คนท้องไอมากๆ อันตรายกับลูกไหม? “การไอ” โดยทั่วไปไม่ทำอันตรายทารกโดยตรง แต่ “สาเหตุของการไอ” บางอย่าง เช่น ไข้หวัดใหญ่, COVID-19, ไอกรน, ปอดอักเสบ, หอบหืดกำเริบ เสี่ยงต่อแม่และลูก จึงต้องสังเกตอาการเตือน ดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง และเข้ารับวัคซีนตามช่วงอายุครรภ์
บทความนี้จะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจว่า อาการไอแบบไหนที่ไม่ต้องห่วง และแบบไหนที่ต้องรีบหาหมอ พร้อมวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้ยาค่ะ
คนท้องไอมากๆ อันตรายกับลูกไหม?
นี่คือคำถามที่แม่ ๆ ถามบ่อยที่สุด ความจริงคืออาการ “ไอ” ไม่ได้ทำให้ลูกเกินอันตรายโดยตรง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการไอต่างหากที่อาจอันตราย
แรงไอจากแม่ แม้จะทำให้ท้องเกร็งบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้ลูกในท้องเป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุของอาการไอมาจากโรคที่รุนแรง เช่น ไข้หวัดใหญ่ COVID-19 หรือไอกรน นั่นแหละค่ะที่ต้องจับตา เพราะโรคเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก หรือเพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ
ทำไมคนท้องไอง่ายกว่าคนทั่วไป?
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคนท้องไอง่ายกว่าคนอื่น? จริง ๆ แล้วร่างกายแม่ท้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ทำให้ไวต่อการติดเชื้อและไอได้ง่ายขึ้นค่ะ
- ภูมิคุ้มกันของแม่จะลดลงโดยธรรมชาติ เพื่อปกป้องลูกไม่ให้ถูกมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม
- มดลูกที่ขยายตัวทำให้ปอดต้องทำงานหนักขึ้น หายใจสั้นง่าย
- ฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เยื่อบุจมูกบวมและมีน้ำมูกบ่อย
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่แม่ท้องมัก “ติดหวัดง่าย ไอง่าย และไอนานกว่าปกติ” ค่ะ

อาการเตือน เมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์?
ไม่ใช่ทุกการไอจะต้องรีบไปโรงพยาบาลนะคะ แต่ถ้าแม่มีอาการบางอย่างร่วมด้วย ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกค่ะ ควรไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีอาการเหล่านี้
- ไข้สูงเกิน 38°C และไม่ลดลง
- หอบ เหนื่อย เจ็บหน้าอก
- ไอมีเลือดปน
- ไอนานเกิน 3 สัปดาห์
- ดื่มน้ำหรือกินอาหารไม่ได้
- ลูกดิ้นน้อยลง
สาเหตุของ “คนท้องไอ” ที่พบบ่อย
อาการไอในคนท้องมีหลายสาเหตุ ลองมาดูกันค่ะว่าอะไรคือ “ตัวการหลัก” ที่ทำให้แม่ ๆ ไอได้บ่อย
1. หวัดธรรมดา
ไวรัสเป็นสาเหตุหลัก อาการคือ ไอ น้ำมูก คัดจมูก มักหายได้เองใน 7–10 วัน
2. ไข้หวัดใหญ่
รุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป มีไข้สูง ปวดเมื่อยมาก ต้องระวังเพราะเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
3. COVID-19
แม่ท้องติดเชื้อง่ายและอาจมีอาการรุนแรงกว่า ควรฉีดวัคซีนและสังเกตอาการใกล้ชิด
4. ภูมิแพ้ / น้ำมูกไหลลงคอ
ไอเรื้อรังโดยไม่มีไข้ บางครั้งต้องใช้ยากลุ่มแก้แพ้ที่ปลอดภัยในครรภ์
พบบ่อยในไตรมาสสุดท้าย มักไอกลางคืนหลังทานอาหาร
6. หอบหืดกำเริบ
แม่ท้องที่เป็นหอบหืดต้องควบคุมอาการอย่างดี เพราะการขาดออกซิเจนมีผลต่อทารกโดยตรง
7. ไอกรน (Pertussis)
โรคอันตรายในทารกแรกเกิด ดังนั้นแม่ท้องควรฉีดวัคซีน Tdap
Checklist: คนท้องไอ ทำไงดี?
|
ควรทำเมื่อคนท้องไอ
|
ไม่ควรทำเมื่อคนท้องไง
|
- ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น
- ใช้สเปรย์น้ำเกลือหรือล้างจมูก
- กินซุปอุ่น ๆ น้ำผึ้งมะนาว
- ใช้ยาพาราเซตามอล ตามคำแนะนำของแพทย์
|
- ห้ามซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- หลีกเลี่ยงยาสูตรผสมหลายอย่าง
|
คนท้องไอกินอะไรถึงหาย?
จริง ๆ แล้วอาหารและเครื่องดื่มใกล้ตัวหลายอย่างช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยา เช่น
- น้ำอุ่น ลดการระคายคอ
- น้ำผึ้งผสมมะนาว บรรเทาอาการไอและทำให้ชุ่มคอ
- ขิง ลดการอักเสบและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
- ซุปอุ่น ๆ เติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว

วัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยง
รู้ไหมคะว่าการฉีดวัคซีนบางตัวตอนท้อง ไม่เพียงปกป้องแม่ แต่ยังส่งภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วย
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ป้องกันแม่ไม่ให้ป่วยรุนแรง และลดโอกาสลูกติดเชื้อหลังคลอด
- วัคซีน Tdap: วัคซีนรวมที่ป้องกัน 3 โรคสำคัญ ได้แก่ บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน ซึ่งอันตรายมากสำหรับทารกแรกเกิด
FAQ: คำถามฮิตของแม่ ๆ เรื่อง “คนท้องไอ”
เราได้รวบรวมคำถามที่แม่ท้องชอบถามบ่อย ๆ พร้อมคำตอบสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ดังนี้
- คนท้องไอมากๆ อันตรายกับลูกไหม? ไม่อันตรายโดยตรง แต่ต้องระวังสาเหตุของการไอ
- คนท้องไอกินอะไรถึงหาย? น้ำผึ้งมะนาว น้ำอุ่น ซุปใส ขิง
- ไอจนท้องแข็ง ปวดหน่วงท้อง ผิดปกติไหม? ถ้าเจ็บท้องถี่ ๆ หรือมีเลือด ควรไปพบแพทย์
การไอแม้จะทำให้ร่างกายเหนื่อย แต่ไม่ได้ทำให้ลูกในท้องเป็นอันตรายโดยตรง สิ่งสำคัญคือดูแลตัวเองให้แข็งแรง สังเกตอาการเตือน และรีบพบแพทย์หากจำเป็น เท่านี้ก็อุ่นใจได้ทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ
ที่มา
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ยาแก้ไอคนท้อง กินได้ไหม วิธีดูแลตัวเองตอนท้อง คนท้องกินยาอะไรได้บ้าง?
อาการ ไอแห้งตอนท้อง อันตรายไหม เรื่องสำคัญที่แม่ท้องควรรู้!
10 วิธีบรรเทาอาการเจ็บคอ ที่ได้ผลจริง ลดอาการระคายเคืองคอได้ดี
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!