อันตราย!! เหงือกอักเสบตอนท้อง ส่งผลลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

อันตราย!! เหงือกอักเสบตอนท้อง ส่งผลลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

สุขภาพในช่องปากตอนท้องใครว่าไม่สำคัญ แต่เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่อย่าละเลยเรื่องสุขภาพปากและฟันไปนะคะ หากมีการอักเสบภายในช่องปากจะทำให้เสี่ยง ส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้นะ

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องสุขภาพในช่องปากของแม่ท้องจะส่งผลกระทบไปสู่ลูกในครรภ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุ เหงือกอักเสบตอนท้อง ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วกลับมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคในช่องปากได้ง่ายแถมรุนแรงกว่าตอนปกติด้วย

โรคเหงือกอักเสบที่เกิดขึ้นได้ง่ายในตอนท้อง เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตได้ดี และมีผลต่อเหงือกได้ง่าย ซึ่งได้มีงานวิจัยออกมาว่า โรคเหงือกอักเสบมีความสัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และทำให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานเนื่องจากสาเหตุที่มีการติดเชื้อในช่องปาก

เหงือกอักเสบตอนท้อง

เหงือกอักเสบตอนท้อง เป็นสาเหตุลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

โรคเหงือกอักเสบ ที่ลุกลามจนถึงขั้นมีการทำลายกระดูกที่รองรับฟัน มีสาเหตุเกิดจากคราบจุลินทรีย์ ร่องเหงือกที่ลึกจากการเป็นโรคกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคปริมาณมาก เชื้อโรคที่อยู่ในช่องปากของแม่ตั้งครรภ์ อาจจะมีการกระจายสู่ร่างกาย และมีผลทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดหรือทารกมีภาวะน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติได้ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสำคัญที่อาจทำให้ทารกเสียชีวิต

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ "ผศ.ทญ.พิณทิพา บุณยะรัตเวช" ทันตแพทย์เฉพาะทาง สาขาปริทันตวิทยา ได้อธิบายในเว็บไซต์ manager ว่า "ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโรคเหงือกอักเสบจะทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดหรือทารกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จำเป็นต้องรอดูข้อมูลงานวิจัยที่มีความชัดเจนมากกว่านี้ต่อไป"  ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ได้พยายามศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบกับการเกิดภาวะอันตรายต่อการตั้งครรภ์ดังกล่าว แต่ผลที่ได้ยังมีการขัดแย้งกันอยู่

เหงือกอักเสบตอนท้อง

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หากคิดว่าต้องควรไปตรวจสุขภาพฟัน ขอแนะนำว่า ช่วงเวลาที่จะทำฟันในขณะที่ตั้งครรภ์แล้ว ควรจะเป็นไตรมาสที่ 2 นะคะ ดังนั้น ในขณะที่ตั้งครรภ์หรือก่อนตั้งครรภ์นั้น การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่จะไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะปลอดภัยกว่าและไม่ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามมา การแปรงฟันสม่ำเสมอหรือใช้อุปกรณ์เสริมช่วย เช่น ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ ลดปริมาณอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล จะช่วยจำกัดคราบจุลินทรีย์ ซึ่งก็คือเชื้อโรคที่มาสะสมอยู่บนผิวฟัน เพราะหากละเลยหรือแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะบริเวณคอฟันใกล้ขอบเหงือกหรือซอกฟัน คราบจุลินทรีย์จะมาเกาะจนกลายเป็นหินปูนและก่อนให้เกิดโรคเหงือกเริ่มอักเสบ ที่ถึงตอนนั้นแม้แต่การแปรงฟันสะอาดอย่างเดียวนั้นก็ไม่เพียงพอแล้ว.

สุขภาพช่องปากคุณแม่ตั้งครรภ์ สำคัญอย่างไร

สุขภาพช่องปากคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่พร้อมจะมีลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากปล่อยให้ฟันผุ มีหินปูน หรือเหงือกอักเสบ อาจจะส่งผลกระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ได้ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ส่งผลให้เหงือกและอวัยวะที่รองรับฟันอ่อนแอไปด้วย อาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย ๆ รวมถึงการดูแลสุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดี ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพช่องปากและสุขภาพทั่วไปของทั้งแม่และลูกที่จะเกิดมา

สุขภาพช่องปากในระหว่างตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรเอาใจใส่ เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายโดยรวม ที่สามารถส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้
ดังนั้น คุณแม่ควรทราบถึงวิธีการดูแลช่องปาก และการป้องกันปัญหาเหงือกและฟันที่ถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและลูกน้อยในระยะยาวต่อไป

แบคทีเรียในช่องปากคุณแม่ มีผลทำให้ลูกในครรภ์เกิดโรคฟันผุได้หรือไม่?

การที่ภายในช่องปากของคุณแม่นั้นมีหินน้ำลาย (หินปูน) หรือฟันผุหลายซี่จะทำให้มีปริมาณเชื้อแบคทีเรียในช่องปากมาก และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก ส่งผลให้ลูกมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคฟันผุ อีกทั้งมีการศึกษาว่าภาวะโรคปริทันต์ในหญิงตั้งครรภ์ เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดและเด็กมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย

การตรวจฟันเพื่อทราบสภาวะช่องปาก และ รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและลูก จึงมีความจำเป็นสำหรับหญิงมีครรภ์ ซึ่งหากพบปัญหาโรคในช่องปากก็ควรได้รับการรักษาตามความจำเป็นในช่วงที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของแม่และลูกต่อไป

คุณแม่ตั้งครรภ์ จะหลีกเลี่ยงโรคฟันผุจากแม่สู่ลูกได้อย่างไร

คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับหญิงตั้งครรภ์ คือ หมั่นตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ และ รับการรักษาปัญหาในช่องปากที่มีให้หายขาดก่อนที่จะตั้งครรภ์ จะช่วยลดการเกิดปัญหาทางทันตกรรมระหว่างการตั้งครรภ์ได้

ปัญหาสุขภาพช่องปากขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง

คุณแม่ขณะตั้งครรภ์อาจเกิดโรคเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากได้หลายชนิด โดยภาวะที่มักพบบ่อย ได้แก่

  • เหงือกอักเสบ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายและการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียเดิมที่อยู่ภายในช่องปาก
  • โรคปริทันต์ สตรีมีครรภ์ผู้ซึ่งมีการติดเชื้อที่เหงือกอย่างเรื้อรังอาจมีอาการรุนแรงขึ้น และหากไม่รับการรักษาอาจส่งผลให้สูญเสียฟันได้ในที่สุด
  • ฟันผุ อาจเกิดจากการดูแลสุขอนามัยในช่องปากลดลง หรือการเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร เช่น รับประทานขนมมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้สึกหิว เป็นต้น
  • เนื้อฟันกร่อนเมื่อตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งการอาเจียนจากการแพ้ท้องจะส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารขึ้นมาสะสมอยู่ภายในช่องปาก หากแปรงฟันทันทีก็อาจทำให้เนื้อฟันกร่อนได้
    ดังนั้น ต้องไม่แปรงฟันหลังจากอาเจียนโดยเด็ดขาด แต่ควรแปรงฟันหลังจากอาเจียนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดกรดภายในช่องปาก
  • เนื้องอกในช่องปาก ผู้หญิงตั้งครรภ์บางราย อาจมีเนื้องอกผิดปกติเกิดขึ้นในช่องปากบริเวณเหงือก อาการนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ และเนื้องอกสามารถยุบไปได้เองหลังจากคลอดบุตร แต่หากเนื้องอกมีเลือดออกหรือทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

อันตราย!! เหงือกอักเสบตอนท้อง ส่งผลลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

การดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์

การเอาใจใส่สุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ โดยคุณแม่สามารถทำตามแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • ไปพบทันตแพทย์
  • แจ้งทันตแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้
  • เปลี่ยนยาสีฟันที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ท้อง
  • บ้วนปากอย่างสม่ำเสมอ
  • เสริมแคลเซียม
  • รับประทานวิตามินดีให้มากขึ้น

การดูแลสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์

เมื่ออายุครรภ์ 4 – 6 เดือน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและทำความสะอาดช่องปาก ไม่ควรรอจนกระทั่งมีอาการ

แปรงฟันให้สะอาด อย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ นาน 2 นาที ร่วมกับการทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน

หลังอาเจียนจากการแพ้ท้องหรือทานอาหารเปรี้ยว ควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกครั้ง

หลีกเลี่ยง การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน นมเปรี้ยว

ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ปลอดภัยสำหรับคนท้อง

ภาวะโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์อักเสบ

เกิดจากการดูแลทำความสะอาดช่องปากไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เกิดภาวะ “คลอดก่อนกำหนด” หรือ “น้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์” ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อลูกน้อยตามมา เช่น มีอัตราการเสียชีวิตแรกคลอดและอัตราการเจ็บป่วยสูง มีโอกาสที่ทารกจะมีความผิดปกติแต่กำเนิด ได้แก่ ความผิดปกติของระบบหายใจ สมอง และพัฒนาการ

การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง

– มารดาเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสเป็นเบาหวานในอนาคตและมีภาวะแทรกซ้อนทั้งขณะตั้งครรภ์และ

จากการคลอด เช่น ครรภ์เป็นพิษ รกลอกตัวก่อนกำหนด

– ลูกมีโอกาสน้ำหนักแรกคลอดมากและภาวะหายใจเร็วในทารกแรกคลอดได้


ที่มา : www.manager.co.th

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

อันตรายจากโรคเหงือกอักเสบต่อลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง

ลูกฟันขึ้น ร้องไห้ปวดเหงือก พ่อแม่จะช่วยอย่างไร

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner