TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไขข้อข้องใจ แพ้ท้องอยากกินของแปลก เพราะอะไร ปกติหรือเปล่า?

บทความ 8 นาที
ไขข้อข้องใจ แพ้ท้องอยากกินของแปลก เพราะอะไร ปกติหรือเปล่า?

อยากกินอะไรที่คนทั่วไปอาจจะมองว่า "แปลก" สุดๆ วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเรื่องราวของ "แพ้ท้องอยากกินของแปลก" อาการที่เข้าใจได้ยาก แต่เกิดขึ้นจริงกับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ คนค่ะ

อาการแพ้ท้องเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ ซึ่งมักมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย นอกจากอาการคลื่นไส้ อาเจียนแล้ว อีกหนึ่งอาการที่น่าสนใจและสร้างความประหลาดใจให้กับหลายๆ คนก็คือ “แพ้ท้องอยากกินของแปลก” บางคนอยากกินดิน กินดอกไม้ ใบไม้ใบหญ้า หรือบางคนอยากกินอาหารที่ปกติแล้วจะไม่แตะเลย เช่น ทุเรียน ลาบเลือด เนื้อวัว แล้วความอยากอาหารที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผลเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? theAsianparent มีคำตอบพร้อมวิธีดูแลอาการแพ้ท้องให้คุณแม่ค่ะ

 

แพ้ท้องอยากกินของแปลก …อาการแพ้ท้องที่แม่ท้องต้องเจอ

อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ระดับฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin) และฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ เชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน

2. ความไวต่อกลิ่น: ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่อาจมีความไวต่อกลิ่นต่างๆ มากขึ้น แม้แต่กลิ่นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

3. ระบบทางเดินอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้การย่อยอาหารช้าลงและเกิดอาการคลื่นไส้ได้

4. ปัจจัยทางจิตใจ: ความเครียดและความวิตกกังวลก็อาจมีส่วนทำให้อาการแพ้ท้องแย่ลงได้

 

แม่ท้องแพ้ท้อง …ปัจจัยที่อาจทำให้อาการแพ้ท้องรุนแรงขึ้น

1. การตั้งครรภ์แฝด: คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดมักมีระดับฮอร์โมน hCG สูงกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว ทำให้อาการแพ้ท้องมีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่า

2. ประวัติการแพ้ท้องรุนแรงในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน: หากเคยมีอาการแพ้ท้องรุนแรงในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการเดิมซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

3. การเมารถหรือปวดไมเกรน: ผู้ที่มีประวัติเมารถหรือปวดไมเกรนมีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้ท้องรุนแรงกว่า

อาการแพ้ท้องโดยทั่วไปจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และมักจะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการแพ้ท้องรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ คุณแม่ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแลครรภ์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

แพ้ท้องอยากกินของแปลก เป็นเรื่องปกติไหม?

แพ้ท้องอยากกินของแปลก …แพ้ท้องมีอาการเป็นแบบไหนได้บ้าง ?

อาการแพ้ท้องสามารถแสดงออกได้หลากหลายรูปแบบ และความรุนแรงของอาการก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาการที่พบบ่อย ได้แก่

1. คลื่นไส้: รู้สึกไม่สบายในท้อง อยากอาเจียน บางครั้งอาจมีอาการคล้ายเมารถ

2. อาเจียน: อาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการคลื่นไส้หรือไม่ก็ได้ บางคนอาเจียนเฉพาะตอนเช้า (Morning Sickness) แต่บางคนอาจมีอาการตลอดวัน

3. เวียนศีรษะ: รู้สึกโคลงเคลง หน้ามืด

4. เหม็นกลิ่น: ไวต่อกลิ่นต่างๆ มากขึ้น แม้แต่กลิ่นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็อาจทำให้คลื่นไส้ได้

5. อยากอาหารแปลก: มีความต้องการอาหารที่ไม่เคยกิน หรืออาหารที่ไม่เข้ากัน

6. เบื่ออาหาร: ไม่อยากอาหาร หรือรู้สึกว่าอาหารไม่มีรสชาติ

7. อ่อนเพลีย: รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีแรง

8. ท้องอืด: รู้สึกแน่นท้อง เหมือนอาหารไม่ย่อย

9. แสบร้อนกลางอก: อาการคล้ายกรดไหลย้อน

10. อารมณ์แปรปรวน: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย

 

ระดับความรุนแรงของอาการแพ้ท้อง

  • ระดับเล็กน้อย: มีอาการคลื่นไส้บ้าง แต่ยังสามารถรับประทานอาหารและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ระดับปานกลาง: มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนบ่อยขึ้น อาจส่งผลต่อการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง
  • ระดับรุนแรง (Hyperemesis Gravidarum): มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างรุนแรง ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ น้ำหนักลดมาก มีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์

อาการแพ้ท้องมักเริ่มประมาณสัปดาห์ที่ 4-6 ของการตั้งครรภ์ และมักจะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สอง (ประมาณสัปดาห์ที่ 12-14) ในคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจไม่มีอาการแพ้ท้องเลยก็ได้ ซึ่งถือว่าปกติ และถ้าหากคุณแม่มีอาการแพ้ท้องรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ทันทีค่ะ ดังนั้น อาการแพ้ท้องจึงมีความหลากหลาย ตั้งแต่คลื่นไส้เล็กน้อยไปจนถึงอาเจียนรุนแรง และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย การสังเกตอาการของตนเองและปรึกษาแพทย์เมื่อมีข้อสงสัยจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

 

แพ้ท้องอยากกินของแปลก …อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีอาการแพ้ท้อง

เมื่อมีอาการแพ้ท้อง คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่อาจกระตุ้นอาการให้แย่ลง หรือทำให้รู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้น ดังนี้

1. อาหารที่มีกลิ่นแรง: อาหารที่มีกลิ่นฉุน หรือกลิ่นแรง เช่น เครื่องเทศบางชนิด (เช่น กระเทียม หอมใหญ่), อาหารหมักดอง, ปลาเค็ม, ปลาร้า อาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย

2. อาหารมันและทอด: อาหารที่มีไขมันสูงย่อยยาก และอาจทำให้รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง และคลื่นไส้มากขึ้น

3. อาหารรสจัด: อาหารที่มีรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด หรือเค็มจัด อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารและทำให้รู้สึกไม่สบายตัว

4. อาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: อาหารเหล่านี้มักมีโซเดียม ผงชูรส และสารปรุงแต่งต่างๆ ในปริมาณสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวม

5. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน: ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ เพราะอาจกระตุ้นอาการคลื่นไส้และส่งผลต่อการนอนหลับ

6. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นอันตรายต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์

7. อาหารที่ไม่สะอาดหรือไม่สุก: อาหารเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียและส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์

8. อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส: ผักบางชนิด เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี ถั่ว หรือเครื่องดื่มที่มีโซดา อาจทำให้ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายตัว

 

แพ้ท้องอยากกินของแปลก …วิธีบรรเทาอาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องเป็นเรื่องปกติในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ แม้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ทันที แต่มีหลายวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการและทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวขึ้นได้ค่ะ

1. กินอาหารมื้อเล็กๆ บ่อยๆ: แทนที่จะทานมื้อใหญ่ 3 มื้อ ลองแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องว่างหรืออิ่มจนเกินไป ซึ่งอาจกระตุ้นอาการคลื่นไส้ได้

2. กินอาหารแห้งและจืด: อาหารแห้ง เช่น แครกเกอร์ ขนมปังกรอบ หรือซีเรียล อาจช่วยดูดซับกรดในกระเพาะอาหารและบรรเทาอาการคลื่นไส้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าก่อนลุกจากเตียง

3. กินอาหารเย็นหรืออุณหภูมิห้อง: อาหารร้อนมักมีกลิ่นแรงกว่าอาหารเย็น ซึ่งอาจกระตุ้นอาการคลื่นไส้ได้

4. ดื่มน้ำขิง: ขิงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียน สามารถดื่มน้ำขิงอุ่นๆ หรือทานขนมปังขิงได้ในปริมาณที่เหมาะสม

5. หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังกินอาหาร: ควรรออย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังทานอาหารก่อนเอนตัวลงนอน

6. พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยลดความอ่อนเพลียและอาจช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้

7. หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ: สังเกตว่ามีกลิ่น สถานที่ หรือกิจกรรมใดที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น

8. จิบน้ำบ่อยๆ: การจิบน้ำเปล่า น้ำผลไม้เจือจาง หรือน้ำซุปใสๆ บ่อยๆ ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำจากการอาเจียน

9. วิตามินบี 6: ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทานวิตามินบี 6 เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาเจียน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

10. ยาบรรเทาอาการแพ้ท้อง: หากอาการรุนแรงจนไม่สามารถทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาบรรเทาอาการแพ้ท้อง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่แนะนำให้ซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด

แพ้ท้องอยากกินของแปลก สาเหตุเพราะอะไร ?

แพ้ท้องอยากกินของแปลก สาเหตุเพราะอะไร ?

อาการแพ้ท้องเป็นสิ่งที่คู่กับการตั้งครรภ์ และมักมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในร่างกายของคุณแม่ นอกเหนือจากอาการคลื่นไส้และอ่อนเพลียแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความสงสัยและความแปลกใจไม่น้อยก็คือ ความอยากอาหารที่ผิดแผกไปจากเดิม หรือที่เรียกกันว่า “แพ้ท้องอยากกินของแปลก” ทำไมคุณแม่ถึงมีความต้องการอาหารที่ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลเหล่านี้? ตามมาดูกันค่ะว่ามีกลไกอะไรในร่างกายที่อยู่เบื้องหลังความอยากเหล่านี้

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (HCG): ระดับฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ที่สูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ส่งผลต่อการรับรสชาติและกลิ่น ทำให้คุณแม่อยากกินอาหารที่ไม่เคยชอบ หรืออยากจับคู่อาหารที่ไม่น่าจะเข้ากัน นอกจากนี้ยังอาจชอบดมกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สำหรับคนทั่วไป

2. ภาวะขาดสารอาหาร: ร่างกายของคุณแม่อาจขาดสารอาหารบางชนิด ทำให้สมองสั่งการให้เกิดความอยากอาหารเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่ขาดหายไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความอยากอาหารแปลกๆ

3. ภาวะ Pica Disorder: ความผิดปกติในการรับประทานอาหารที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้ที่ขาดธาตุเหล็ก ทำให้เกิดความอยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น น้ำแข็ง ทราย ขี้เถ้า ปูนปลาสเตอร์ ชอล์ก กากกาแฟ เบกกิ้งโซดา

4. ความต้องการฟอสเฟต: ร่างกายของคุณแม่ต้องการฟอสเฟตมากขึ้นเพื่อใช้ในการแบ่งเซลล์ในสารพันธุกรรม ซึ่งฟอสเฟตพบมากในดินและสบู่ จึงอาจเป็นสาเหตุให้คุณแม่อยากกินสิ่งเหล่านี้

ดังนั้น อาการแพ้ท้องอยากกินของแปลกจึงเป็นผลมาจากปัจจัยทางสรีรวิทยาและอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดสารอาหารบางชนิดในร่างกายของคุณแม่ค่ะ

 

เมื่อ “แพ้ท้องอยากกินของแปลก”…จะรับมืออย่างไรดี?

อาการ “แพ้ท้องอยากกินของแปลก” เป็นสิ่งที่เข้าใจได้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่าน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์เป็นอันดับแรก แม้ความอยากจะรุนแรงเพียงใด การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

แนวทางการจัดการกับความอยากอาหารแปลกๆ ในช่วงแพ้ท้อง

  • ประเมินคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัย: ก่อนที่จะตามใจความอยาก ลองพิจารณาว่าสิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่ หากเป็นสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร หรืออาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
  • หาอาหารที่มีรสชาติหรือลักษณะใกล้เคียง: หากความอยากนั้นเป็นรสชาติหรือสัมผัสที่เฉพาะเจาะจง ลองมองหาอาหารที่มีรสชาติหรือลักษณะคล้ายคลึงกันแต่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่า เช่น หากอยากกินของเปรี้ยวจัด อาจลองเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่สะอาดและมีวิตามินซีสูง
  • ให้ความสำคัญกับความสะอาดและปลอดภัย: อาหารทุกชนิดที่เลือกรับประทานควรสะอาด สดใหม่ และปรุงสุกอย่างถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ได้
  • ปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ: หากความอยากอาหารแปลกๆ นั้นรุนแรง ควบคุมได้ยาก หรือเป็นสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แพทย์อาจช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงของความอยากนั้น และให้คำแนะนำในการจัดการที่เหมาะสม รวมถึงการตรวจหาภาวะขาดสารอาหารหรือความผิดปกติอื่นๆ
  • เบี่ยงเบนความสนใจ: เมื่อเกิดความอยาก ลองหากิจกรรมอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ออกไปเดินเล่นเบาๆ หรือพูดคุยกับคนในครอบครัว
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ: การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนในแต่ละมื้อ อาจช่วยลดความอยากอาหารที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • ไม่เก็บอาหารที่ไม่ควรทานไว้ใกล้มือ: หากรู้ว่ามีแนวโน้มที่จะอยากทานสิ่งที่ไม่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ในบ้านหรือที่ที่เข้าถึงได้ง่าย

ความเข้าใจและการดูแลจากคนรอบข้างก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้คุณแม่รับมือกับอาการแพ้ท้องและความอยากอาหารแปลกๆ ได้อย่างเหมาะสม หากคุณแม่มีความกังวลใจหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับความอยากอาหารของตนเอง การขอคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแลครรภ์คุณแม่เป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

 

 

 

อ้างอิง

แพ้ท้อง คุณแม่ต้องพร้อมรับมือ, โรงพยาบาลกรุงเทพ https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/get-ready-for-morning-sickness

อาการแพ้ท้องกับคุณแม่ตั้งครรภ์…เรื่องกวนใจที่แก้ได้!!, โรงพยาบาลเปาโล https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details/สำหรับคุณเเม่ตั้งครรภ์/อาการแพ้ท้องกับคุณแม่ตั้งครรภ์…เรื่องกวนใจที่แก้ได้–

อาการแพ้ท้องแบ่งเป็น 3 ระดับ, โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ https://www.facebook.com/paolohealthcarespk/posts/อาการแพ้ท้อง-แบ่งเป็น-3-ระดับ-นะคะ-คนที่ตั้งครรภ์ส่วนมักจะมีอาการแพ้ท้องเมื่อตั้/1741666032778970/

อาการแพ้ท้อง วิธีรับมือกับอาการแพ้ท้องของคุณแม่, โรงพยาบาล MedPark https://www.medparkhospital.com/lifestyles/remedies-for-morning-sickness-during-pregnancy

ทำไมคนแพ้ท้อง…อยากกินอะไรแปลกๆ, Prime Fertility Center https://www.primefertilitycenter.com/blog-ทำไมคนแพ้ท้องอยากกินอ/

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

อภิญญา คำเอก

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ไขข้อข้องใจ แพ้ท้องอยากกินของแปลก เพราะอะไร ปกติหรือเปล่า?
แชร์ :
  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว