สังเกต ฮัดชิ่ว !! แบบไหนแพ้อากาศ แบบไหนเป็นหวัด

สังเกต ฮัดชิ่ว !! แบบไหนแพ้อากาศ แบบไหนเป็นหวัด

ภูมิแพ้ แพ้อากาศ เป็นหวัด อาการช่างคลายกันจนทำให้คุณพ่อคุณแม่แยกไม่ออก รู้อย่างเดียวลูกรัก มีน้ำมูกกันตลอดทั้งปีไม่จำกัดฤดูกาล มาดูจุดสังเกตกันค่ะว่า ภูมิแพ้อากาศ กับโรคหวัดนั้นแตกต่างกันอย่างไร

ฮัดชิ่ว !! แบบไหนแพ้อากาศ แบบไหนเป็นหวัด

ฮัดชิ่ว ... อากาศบ้านเราทุกวันนี้มีแต่มลภาวะ ลูกเล็กโดยเฉพาะในช่วงวัย 1 – 5 ปี เรียกได้ว่ามีน้ำมูกไหลกันตลอดปี ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นฤดูฝนหือฤดูหนาว  จนบางครั้งก็ทำให้พ่อแม่อดกังวลไม่ได้ว่านี้ ลูกกำลังแพ้อากาศหรือเป็นแค่หวัดกันนะ

ฮัดชิ่ว

ทำความเข้าใจทำไมถึงเป็นภูมิแพ้
แพ้อากาศ : สาเหตุ

1.กรรมพันธุ์

หากสมาชิกในครอบครัว 2 ใน 4 คนเป็นภูมิแพ้ หรือไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่คนใดคนหนึ่งเป็นภูมิแพ้ ลูกจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 30 – 50% โดยเฉพาะถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นภูมิแพ้ด้วยกันทั้งคู่โอกาสเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 50 – 70 % ที่สำคัญภูมิแพ้จะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

2.สภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยหากมีสารก่อภูมิแพ้ เช่น  บ้านที่มีฝุ่นมาก  ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือตุ๊กตาที่มีขนนุ่มนิ่ม เป็นที่เก็บฝุ่นชั้นดี  เมื่อลูกนำมากอด หอม ทำให้รับฝุ่นละอองได้โดยตรง  หรือบ้านที่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น สุนัข แมว กระต่าย  เป็นต้น  ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น

แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าบางคนแพ้เกสรดอกไม้ ละอองเกสรดอกไม้  หากในสวนหรือบริเวณบ้าน มีต้นไม้ดอกไม้ชนิดนั้นปลูกอยู่ยิ่งเพิ่มโอกาสของภูมิแพ้มากขึ้นเช่นกัน

ทำความรู้จักสารพัดสารก่อภูมิแพ้
1.ไรฝุ่น  

ตัวการอันดับต้น ๆ ก็ว่าได้ เพราะใกล้ชิดเรามากที่สุด เพระาไรฝุ่นแฝงอยู่ในที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตาของลูก

2.แมลงสาบ

สารก่อภูมิแพ้ของแมลงสาบมาจาก น้ำลาย อุจจาระ และบางส่วนที่หลุดออกจากตัวแมลงสาบ สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้ทั้งโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้ได้

3.สัตว์เลี้ยงที่มีขน

หลีกเลี่ยงการเลี้ยงไว้ในบ้านปะปนกับสมาชิกในครอบครัว เพราะขนของสัตว์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่่าย และอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงทุกสัปดาห์

4.ละอองเกสรต้นไม้ใบหญ้า

ในช่วงที่มีละอองเกสรดอกไม้มาก โดยเฉพาะช่วงที่มีลมพักแรง พัดเอาเกสรปลิดปลิวไปทั่ว  จึงควรปิดประตู หน้าต่าง และใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ เพื่อป้องกันละอองเกสร

สังเกต ฮัดชิ่ว !! แบบไหนแพ้อากาศ แบบไหนเป็นหวัด

มาถึงคำถามในใจที่รอคำตอบแบบชัด ๆ เน้น ให้เห้นว่าแตกต่างกันอย่างไร  สังเกตได้ดังนี้ค่ะ

ไข้หวัดหรือาการหวัด เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งลูกจะมีอาการรจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ เป็นต้น โรคที่เกิดจากการติดเชื้ออาจมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ ตัวร้อน หรือมีเสมหะปะปน  อาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว เพลีย  แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์

ส่วนอาการแพ้อากาสหรือภูมิแพ้  ที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ สังเกตได้ คือ มี น้ำมูกไหล มีลักษณะใสเหมือนน้ำ คัดจมูก คันยุบ ๆ ยิบ ๆ    ยังคันลามไปบริเวณตา และลำคออีกด้วย เวลาพูดจะมีเสียงอู้อี้ และอาจมีอาการปวดหัว หากอาการกำเริบจะกินเวลาไม่นาน

แต่อาการจะกำเริบได้หลายครั้งในแต่ละวัน หากได้รับสารกระตุ้น  และเป็นอาการที่เรื้อรัง  อาการแพ้อากาศนั้นมักจะเกิดในช่วงเช้าหรือค่ำซึ่งเป็นเวลาที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง

ได้ทราบความแตกต่างระหว่างอาการหวัดและภูมิแพ้กันแล้วนะคะ  หากไม่มั่นใจควรพบคุณหมออีกครั้ง สิ่งสำคัญดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันสารกระตุ้นก่อให้เกิดภูมิแพ้นั่นเอง

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ล้างจมูก วิธีล้างจมูกให้ลูก ลูกป่วยภูมิแพ้ เป็นหวัด มีน้ำมูก ล้างจมูกให้ลูกโล่ง ช่วยให้ทารกหายป่วยไว

ลูกไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จากโรคหวัดที่พ่อแม่คิดว่าจะหาย ลูกกลับเป็นโรคร้ายแรงกว่านั้น หูลูกติดเชื้อ

ลูกเป็นภูมิแพ้ แพ้อากาศบ่อยๆ พ่อแม่ช่วยลูกได้ด้วยวิธีเหล่านี้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner