกไม่มีความผิดปกติใด ๆ หลังคลอด คุณหมอจะห่อตัวทารกด้วยผ้าห่มและส่งให้คุณแม่หรือคุณพ่ออุ้มลูกสักพัก ตามปกติแล้วทารกที่ผ่าตัดคลอดอาจจะมีอาการอ่อนเพลียนานถึง 12 ชั่วโมง

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด

 

การผ่าคลอดในปัจจุบันนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและมีความปลอดภัยสูง มีผลข้างเคียงน้อย อัตราความผิดพลาดและเสียชีวิตต่ำกว่าในสมัยก่อนมาก คุณหมอสามารถกำหนดวันผ่าคลอดล่วงหน้าได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 37 สัปดาห์เป็นต้นไป เพราะทารกในครรภ์ได้พัฒนาเต็มที่สมบูรณ์พร้อมออกมาลืมตาดูโลกแล้วค่ะ

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

 

คลิปผ่าคลอดจำลองแม่ท้องผ่าคลอด

www.facebook.com/ScienceNaturePage/videos/578163692644199/?t=0

ดูคลิปผ่าคลอดไม่ได้กดที่นี่

 

อาการหลังคลอด

  • หลังผ่าคลอดในระยะ 12 ชั่วโมงแรก คุณแม่จะอ่อนเพลียจากการเสียเลือดในระหว่างที่ทำการผ่าตัด ซึ่งในระยะนี้ต้องงดข้าว งดน้ำ จะได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำและคาสายสวนปัสสาวะไว้
  • ในระยะนี้ต้องพักผ่อนให้เพียงพอหากมีอาการปวดแผลมาก จะได้รับยาระงับปวดโดยฉีดเข้าที่เยื่อหุ้มไขสันหลัง (epidural block) ซึ่งจะสามารถแก้ปวดได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง คุณแม่ที่บล็อกหลังบางคนอาจต้องนอนราบไม่หนุนหมอนนาน 6 – 12 ชั่วโมง
  • เมื่ออาการดีขึ้นแล้วควรเริ่มบริหาร เช่น ท่าการฝึกหายใจ ท่าบริหารแขน คอ และส่วนต่าง ๆ ที่ไม่กระทบกระเทือนแผลผ่าคลอดหมั่นพลิกตะแคงตัวบ่อย ๆ เพื่อเตรียมตัวในการลุกเดินและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการนอนบนเตียงนาน ๆ
  • ตามปกติหลังคลอดลูกแล้ว จะพบว่า คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวลดลงไปประมาณ 4 – 5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของทารกประมาณ 3,400 กรัม รก 650 กรัม น้ำคร่ำ 800 กรัม ที่เหลือเป็นเลือด การคลอดปกติจะเสียเลือดประมาณ 200 – 300 มิลลิลิตร

 

ผ่าคลอด, ขั้นตอนผ่าคลอด, ทำไมต้องผ่าคลอด

ขั้นตอนการผ่าคลอด ผ่าคลอดห้ามกินอะไรบ้าง ผ่าคลอดกินอะไรได้บ้าง

 

  • ลักษณะทารกแรกคลอด ความยาวมักจะอยู่ที่ 46 – 48 เซนติมตร หนักประมาณ 2,500 – 3,500 กรัม ทารกเพศหญิงมักจะตัวเล็กกว่าเพศชาย ผิวหนังเป็นสีแดงเรื่อ ๆ มีขนอ่อนขึ้นเต็มตัว อวัยวะเพศไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงจะมีขนาดใหญ่เพราะฮอร์โมนเพศที่มาจากคุณแม่ ในภายหลังอวัยวะเพศจะค่อย ๆ เล็กลงไปเองจนขนาดเท่ากับเด็กเล็กปกติทั่วไป
  • เมื่อพยาบาลนำทารกมาให้คุณแม่ที่เตียง คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมจากเต้า ตอนนี้จะเป็นน้ำนมเหลือง ให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลเร็วขึ้น เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก
  • ภายหลังผ่าคลอดภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน คุณหมอจะเริ่มให้จิบน้ำ กินอาหารเหลว อาหารอ่อนตามลำดับ หากคุณแม่ทานอาหารปกติเร็วเกินไป จะทำให้ปวดท้อง ท้องอืด และปวดบีบลำไส้ เพราะลำไส้เริ่มทำงาน และจะหยุดให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ พร้อมทั้งนำสายสวนปัสสาวะออก ในระยะนี้คุณแม่จึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแล้วค่ะ พยายามลุก นั่ง ยืน และเดินให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลเกิดพังผืด
  • หลังผ่าตัดประมาณ 3 – 5 วัน หากไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ คุณหมอก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ค่ะ

 

ยินดีด้วยนะคะสำหรับคุณแม่ที่คลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยสมกับที่ตั้งตารอคอยเจ้าหนูมานานถึงเก้าเดือน อย่ากังวลกับการผ่าตัดคลอดเลยนะคะ เพราะวันคลอดจริง ๆ ทุกอย่างจะผ่านไปรวดเร็วมาก ผู้เขียนเองก็ผ่าคลอดเช่นกันค่ะ ยอมรับว่ากลัวมาก ๆ พอขั้นตอนทุกอย่างเริ่มดำเนินไปในห้องคลอด มันดูรวดเร็วไปหมดยังจำภาพวันนั้นได้ดี และมีความสุขมากที่ได้เห็นลูกคลอดออกมาแข็งแรง เชื่อว่าความรู้สึกเช่นนี้คุณแม่ทุกคนคงเหมือนกันอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากที่ผาคลอดเสร็จ ก็มีข้อห้ามไม่ให้กินอาหารบางชนิด เพราะอาจทำให้แผลหายช้า สำหรับลิสต์อาหารที่ห้ามกินหลังผ่าคลอด ติดตามอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ >> ผ่าคลอดห้ามกินอะไรบ้าง ผ่าคลอดกินอะไรได้บ้าง

 

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์ คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือ คู่มือเรียมตัวก่อนคลอดและการปฏิบัติตนหลังคลอด ปาริชาติ ชมบุญ ผู้เขียน

หนังสือ เรื่องน่ารู้คู่มือแม่ท้อง หมอโอ๋ ผู้เขียน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“แผลผ่าคลอด” ร่องรอยนี้เพื่อ “ลูกรัก”

สัญญาณเตือนแม่ท้องเสี่ยงผ่าคลอด

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

มิ่งขวัญ ลิรุจประภากร

  • หน้าแรก
  • /
  • แม่ผ่าคลอด
  • /
  • รู้รอบขอบเตียงกรรมวิธี "ผ่าคลอด"แบบเจาะลึก ขั้นตอนผ่าคลอด ทำไมต้องผ่าคลอด
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว