TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

บทความ 5 นาที
วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ผู้หญิงอาจต้องนอนเพิ่ม 20 นาทีเพื่อฟื้นฟูสมอง

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับยืนยันตรงกันว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะต้องการการนอนหลับที่ยาวนานขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากภาระที่แบกรับไว้ในแต่ละวัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การกล่าวว่า “ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย” เป็นข้อเท็จจริงที่มีการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์

เราจะพาไปเจาะลึกว่าทำไมสมองและร่างกายของ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย พร้อมวิธีที่คุณแม่จะสามารถทวงคืนเวลานอนที่มีค่ากลับคืนมาค่ะ

สมองที่ทำงานหนักกว่า

ทฤษฎีแรกที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง มาจากศาสตราจารย์ Jim Horne อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการนอนหลับ (Sleep Research Center) แห่งมหาวิทยาลัย Loughborough ในอังกฤษ ซึ่งศึกษาเรื่องนี้ในกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงวัยกลางคนจำนวนกว่า 200 คน

1. สมองผู้หญิง Multi-tasking ที่ไม่เคยหยุดพัก

ศาสตราจารย์ Horne ชี้ว่า เนื่องจากผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะต้อง ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multi-tasking) และจัดการกับหลายสิ่งในคราวเดียวอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการใช้สมองส่วนที่รับผิดชอบการคิด การจัดการ และการประมวลผล (Cortex) ในปริมาณที่มากกว่าผู้ชาย

นักวิจัยจึงสรุปว่า กิจกรรมทางปัญญาที่เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้สมองของผู้หญิงมีความต้องการ เวลาในการพักฟื้นและซ่อมแซมตัวเองที่ยาวนานกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนหลับมากกว่าผู้ชาย เพื่อชดเชยการทำงานหนักของสมองในแต่ละวัน

2. ตัวเลขที่บอกความจริง 20 นาทีที่จำเป็น

จากการศึกษานี้พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงอาจต้องการเวลานอนหลับเพิ่มขึ้นราว 20 นาทีต่อคืน เมื่อเทียบกับผู้ชาย เพื่อให้สมองได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่จากความซับซ้อนของการใช้งานระหว่างวัน

 

ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

ฮอร์โมนตัวแปรสำคัญ

อีกสาเหตุสำคัญคือ “การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับตลอดช่วงชีวิต และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

ดร. Michelle Drerup ผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปกติของการนอนหลับจาก Cleveland Clinic อธิบายว่า ถึงแม้ผู้ใหญ่ทุกคนควรนอนหลับ 7-9 ชั่วโมง แต่ผู้หญิงมักมีปัญหาที่รบกวนการนอนมากกว่า จึงอาจต้องการนอนหลับนานขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยการนอนที่ถูกขัดจังหวะหรือคุณภาพต่ำ

3. วงจรชีวิตที่ผันผวน ตั้งแต่มีประจำเดือนถึงวัยหมดประจำเดือน

นาฬิกาชีวิต หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกช่วงวัยที่สำคัญ ซึ่งรบกวนการนอน 

  • วงจรประจำเดือน: อาการปวดประจำเดือนและฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปรบกวนการเข้าสู่การนอนหลับลึก
  • การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและภาระในการดูแลทารก ทำให้การนอนหลับถูกขัดจังหวะอย่างรุนแรง
  • วัยหมดประจำเดือน: การลดลงของฮอร์โมนทำให้หลับยากขึ้น นอนหลับลึกลดลง และมีอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อคุณภาพการนอนหลับมากที่สุด

4. ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเกี่ยวกับการนอน

นอกจากปัญหาคุณภาพการนอนที่มาจากฮอร์โมนแล้ว ผู้หญิงยังมีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของการนอนหลับบางอย่างมากกว่าผู้ชาย เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS) และความเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ที่สูงขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน 

 

จิตใจที่แบกรับความเครียด

ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า สุขภาพจิตและการนอนหลับมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และเป็นปัจจัยที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

5. ความเสี่ยง Anxiety และ Depression ที่สูงกว่า

จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ซึ่งภาวะทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคนอนไม่หลับ เมื่อจิตใจต้องแบกรับความเครียดสูง การเข้าสู่สภาวะสงบเพื่อการนอนหลับจึงเป็นเรื่องยาก 

6. บทบาทผู้ดูแล

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่ต้องตื่นกลางดึกเพื่อดูแลผู้อื่น ซึ่งนำไปสู่การนอนหลับที่ถูกแบ่งซอยเป็นช่วงสั้นๆ  การนอนหลับที่ไม่มีความต่อเนื่องนี้มีคุณภาพต่ำกว่ามาก และทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้าสะสม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

 

ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย

 

วิธีทวงคืนเวลานอน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่

เมื่อทราบสาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย แล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ไข หากคุณแม่ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะพยายามนอนหลับแล้วก็ตาม ดร. Drerup มีคำแนะนำในการสร้างคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น

1. รู้จัก “จุดประเมินพลังงาน” ที่แท้จริง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินว่าคุณนอนพอหรือไม่ ให้ประเมินความรู้สึกในช่วงก่อนอาหารกลางวัน หากรู้สึกอ่อนเพลียอย่างหนักก่อนเที่ยง นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าคุณต้องการการพักผ่อนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. เคล็ดลับสุขอนามัยการนอนหลับ (Sleep Hygiene) ที่ต้องทำ

เพื่อให้ร่างกายและสมองของคุณแม่ได้เข้าสู่โหมดพักฟื้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้

คำแนะนำ

วิธีการ

กำหนดเวลานอนให้คงที่ พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เพื่อปรับนาฬิกาชีวิต
สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ห้องนอนควร มืด เย็น และไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
จำกัดเครื่องกระตุ้น งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ในช่วงบ่ายและเย็น
ออกกำลังกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเช้า เพื่อช่วยปรับจังหวะนาฬิกาชีวิต
จัดการสุขภาพจิต ลองใช้วิธี เขียนบันทึก หรือ การทำสมาธิ ก่อนนอน
งีบหลับอย่างมีกลยุทธ์ ควรงีบแบบสั้นๆ เพียง 10 ถึง 20 นาทีเท่านั้น

 

 3. อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณแม่ทำทุกอย่างแล้ว แต่ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ การนอนหลับที่มีคุณภาพคือองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพที่ดีโดยรวม

 

ให้ความสำคัญกับการนอนหลับเท่ากับการดูแลครอบครัว

คุณแม่คะ! การดูแลสุขภาพของตัวเองคือการดูแลครอบครัวในทางอ้อม เมื่อคุณแม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ คุณแม่จะมีพลังงาน สติปัญญา และความอดทนในการเป็นแม่และภรรยาที่ยอดเยี่ยมได้เต็มที่

ความต้องการการนอนหลับที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจ แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และชีววิทยาที่ซับซ้อน ถึงเวลาที่จะให้รางวัลกับสมองนักสู้ของคุณด้วยการพักผ่อนที่คู่ควรแล้วค่ะ!

 

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

ที่มา: clevelandclinic.org , Sociaty

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งานวิจัยยืนยัน ผู้หญิงยิ่งชอปปิง ยิ่งคลายเครียด รู้สึกมีอำนาจ มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ

วิจัยเผย! สาวก้นใหญ่ จะมีลูกฉลาด เพราะไขมันที่ก้นแม่ คือคลังสมองของลูก

พิสูจน์มาแล้ว ลูกฉลาด ได้มาจากสติปัญญาแม่มากกว่าพ่อ!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า
แชร์ :
  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • 7 สิ่งที่ลูกมักได้จากพ่อ พันธุกรรมนี้พ่อให้มาล้วนๆ เช็กเลย!

    7 สิ่งที่ลูกมักได้จากพ่อ พันธุกรรมนี้พ่อให้มาล้วนๆ เช็กเลย!

  • เด็กยุค AI ฉลาด...แต่ รับมือโลกจริงไหวไหม? หมอแนะวิธีเลี้ยงลูกให้แกร่ง

    เด็กยุค AI ฉลาด...แต่ รับมือโลกจริงไหวไหม? หมอแนะวิธีเลี้ยงลูกให้แกร่ง

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • 7 สิ่งที่ลูกมักได้จากพ่อ พันธุกรรมนี้พ่อให้มาล้วนๆ เช็กเลย!

    7 สิ่งที่ลูกมักได้จากพ่อ พันธุกรรมนี้พ่อให้มาล้วนๆ เช็กเลย!

  • เด็กยุค AI ฉลาด...แต่ รับมือโลกจริงไหวไหม? หมอแนะวิธีเลี้ยงลูกให้แกร่ง

    เด็กยุค AI ฉลาด...แต่ รับมือโลกจริงไหวไหม? หมอแนะวิธีเลี้ยงลูกให้แกร่ง

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว