ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เลี่ยงโรคทางพันธุกรรมที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันนะคะ เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพต้องเตรียมตัวอย่างไร หลายคนอาจสงสัยในข้อนี้ และจะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปรับการตรวจสุขภาพค่ะ
โรคทางพันธุกรรมคืออะไร
พญ.วีณา ครุฑสวัสดิ์ ผู้อำนวยการแพทย์และสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ การเจริญพันธุ์การมีบุตรยาก กล่าวว่า โรคทางพันธุกรรม คือ โรคที่มีความผิดปกติขององค์ประกอบของยีนหรือโครโมโซม เป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้แต่เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้น โรคทางพันธุกรรมเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากฝั่งพ่อหรือแม่พบได้ 3-5% ของประชากรทั่วไป โดยโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่เสมอ คือ โรคธาลัสซีเมีย และโรคดาวน์ซินโดรม

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เลี่ยงโรคทางพันธุกรรม
การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ควรกระทำ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ไว้วางใจในคู่ครองของเรานะคะ แต่การตรวจหาเชื้อโรคที่เป็นพาหะต่าง ๆ อาจแอบแฝงอยู่ในร่างกาย แม้คุณและคู่สมรสจะไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยงก็ตาม การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการติดโรคที่สามารถติดต่อกันได้จากคู่สมรส และป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ลูก ซึ่งมีพ่อแม่บางคนอาจจะเป็นพาหะนำโรคโดยที่ไม่รู้ตัว

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสุขภาพ ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์
1. ก่อนเข้ารับการตรวจ ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย นอน 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการนอนไม่พออาจส่งผลต่อความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ
2. งดการสูบบุหรี่ก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากจะทำให้ความดันโลหิตสูง
3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลต่อการตรวจ
4. หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพ ควรนำเอกสารติดตัวมาด้วย เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์
5. งดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ ทั้งนี้ สามารถจิบน้ำเปล่าได้
6. ยาประจำตัว สามารถทานก่อนตรวจสุขภาพได้ แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ
7. สุขภาพเรียบร้อยแล้วสามารถทานอาหารได้ทันทีและไม่ทำให้ร่างกายอิดโรย
8. หากสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจเลือกสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและสะดวกต่อการเจาะเลือด
9. โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิง เช่น การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ แนะนำให้เว้นช่วงตรวจก่อนและหลังมีประจำเดือนประมาณ 7 วัน
10. หากสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ
11. สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจหาความเสี่ยงเฉพาะโรค ควรปรึกษาศูนย์ตรวจสุขภาพก่อน เพื่อรับทราบเงื่อนไขการเตรียมตัวอย่างครบถ้วนก่อนเข้ารับการตรวจ
12. หากโปรแกรมสุขภาพมีการตรวจปัสสาวะ ควรปัสสาวะทิ้งเล็กน้อยก่อน แล้วจึงเก็บปัสสาวะตรงช่วงกลางตามปริมาณที่กำหนด
อ้างอิงจาก : 1
การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ มีขั้นตอนดังนี้
1. ซักประวัติ จะเป็นการสอบถามทั่วไป หรือสอบถามถึงปัญหาในปัจจุบัน สิ่งที่หมอจะซักถาม ได้แก่ ประวัติการคุมกำเนิด การใช้ยาคุมกำเนิด ประวัติการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ๆ ประวัติการตรวจมะเร็งปากมดลูก ความผิดปกติเกี่ยวกับรอบประจำเดือน ประจำเดือนมาสม่ำเสมอหรือไม่ เป็นต้น
2. การตรวจร่างกายทั่วไปจะเป็นการตรวจดูความสมบูรณ์ของร่างกายทั้งคู่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยคุณหมอจะตรวจดูว่ามีโรคบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ฯลฯ การตรวจเช่นนี้จะตรวจทั่วไป คือ
– การวัดส่วนสูง
– ชั่งน้ำหนัก
– วัดความดันโลหิต
– ตรวจระบบหายใจ
– ตรวจระบบหัวใจ
– ตรวจเต้านม
– ตรวจหน้าท้อง
– ตรวจภายใน (กรณีมีความหากจำเป็น)
– ตรวจมะเร็งปากมดลูก
หากตรวจว่าพบความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งแพทย์เฉพาะทางและสูตินรีแพทย์ ซึ่งจะต้องพิจารณาร่วมกันว่าสมควรให้มีการตั้งครรภ์ได้หรือไม่
บทความประกอบ:เกร็ดความรู้สุขภาพ สำหรับทุกวัย ห่างไกลโรค มีสุขภาพที่ดี และอายุยืนยาว

3. ตรวจกรุ๊ปเลือด ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์
– ให้ทราบว่าแต่ละคนมีเลือดกรุ๊ปใด เพื่อสะดวกในกรณีที่ต้องการเลือดฉุกเฉิน
– ตรวจความเข้ากันของเลือด Hemoglobin Tying เป็นการตรวจหาความผิดปกติของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงว่ามีความผิดปกติของ โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หรือไม่ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรมและเป็นโรคหนึ่งที่เป็นกันมาก ซึ่งหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคนี้ก็จะส่งผลกระทบเรื่องสุขภาพถึงลูก
– ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ซึ่งเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันและเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากพบว่ามีเชื้อแสดงว่าคุณเป็นพาหะนำโรค ซึ่งสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์และสายเลือด ถ้าหากไม่มีการป้องกันให้ดีอาจทำให้ลูกน้อยในครรภ์มีโอกาสติดเชื้อได้
– ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน หากไม่มีภูมิคุ้มกันควรฉีดวัคซีนและคุมกำเนิดไว้อย่างน้อยสามเดือน เพราะหากติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกพิการหรือแท้งได้
– ตรวจหาเชื้อไวรัสเอดส์ หากพบเชื้อจะได้ป้องกันการติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย และคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการติดต่อไปสู่ลูก
4. การตรวจภายใน เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่งในการเตรียมตัวเป็นคุณแม่โดยจะเป็นการตรวจเพื่อดูว่ามดลูกและรังไข่ปกติดีหรือไม่ รวมทั้งตรวจช่องคลอด เพราะมีผลโดยตรงต่อการตั้งครรภ์และการคลอด เช่น อาจมีการอักเสบ มีเนื้องอกของมดลูกหรือรังไข่ มีพังผืดหรือมีถุงน้ำในรังไข่ เป็นต้น
5. การตรวจพิเศษอื่นๆ กรณีนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจาก หากคุณหมอตรวจพบความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย จำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่ม เช่น ตรวจอัลตร้าซาวด์ หรือการตรวจส่องกล้อง เป็นต้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอ
บทความประกอบ:แพ็คเกจตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน 2564

ราคาแพ็คเกจตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์โรงพยาบาลในกรุงเทพ
โรงพยาบาล
|
ชาย
|
หญิง
|
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ |
6,300
|
6,800
|
โรงพยาบาลพญาไท |
3,000
|
3,500
|
โรงพยาบาลไทยนครินทร์ |
2,200
|
2,700
|
โรงพยาบาลนนทเวช |
3,000
|
3,500
|
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน |
3,200
|
3,500
|
โรงพยาบาลพระราม 9 |
3,000
|
3,500
|
โรงพยาบาลสินแพทย์ |
2,400
|
2,700
|
โรงพยาบาลศิครินทร์ |
2,000
|
2,300
|
โรงพยาบาลลาดพร้าว |
2,200
|
2,500
|
โรงพยาบาลธนบุรี 2 |
4,092
|
4,477
|
โรงพยาบาลสุขุมวิท |
2,880
|
3,280
|
โรงพยาบาลเทพธารินทร์ |
2,910
|
3,610
|
โรงพยาบาลเจ้าพระยา |
2,600
|
3,100
|
โรงพยาบาลวิภาราม |
2,500
|
2,800
|
โรงพยาบาลนครธน |
3,000
|
3,500
|
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ |
2,600
|
2,990
|
บทความประกอบ: ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานใช้เงินเท่าไหร่ ?
การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและก่อนตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ และยังทำให้ทราบว่าคุณมีโรคทางพันธุกรรมหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ส่งต่อไปยังลูกต่อไป คุณหมอคือผู้ที่จะให้คำแนะนำได้ดีที่สุด กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก :
https://health.sanook.com
https://frynn.com
https://wedding.kapook.com
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :
NIFTY TEST ช่วยหาอาการดาวน์ซินโดรมตั้งแต่ในท้องแม่
โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่ควรรู้ก่อนตั้งครรภ์
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!