แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว อาการคนท้องไตรมาสแรก แม่ท้องจะกินสามีห้ามขัด

แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว อาการคนท้องไตรมาสแรก แม่ท้องจะกินสามีห้ามขัด

อาการแพ้ท้อง คนท้องไตรมาสแรก ที่แปลกประหลาด จนสามีปวดหัวเมื่อเห็นแม่ ๆ แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง!!!

แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว

แพ้ท้อง อยากกินดิน เบื่อหน้าสามี ได้กลิ่นแล้วจะอ้วก อยากกินของประหลาด บางอย่างก็ไม่ใช่ของกิน บางอย่างก็เป็นของสด ของคาว ที่ฮิต ๆ ก็คือ ของหมักดอง ของเปรี้ยว ๆ เกลียดอาหารที่เคยชอบ หรือแพ้ท้อง อยากกินของประหลาด เช่นเมนท์นี้ของคุณพ่อ

 

แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว

 

ด้วยวัฒนธรรมการกินของคนแต่ละภาค แต่ละครอบครัวนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น ความอยากอาหารหรือความคุ้นเคยกับเมนูแปลก เปิบพิสดาร ของสด ของคาว เนื้อสัตว์หรือเครื่องในต่าง ๆ ความชอบหรือไม่ชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ซึ่งความอยากกิน การไม่อยากกิน หรือแม้กระทั่งการได้กลิ่น หอมชอบดม หรือเหม็นผัว ก็ว่ากันว่า เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นขณะตั้งครรภ์

 

อาการแพ้ท้อง Morning sickness

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ประนอม บุพศิริ สูตินรีแพทย์ ได้อธิบายถึง แพ้ท้อง อาการแพ้ท้อง (Morning sickness) ไว้ว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ส่วนมากเชื่อว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายขณะตั้งครรภ์ เช่น มีการเพิ่มของฮอร์ โมนเอสโตรเจน, ฮอร์โมน Human chorionic gonadotropin (hCG, ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้ง ครรภ์ที่ช่วยการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ผลิตโดยรก), ฮอร์โมน Thyroxine (ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์) นอกจากนั้น ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้การเคลื่อนไหวของ กระเพาะอาหารและลำไส้ช้าลง ทำให้อาหารย่อยช้า ทำให้เพิ่มความรู้สึก ท้องอืด อึดอัด ไม่สบายในท้องได้เพิ่มขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่ง อาจมาจากสภาพจิตใจ เพราะผู้มีจิตใจเข้มแข็งมักไม่มีอาการแพ้ท้อง หรือมีอาการน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่จิตใจอ่อนไหว ความต้องการเรียกร้องความสนใจ ก็เป็นอีกเหตุให้เกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

การแพ้ท้องมากผิดปกติ

ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Hyperemesis gravidarum คือ การที่สตรีตั้งครรภ์ มีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนอย่างมาก ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ จนทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ น้ำหนักตัวลด (มากกว่า 5% ของน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์) หรือมีการเปลี่ยน แปลงระดับเกลือแร่ในเลือด/ในร่างกาย ก่อให้เกิดความผิดปกติของสารต่าง ๆ ในร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติมีอะไรบ้าง?

สาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติ ได้แก่

การมีระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ (ฮอร์โมนhCG) สูงมากเกินปกติ เช่น ในกรณีที่ตั้งครรภ์แฝด, การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar pregnancy เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติโดยไข่ที่ผสมแล้วกลายเป็นถุงน้ำมากมาย)

ภาวะทางจิตใจ กรณีเป็นการตั้งครรภ์เดี่ยว (ตั้งครรภ์ปกติ) แต่อาจเครียด หรือกังวลมาก แล้วร่างกายแสดงออกมาในรูปที่แพ้ท้องอย่างมาก ซึ่งกลไกที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องผิดปกติจากสาเหตุนี้จริงๆ ยังไม่สามารถอธิบายได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติมีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติ ได้แก่

  • เป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก
  • น้ำหนักตัวมารดามาก
  • ตั้งครรภ์แฝด
  • ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก

 

ที่มา : http://haamor.com

 

สำหรับอาการแพ้ท้องของแม่ ๆ ที่น่าสนใจ เราเคยรวบรวมไว้แล้ว โดยเฟสบุ๊ก theAsianparent Thailand ได้เปิดประเด็นคุณแม่เม้าท์มอยอาการแพ้ท้องสุดแปลก ขอยกตัวอย่างพีค ๆ สัก 10 ตัวอย่าง

  1. เกลียดสามี บางคนถึงขั้นขอเลิกทุกวัน บางคนเหม็นสามี เดินผ่านแล้วอาเจียนใส่เลย (บอกว่าเหม็น) แต่บางคน ตอนท้องชอบดมตัวสามีได้ดม จะอารมณ์ดี ชอบดมเวลาสามีมีเหงื่อออกตัวเหนียวไม่อาบน้ำ
  2. แพ้ทองค่ะ เดินผ่านเห็นร้านทองแล้วจะอาเจียน ใส่ทองไม่ได้เลย แพ้ตอน 3 เดือนแรก เห็นใครใส่ทองในบ้านก็อาเจียน
  3. เหม็นแบงค์ค่ะ หยิบเงินไม่ได้ อาเจียนพุ่งเลย ได้กลิ่นแบงค์ร้อยแบงค์พันที่ใหม่ ๆ จะอาเจียน
  4. แพ้ท้องอยากดมกลิ่นดินแบบตอนฝนตกใหม่ ๆ อ่ะคะ จะมีกลิ่นไอดินขึ้นมา เลยไปหาก้อนหิน เป็นแบบก้อนหินกรวดแม่น้ำอ่ะคะ เวลาอยากดมก็เอาแช่น้ำ แล้วเอาขึ้นมาดม พอกลิ่นหมด ก็ทำซ้ำ ๆ แบบนี้อีก จนคนรอบข้างคิดว่าบ้าไปแล้วววว
  5. ชอบดูรูปสยอง ๆ จนกดไลค์เพจกู้ภัย เพราะชอบดูมาก
  6. อยากกินทิชชู่ ไม่รู้ทำไมอยากกินมาก ๆ ทนไม่ไหวหยิบแก้วน้ำนั่งกินในห้องน้ำแหละ พอนึกถึงนี่ก็งงกินเข้าไปได้ยังไง?
  7. แพ้น้ำลายตัวเองกลืนไม่ได้เลยค่ะ ถ้ากลืนจะต้องอาเจียนทุกที ต้องบ้วนออกตลอด
  8. เหม็นกระดูกสันหลังหมู แค่เดินผ่านร้านขายหมูก็จะอาเจียน แต่พวกเนื้อหมูยังทานได้ปกติ
  9. แพ้น้ำเปล่าและทานอาหารไม่ได้เลยตลอด 3 เดือนแรก ดื่มได้แต่น้ำมะพร้าว ต้องไปนอนให้น้ำเกลือ แต่พอผ่าน 3 เดือนแรก หายเลยทีนี้ กินไม่หยุดเลย
  10. เกลียดโทรศัพท์เห็นแล้วหงุดหงิดช่วงที่แพ้ไม่ได้พกเลยค่ะ เห็นมือถือแล้วคลื่นเหียน

อ่านเพิ่มเติม อาการคนท้องแบบแปลก ๆ คำตอบจากแฟน theAsianparent

 

อย่างไรก็ตาม อาการแพ้ท้องจะหายไปได้เอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ โดยแม่ ๆ สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ เช่น

  • การนั่งสมาธิ แพทย์บางท่านที่ถือว่าความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง
  • เลือกทานผลไม้ (ถ้าทานได้แล้วไม่เหม็น) ผลไม้นั้นคือ สับปะรดและกล้วย สับปะรดช่วยในระหว่างการย่อยอาหารและช่วยรักษาอาการคลื่นไส้ได้ ส่วนกล้วยนั้นช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดและช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ หรือแตงโม แตงโมมีน้ำเยอะ ลดอาการแพ้ท้อง และช่วยให้ร่างกายของคุณแม่ไม่ขาดน้ำ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ ทั้งน้ำเปล่าและน้ำผลไม้ (ต้องระมัดระวังเรื่องเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อย่าดื่มน้ำผลไม้หวาน ๆ หรือดื่มน้ำผลไม้ผสมน้ำตาล)
  • ดื่มน้ำขิงแก้แพ้ท้อง หรือนำขิงมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร เพราะขิงเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยลดอการแพ้ท้องได้ดี มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย ช่วยขับลมในท้อง ลดและบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้แพ้ท้อง หรือเลือกกลิ่นหอม ๆ ที่ชอบ มาไว้ในห้อง แต่ต้องไม่ใช่กลิ่นที่แม่แพ้นะ เช่น กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยเปเปอร์มินท์ หรือสารสกัดจากมะนาว กลิ่นเปรี้ยวของธรรมชาติจะทำให้สดชื่น
  • ก่อนนอน อย่าปล่อยให้ท้องหิว ก่อนเข้านอน หากคุณแม่รู้สึกหิว ลองหาอะไรทานก่อนนอน ไม่ว่าจะเป็นแครกเกอร์ หรือนมอุ่น ๆ สักแก้ว เพราะนอกจากจะทำให้คุณแม่ไม่แพ้ท้องเพราะหิวแล้ว ยังช่วยให้คุณแม่นอนหลับได้อย่างสบายขึ้นอีกด้วย

 

แม่ท้องต้องเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้า ที่ทำให้แม่ท้องอยากอาเจียน อดทนเพียง 4 เดือน อาการแพ้ท้องก็จะทุเลาลง แต่คนท้องบางรายก็อาจจะมีอาการแพ้ท้องได้นานกว่านั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าแพ้ท้องรุนแรง ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เครื่องดื่มแก้แพ้ท้อง อะไรควรดื่ม อะไรไม่ควรดื่มในช่วงแพ้ท้อง

แม่ท้องไตรมาสแรก ต้องบำรุงอะไรบ้าง ควรกินอะไรดี

เริ่มตั้งท้อง!! สุขใจก็จริงแต่ก็กลัวไม่น้อย จะคิดบวกยังไงให้ไหวใน ช่วงท้องไตรมาสแรก

หยุด! พฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าไม่อยากแท้งตั้งแต่ท้องอ่อนๆ

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner