นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับยืนยันตรงกันว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะต้องการการนอนหลับที่ยาวนานขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากภาระที่แบกรับไว้ในแต่ละวัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การกล่าวว่า “ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย” เป็นข้อเท็จจริงที่มีการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์
เราจะพาไปเจาะลึกว่าทำไมสมองและร่างกายของ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย พร้อมวิธีที่คุณแม่จะสามารถทวงคืนเวลานอนที่มีค่ากลับคืนมาค่ะ
สมองที่ทำงานหนักกว่า
ทฤษฎีแรกที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง มาจากศาสตราจารย์ Jim Horne อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการนอนหลับ (Sleep Research Center) แห่งมหาวิทยาลัย Loughborough ในอังกฤษ ซึ่งศึกษาเรื่องนี้ในกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงวัยกลางคนจำนวนกว่า 200 คน
1. สมองผู้หญิง Multi-tasking ที่ไม่เคยหยุดพัก
ศาสตราจารย์ Horne ชี้ว่า เนื่องจากผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะต้อง ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multi-tasking) และจัดการกับหลายสิ่งในคราวเดียวอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการใช้สมองส่วนที่รับผิดชอบการคิด การจัดการ และการประมวลผล (Cortex) ในปริมาณที่มากกว่าผู้ชาย
นักวิจัยจึงสรุปว่า กิจกรรมทางปัญญาที่เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้สมองของผู้หญิงมีความต้องการ เวลาในการพักฟื้นและซ่อมแซมตัวเองที่ยาวนานกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนหลับมากกว่าผู้ชาย เพื่อชดเชยการทำงานหนักของสมองในแต่ละวัน
2. ตัวเลขที่บอกความจริง 20 นาทีที่จำเป็น
จากการศึกษานี้พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงอาจต้องการเวลานอนหลับเพิ่มขึ้นราว 20 นาทีต่อคืน เมื่อเทียบกับผู้ชาย เพื่อให้สมองได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่จากความซับซ้อนของการใช้งานระหว่างวัน

ฮอร์โมนตัวแปรสำคัญ
อีกสาเหตุสำคัญคือ “การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับตลอดช่วงชีวิต และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย
ดร. Michelle Drerup ผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปกติของการนอนหลับจาก Cleveland Clinic อธิบายว่า ถึงแม้ผู้ใหญ่ทุกคนควรนอนหลับ 7-9 ชั่วโมง แต่ผู้หญิงมักมีปัญหาที่รบกวนการนอนมากกว่า จึงอาจต้องการนอนหลับนานขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยการนอนที่ถูกขัดจังหวะหรือคุณภาพต่ำ
3. วงจรชีวิตที่ผันผวน ตั้งแต่มีประจำเดือนถึงวัยหมดประจำเดือน
นาฬิกาชีวิต หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกช่วงวัยที่สำคัญ ซึ่งรบกวนการนอน
- วงจรประจำเดือน: อาการปวดประจำเดือนและฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปรบกวนการเข้าสู่การนอนหลับลึก
- การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและภาระในการดูแลทารก ทำให้การนอนหลับถูกขัดจังหวะอย่างรุนแรง
- วัยหมดประจำเดือน: การลดลงของฮอร์โมนทำให้หลับยากขึ้น นอนหลับลึกลดลง และมีอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อคุณภาพการนอนหลับมากที่สุด
4. ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเกี่ยวกับการนอน
นอกจากปัญหาคุณภาพการนอนที่มาจากฮอร์โมนแล้ว ผู้หญิงยังมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของการนอนหลับบางอย่างมากกว่าผู้ชาย เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS) และความเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่สูงขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน
จิตใจที่แบกรับความเครียด
ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า สุขภาพจิตและการนอนหลับมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และเป็นปัจจัยที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย
5. ความเสี่ยง Anxiety และ Depression ที่สูงกว่า
จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ซึ่งภาวะทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคนอนไม่หลับ เมื่อจิตใจต้องแบกรับความเครียดสูง การเข้าสู่สภาวะสงบเพื่อการนอนหลับจึงเป็นเรื่องยาก
6. บทบาทผู้ดูแล
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่ต้องตื่นกลางดึกเพื่อดูแลผู้อื่น ซึ่งนำไปสู่การนอนหลับที่ถูกแบ่งซอยเป็นช่วงสั้นๆ การนอนหลับที่ไม่มีความต่อเนื่องนี้มีคุณภาพต่ำกว่ามาก และทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้าสะสม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

วิธีทวงคืนเวลานอน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่
เมื่อทราบสาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย แล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ไข หากคุณแม่ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะพยายามนอนหลับแล้วก็ตาม ดร. Drerup มีคำแนะนำในการสร้างคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น
1. รู้จัก “จุดประเมินพลังงาน” ที่แท้จริง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินว่าคุณนอนพอหรือไม่ ให้ประเมินความรู้สึกในช่วงก่อนอาหารกลางวัน หากรู้สึกอ่อนเพลียอย่างหนักก่อนเที่ยง นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าคุณต้องการการพักผ่อนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เคล็ดลับสุขอนามัยการนอนหลับ (Sleep Hygiene) ที่ต้องทำ
เพื่อให้ร่างกายและสมองของคุณแม่ได้เข้าสู่โหมดพักฟื้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
|
คำแนะนำ
|
วิธีการ
|
| กำหนดเวลานอนให้คงที่ |
พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เพื่อปรับนาฬิกาชีวิต |
| สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม |
ห้องนอนควร มืด เย็น และไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
| จำกัดเครื่องกระตุ้น |
งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ในช่วงบ่ายและเย็น |
| ออกกำลังกาย |
ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเช้า เพื่อช่วยปรับจังหวะนาฬิกาชีวิต |
| จัดการสุขภาพจิต |
ลองใช้วิธี เขียนบันทึก หรือ การทำสมาธิ ก่อนนอน |
| งีบหลับอย่างมีกลยุทธ์ |
ควรงีบแบบสั้นๆ เพียง 10 ถึง 20 นาทีเท่านั้น |
3. อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณแม่ทำทุกอย่างแล้ว แต่ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ การนอนหลับที่มีคุณภาพคือองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพที่ดีโดยรวม
ให้ความสำคัญกับการนอนหลับเท่ากับการดูแลครอบครัว
คุณแม่คะ! การดูแลสุขภาพของตัวเองคือการดูแลครอบครัวในทางอ้อม เมื่อคุณแม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ คุณแม่จะมีพลังงาน สติปัญญา และความอดทนในการเป็นแม่และภรรยาที่ยอดเยี่ยมได้เต็มที่
ความต้องการการนอนหลับที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจ แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และชีววิทยาที่ซับซ้อน ถึงเวลาที่จะให้รางวัลกับสมองนักสู้ของคุณด้วยการพักผ่อนที่คู่ควรแล้วค่ะ!
ที่มา: clevelandclinic.org , Sociaty
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
งานวิจัยยืนยัน ผู้หญิงยิ่งชอปปิง ยิ่งคลายเครียด รู้สึกมีอำนาจ มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ
วิจัยเผย! สาวก้นใหญ่ จะมีลูกฉลาด เพราะไขมันที่ก้นแม่ คือคลังสมองของลูก
พิสูจน์มาแล้ว ลูกฉลาด ได้มาจากสติปัญญาแม่มากกว่าพ่อ!
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!