พฤติกรรมเสี่ยง ทำลายสมองทารกในครรภ์ แม่ท้องยังทำแบบนี้กันอยู่ไหม

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์โดยปกติ 40 สัปดาห์ เป็นช่วงที่คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพร่างกาย สุขภาพครรภ์ของตนเองอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารและโภชนาการ การออกกำลังกายรวมไปถึงการหยุดพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะทำลายพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะสมอง มาดูกันว่า 3 พฤติกรรมอันตรายที่เสี่ยงต่อการพัฒนาสมองทารกในครรภ์คืออะไร ติดตามอ่าน

พฤติกรรมเสี่ยง ทำลายสมองทารกในครรภ์

พฤติกรรมเสี่ยง ทำลายสมองทารกในครรภ์ มาดูกันค่ะว่าในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอะไรที่จะทำลายสมองของทารกในครรภ์บ้าง

พฤติกรรมที่ 1 : คนท้องขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสมองทารก

การขาดสารอาหารที่สำคัญต่อการพัฒนาสมองทารกในครรภ์หากขาดสารอาหารสำคัญเหล่านี้ส่งผลเสียอย่างยิ่ง  สารอาหารนั้นได้แก่  โปรตีน  โฟเลท  และไอโอดีน มาดูกันค่ะว่า ขาดสารอาหารเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

ขาดโปรตีน

พฤติกรรมเสี่ยง ทำลายสมองทารกในครรภ์

1. สำหรับแม่ท้องแล้ว  โปรตีนเป็นสารอาหารหลักสำหรับร่างกายในการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ของทารกในครรภ์  รวมไปถึงหลัง คลอดที่ร่างกายของแม่ท้องต้องนำไปสร้างน้ำนม  ช่วยเพิ่มปริมาตรเลือด สร้างน้ำย่อย  สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีนจึงจำเป็นต่อแม่ท้องและลูกน้อยตั้งแต่แรกปฎิสนธิจนถึงกำหนดคลอดเลยทีเดียว

2. คนท้องต้องการต้องการโปรตีนมากขึ้นเป็นสองเท่าจากปกติ แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญ คือ อาหารจากสัตว์ เช่น นม เนย เนื้อสัตว์ทุกชนิด ปลาและไข่ โปรตีนที่ได้จากพืช เช่น ถั่ว เป็นอาหารที่อาจใช้แทนได้ แต่โปรตีนจากพืชเป็นโปรตีนที่ไม่ครบถ้วนสำหรับความต้องการของร่างกาย ถ้าได้รับโปรตีนเพียงพอ

3. ถ้าแม่ตั้งครรภ์ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ก็จะเป็นเหตุให้ได้รับ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินบีรวมไม่เพียงพออีกด้วย การได้รับปริมาณโปรตีนไม่เพียงพอ  จะทำให้แม่ตั้งครรภ์มีอาการบวม (Nutrition edema) และทารกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง

อ่านต่อหน้าถัดไปได้เลยจ๊า

การตั้งครรภ์ ข้อควรระวังของการตั้งครรภ์​ เตรียมตัวเป็นแม่