วิธีแก้อาการแพ้ท้อง ช่วยคุณแม่รับมืออาการผิดปกติช่วงตั้งครรภ์แบบได้ผล

lead image

เคล็ดไม่ลับ รับมือกับอาการแพ้ท้องอย่างได้ผล จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

แพ้ท้อง คืออะไร อาการแพ้ท้องมีสาเหตุมาจากอะไร อาการของคนแพ้ท้องเป็นอย่างไร วิธีแก้อาการแพ้ท้อง ทำได้อย่างไรบ้าง แล้วเมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ The Asianparent Thailand มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก

อาการแพ้ท้อง คืออะไร

อาการแพ้ท้อง คืออาการที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่เริ่มตั้งครรภ์ เป็นความรู้สึกที่ไม่สะดวกสบาย โดยมักจะมีอาการ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน มีน้ำลายมากกว่าปกติ แต่อาการแพ้ท้องนี้จะดีขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์ได้ 3 เดือนขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม อาการแพ้ท้องของแต่ละคนนั้นจะแตกจ่างกันออกไป คุณแม่บางคนอาจไม่มีอาการแพ้ท้องใด ๆ เลยก็ได้ ในขณะที่คุณแม่บางคน อาจมีอาการแพ้ท้องและบรรเทาลงในช่วงก่อนและหลัง 12 สัปดาห์ หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะมีอาการแพ้ท้องไปจนกระทั่งถึงตอนคลอดเลยก็มี

อาการแพ้ท้อง มีสาเหตุมาจากอะไร

ต้นเหตุของอาการแพ้ท้อง มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น

  • เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายขณะตั้งครรภ์
  • เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้จากการแทรกซึมของสเปิร์ม หรือทารกในครรภ์ ร่างกายคุณแม่จึงมีการต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
  • เกิดจากกลไกธรรมชาติ ที่ไม่อยากให้คุณแม่กินอะไรเข้าไปมากในช่วงระยะ 3 เดือนแรก
  • ผลจากภาวะจิตใจและอารมณ์ของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ โดยพบว่า ผู้ที่มีจิตใจ หรืออารมณ์อ่อนไหว เครียด และวิตกกังวล มักจะมีอาการแพ้ท้องได้มากกว่าปกติ ส่วนคุณแม่ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่เครียด มักจะไม่มีอาการแพ้ท้อง หรือมีอาการน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหว นอกจากนี้ อาการเรียกร้องความสนใจก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

อาการของคนแพ้ท้อง

คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม อาเจียน แสบลิ้นปี่ โดยมักจะมีอาการแพ้ท้องมากในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือที่เรียกกันว่า Morning sickness แต่ก็อาจมีอาการแพ้ท้องในช่วงกลางวัน หรือช่วงเย็นได้บ้าง หรืออาจเกิดอาการแพ้ท้องตลอดทั้งวันเลยก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในตอนท้องว่างก็จะมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม อาการแพ้ท้องจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยหลัก ๆ แล้ว จะมีอาการดังต่อไปนี้

  • คลื่นไส้อาเจียน อึดอัดท้องและหน้าอกมาก
  • ปวดแสบลิ้นปี่ เพราะน้ำย่อยที่อาเจียนออกมาทำให้แสบที่หลอดอาหาร และอาจมีความรู้สึกขมที่ลิ้น รู้สึกเจ็บปวดในอก และอาจกระจายถึงคอ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเจ็บคอ และมีอาการไอเรื้อรังได้
  • รู้สึกไวต่อกลิ่น ทำให้คุณแม่อาจรู้สึกไม่สบายเมื่อได้กลิ่นเหม็น หรือกลิ่นบางอย่าง แต่บางทีก็อาจจะรู้สึกหอมมากกับบางอย่างได้เช่นกัน
  • อาจอยากกินอาหารแปลก ๆ เช่น อาหารที่มีรสเปรี้ยว ของหมักดอง หรือบางครั้งก็อยากกินของที่เคยไม่ชอบอย่างมาก แต่คุณแม่บางคนก็อาจจะกินอาหารไม่อร่อย หรือไม่อยากจะกินอะไรเลยก็มี
  • มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย รู้สึกง่วงนอน อยากนอนหลับตลอดเวลา
  • มีอารมณ์แปรปรวน รู้สึกหงุดหงิดง่าย
  • มีอาการปวดศีรษะบ่อยขึ้น แต่อาจจะไม่รุนแรงมากนัก
วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

วิธีแก้อาการแพ้ท้อง

วิธีแก้อาการแพ้ท้อง ทำได้อย่างไรบ้าง

สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องไม่มากนัก ให้คุณแม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ และคิดแต่ในแง่ดี ไม่เครียด ทำจิตใจให้สดชื่น เพราะบางครั้งอาการแพ้ท้องจะดีขึ้นโดยไม่ต้องรับประทานยาใด ๆ ก็ได้ หากคุณแม่ไม่มีอะไรกังวลใจ  นอกจากนี้ คุณแม่ สามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องได้โดย

  • เริ่มจากการใส่ใจเรื่องของโภชนาการ ควรบริโภคอาหารธรรมชาติจำพวกสมุนไพร เช่น ดื่มน้ำขิงอุ่น รับประทานผักผลไม้มากขึ้น เช่น สับปะรด ซ่งจะช่วยในการย่อยอาหาร และรักษาอาการคลื่นไส้ และกล้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการแพ้ท้อง ลดอาหารที่มีไขมัน เช่น อาหารประเภท ทอด หรือผัด
  • เลือกกินอาหารอ่อน ๆ ลดปริมาณอาหารในมื้อหนัก ๆ แต่เปลี่ยนมารับประทานทีละน้อย แต่รับประทานบ่อยขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น และเร็วขึ้น
  • ดื่มนม หรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ หลังตื่นนอนตอนเช้า
  • เมื่อรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน ให้จิบน้ำอุ่น หรือดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ โดยควรเป็นขิงแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาล เพราะขิงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก และอาการคลื่นไส้ได้
  • ในช่วงแรกหลังจากตื่นนอนแล้ว ให้นอนพักร่างกายสักครู่ อย่าเพิ่งรีบลุกออกจากเตียงทันที เพราะจะทำให้คุณแม่เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • หากต้องการรับประทานของแปลก ๆ ที่อาจเป็นอันตราย ต้องพยายามหักห้ามใจ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทนั้น ๆ
  • อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ควรเตรียมเครื่องดื่ม หรือขนมปังแครกเกอร์แบบเค็ม ๆ ไว้ใกล้ตัวเสมอ
  • ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง ดังนั้นคุณแม่จึงควรทำใจให้สบาย ไม่เครียด หรืออาจจะลองนั่งสมาธิเพื่อช่วยผ่อนคลาย
  • การเดินไปเดินมาง่าย ๆ จะสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง รวมไปถึงอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์ได้ด้วย เช่น อาการจุกเสียด

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากปฏิบัติตัวตามที่แนะนำมาแล้วข้างต้นแล้วอาการยังไม่บรรเทาลง หากมีอาการแพ้ท้องมากจริง ๆ รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนตลอด ควรไปพบสูตินรีแพทย์โดยเร็ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลานัดก็ตาม และไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง อะไรบ้างที่คนท้องห้ามทำ

โฟลิก คืออะไร เหมือนโฟเลตไหม อันตรายเมื่อแม่ท้องขาดโฟลิก

อายุครรภ์ จริง ๆ แล้ว เค้านับกันอย่างไรถึงจะถูก

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner