TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย ลูกแค่นอนหลับหรือเข้าขั้นวิกฤต

บทความ 5 นาที
ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย ลูกแค่นอนหลับหรือเข้าขั้นวิกฤต

ในช่วงตั้งครรภ์ หนึ่งในสัญญาณที่สำคัญของการตรวจสอบสุขภาพของทารกในครรภ์คือการเคลื่อนไหวหรือการดิ้นของลูกน้อย การดิ้นของทารกในครรภ์เป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถสังเกตได้ แต่ในบางครั้ง การดิ้นที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของทารกหรือภาวะครรภ์ที่ต้องเฝ้าระวัง วันนี้เรามาศึกษาเกี่ยวกับ ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย ไปพร้อมกัน 

 

ทำไมทารกในครรภ์ถึงดิ้น

ทารกในครรภ์ดิ้นเนื่องจากการพัฒนาของกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ การดิ้นของทารกเป็นสัญญาณของการเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดี ทารกเริ่มดิ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยการดิ้นของทารกในครรภ์สามารถอธิบายได้จากหลายประการดังนี้

  • การพัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาท

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะเริ่มพัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาท การดิ้นของทารกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ ทารกจะเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การยืดเหยียดแขนขา การหมุนตัว หรือการเปลี่ยนท่าทาง การฝึกฝนการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทของทารกพัฒนาได้ดีขึ้น

  • การตอบสนองต่อสิ่งเร้า

ทารกในครรภ์สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เสียง แสง และการสัมผัสจากแม่ เมื่อแม่พูดคุยหรือสัมผัสหน้าท้อง ทารกอาจตอบสนองด้วยการดิ้นเพื่อแสดงความรู้สึกหรือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเหล่านั้น

  • การค้นหาท่าทางที่สบาย

มดลูกเป็นพื้นที่ที่จำกัดและการเติบโตของทารกทำให้ทารกต้องเปลี่ยนท่าทางบ่อยครั้งเพื่อหาตำแหน่งที่สบาย การดิ้นเป็นวิธีหนึ่งที่ทารกใช้ในการปรับท่าทางและค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสม

  • การตอบสนองต่อระดับน้ำตาลในเลือดของแม่

ระดับน้ำตาลในเลือดของแม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของทารก หลังจากที่แม่ทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ทารกดิ้นมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดทำให้ทารกได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นและทำให้มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น

  • การตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมในมดลูก

ทารกอาจดิ้นเพื่อปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อมในมดลูก เช่น อุณหภูมิ ความดัน และระดับน้ำคร่ำ การเคลื่อนไหวช่วยให้ทารกรู้สึกสบายและสามารถปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อมได้ดีขึ้น

บทความที่น่าสนใจ: 7 อาการคนท้อง ตั้งครรภ์ไตรมาสสอง ต้องระวัง อาการแบบไหนเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ

 

ทำไมทารกในครรภ์ถึงดิ้น

 

ลูกในครรภ์ เริ่มดิ้นตอนไหน

การดิ้นของลูกในครรภ์เป็นการเคลื่อนไหวที่มีความสำคัญสำหรับการติดตามสุขภาพและการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ ลูกจะเริ่มแสดงการดิ้นอย่างเป็นระยะเวลาหลังจากที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อของลูกเริ่มพัฒนาและเจริญเติบโตพอสมควร โดยทั่วไปแล้วเริ่มเรียนรู้ถึงการดิ้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ การดิ้นนี้เป็นสัญญาณที่ช่วยให้แม่สามารถรับรู้ถึงความเจริญเติบโตและสุขภาพของลูกได้ง่ายขึ้น

การดิ้นของลูกสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ การดิ้นที่มีลักษณะเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับกิจกรรมของแม่ เช่น เมื่อแม่กินอาหารหรือเคลื่อนไหว ลูกอาจเคลื่อนไหวตามไปด้วย และการดิ้นที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุจากกิจกรรมของแม่ อาจเป็นเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเองของลูก การดิ้นนี้สามารถช่วยในการติดตามสุขภาพของลูกและสามารถเชื่อมโยงกับการประเมินภาวะสุขภาพของทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความถี่และลักษณะของการดิ้นของลูกในครรภ์จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลและสภาพภายในครรภ์ มันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของวัน และสภาพอื่นๆ เช่น การหลับหรือตื่น การเคลื่อนไหวของแม่ หรือแม้แต่สภาวะอารมณ์ของแม่เองก็สามารถมีผลต่อการดิ้นของลูกในครรภ์ได้ด้วย

 

ทารกในครรภ์ดิ้นช่วงเวลาไหนบ้าง

คุณแม่ควรสังเกตการดิ้นของทารกเป็นประจำ โดยทั่วไปแล้ว ทารกควรดิ้นอย่างน้อย 10 ครั้ง ใน 2 ชั่วโมง หากรู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยลง ควรนอนตะแคงซ้าย จับเวลา 2 ชั่วโมง นับจำนวนครั้งที่ทารกดิ้น หากทารกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้ง ควรไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ปกติแล้วทารกในครรภ์สามารถดิ้นได้ตลอดทั้งวัน โดยช่วงเวลาที่มักดิ้นบ่อย คือ

  • หลังทานอาหาร: ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารมื้อเย็น เพราะน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ทารกมีพลังงาน
  • ก่อนนอน: ช่วงเวลานี้ทารกจะรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายของคุณแม่สงบ ทารกจึงมีพื้นที่ขยับตัวได้มากกว่า
  • ตอนอาบน้ำอุ่น: น้ำอุ่นจะช่วยให้ทารกรู้สึกผ่อนคลาย
  • ตอนฟังเพลง: เสียงเพลงบางประเภท เช่น เพลงคลาสสิก mozart อาจกระตุ้นให้ทารกดิ้นได้

อย่างไรก็ตามการดิ้นของทารกในครรภ์นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุครรภ์ กิจวัตรประจำวันของแม่ อารมณ์ของแม่ ท่าทางของแม่ ฯลฯ

 

ทารกในครรภ์ดิ้นช่วงเวลาไหนบ้าง

 

วิธีการนับลูกดิ้น

การนับลูกดิ้นเป็นกระบวนการที่ใช้ในการติดตามความสมบูรณ์และสุขภาพของทารกในครรภ์ การที่ทารกมีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอและมีความเข้มของการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีว่าทารกมีสุขภาพดีอยู่ในครรภ์ โดยวิธีการนับลูกดิ้นที่ใช้กันทั่วไปมีหลายวิธีดังนี้

  • การนับจำนวนครั้งที่ทารกเคลื่อนไหว: ในช่วงเวลาที่ทารกมักมีการเตะหรือเคลื่อนไหวมากที่สุด เช่น เช้าและกลางคืน คุณสามารถนับจำนวนครั้งที่ทารกเคลื่อนไหวในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนไหวเพียงพอต่อปกติหรือไม่
  • การนับเวลาที่ทารกเคลื่อนไหว: นับเวลาที่ทารกมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เช่น นับเวลาที่เคลื่อนไหวภายในชั่วโมงหนึ่งหรือสองชั่วโมง เพื่อตรวจสอบว่าทารกมีความเข้มของการเคลื่อนไหวในระยะเวลาที่กำหนด
  • การใช้เครื่องมือบันทึกลูกดิ้น: มีเครื่องมือทางการแพทย์หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยในการบันทึกลูกดิ้นของทารก เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยในการบันทึกข้อมูลเคลื่อนไหวของทารกได้ตลอดเวลา

การนับลูกดิ้นเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการติดตามสุขภาพของทารกในครรภ์ แต่หากคุณมีคำถามหรือความกังวลใด ๆ เกี่ยวกับลูกดิ้นหรือสุขภาพของทารก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการประเมินเพิ่มเติมและคำแนะนำที่เหมาะสม

บทความที่น่าสนใจ: 11 สิ่งที่แม่ท้องต้องรู้ น้ำหนักตอนท้อง แท้งคุกคาม วิธีเร่งคลอด โดยคุณหมอสูติ

 

ลูกในครรภ์ดิ้นแบบไหนคือปกติ

การดิ้นของลูกในครรภ์มีหลายรูปแบบซึ่งถือว่าเป็นปกติ แต่ละครรภ์และลูกน้อยอาจมีลักษณะการดิ้นที่ไม่เหมือนกันไปตามเวลาและการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ด้วย ซึ่งลูกจะมีการดิ้นบ่อยขึ้นเมื่ออายุของลูกในครรภ์เพิ่มขึ้น โดยการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ที่ปกติ จะมีลักษณะดังนี้

อายุครรภ์ 18-20 สัปดาห์

  • รู้สึกเหมือนมีการกระพือปีก หรือสะอึก
  • รู้สึกได้เบาๆ

อายุครรภ์ 20-24 สัปดาห์

  • รู้สึกถึงการดิ้น เหยียด แขน ขา ชัดเจนขึ้น
  • อาจจะรู้สึกถึงการสะกิด กลิ้ง หรือ หมุนตัว

อายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์

  • รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่รุนแรงขึ้น
  • ทารกอาจจะเปลี่ยนท่าทางบ่อย
  • คุณแม่บางรายอาจจะรู้สึกไม่สบายท้องจากการดิ้นของทารก

อายุครรภ์ 28-36 สัปดาห์

  • ลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับช่วงก่อนหน้า แต่รุนแรงขึ้น
  • ทารกอาจจะดิ้นน้อยลงในบางช่วงเวลา

อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไป

  • ทารกมีพื้นที่น้อยลงในครรภ์
  • การเคลื่อนไหวอาจจะช้าลง แรงน้อยลง
  • แต่ยังคงรู้สึกถึงการดิ้นได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ คุณแม่ควรสังเกตการดิ้นของทารกเป็นประจำ โดยทั่วไปแล้ว ทารกควรดิ้นอย่างน้อย 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง หากรู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยลง หรือเคลื่อนไหวผิดปกติ ควรนอนตะแคงซ้าย นิ่ง ๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง และนับการดิ้น หากยังรู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยลง หรือ เคลื่อนไหวผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที

 

ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย

 

ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย

การที่ลูกดิ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าลูกในครรภ์มีสุขภาพดีและกำลังเจริญเติบโต การดิ้นของลูกจะเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนในช่วงกลางของการตั้งครรภ์ ประมาณ 18-25 สัปดาห์ โดยทั่วไปการดิ้นของลูกจะมีรูปแบบและความถี่ที่คงที่ในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ควรให้ความสำคัญและปรึกษาแพทย์ โดยสัญญาณการดิ้นที่อาจบ่งบอกถึงปัญหา มีดังต่อไปนี้

ลูกดิ้นน้อยลง

  • ปกติแล้วลูกในครรภ์จะดิ้นเป็นประจำทุกวัน การดิ้นที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดอาจบ่งบอกถึงปัญหาที่ต้องได้รับการตรวจสอบ
  • แนะนำให้คุณแม่ลองนับจำนวนครั้งที่ลูกดิ้นในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง โดยทั่วไปควรจะรู้สึกการดิ้นอย่างน้อย 10 ครั้ง ถ้าพบว่ามีการดิ้นน้อยกว่านั้น ควรติดต่อแพทย์ทันที

ไม่มีการดิ้นเลย

  • หากไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นเลยในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง ควรลองเปลี่ยนท่านอนหรือดื่มน้ำเย็นเพื่อกระตุ้นการดิ้น ถ้ายังไม่มีการตอบสนอง ควรรีบไปพบแพทย์

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

  • ถ้าการดิ้นของลูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่น การดิ้นแรงมากผิดปกติหรือการดิ้นที่มีลักษณะไม่สม่ำเสมอ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจสอบ

หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับการดิ้นของลูก ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลทันที เพื่อรับคำแนะนำและการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม อย่าละเลยหรือรอให้เวลาผ่านไป เนื่องจากการดูแลและการติดตามสุขภาพของลูกในครรภ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการตั้งครรภ์

 

ที่มา: toplinemd.com, news-medical.net, s-momclub.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน นับลูกดิ้นยังไง การดิ้นของลูกน้อยในครรภ์ เรื่องสำคัญที่แม่ต้องรู้

ฟีเจอร์ นับลูกดิ้น กับ theAsianparent เว็บไซต์แม่และเด็กที่ดีอันดับหนึ่ง

ทำไมต้องนับลูกดิ้น ความสำคัญของการนับลูกดิ้นที่แม่ท้องทุกคนควรรู้!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

Siriluck Chanakit

  • หน้าแรก
  • /
  • ไตรมาส 2
  • /
  • ลูกดิ้นแบบไหนอันตราย ลูกแค่นอนหลับหรือเข้าขั้นวิกฤต
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

    นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

    นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว