TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เคล็ดลับเสริมสร้างพลังสมองลูกให้ฉลาด

บทความ 5 นาที
เคล็ดลับเสริมสร้างพลังสมองลูกให้ฉลาด

เมื่อเจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก คุณแม่รู้ไหมมีวิธีการมากมายที่สามารถ เสริมสร้างพลังสมองลูก เลี้ยงลูกให้ฉลาด ด้วยเทคนิค A-Z ที่จดจำง่ายและไม่ควรพลาด

เคล็ดลับ เสริมสร้างพลังสมองลูก ให้ฉลาด

A – Attention

การให้ความรักความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงดูมีผลต่อการเรียนรู้ของทารกมากที่สุด และวิธีการที่ดีที่สุดในการพัฒนาสมองลูกรักคือการตอบสนองทารก ทำให้เจ้าตัวน้อยรู้ว่า เมื่อเขาร้อง คุณจะปลอบโยนเขา เมื่อเขาพร้อมที่จะเล่น คุณก็จะเล่นกับเขา

B – Breast Milk

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยบราวน์พบว่า เด็กที่กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 3 เดือนมีพื้นที่สมองที่เต็มไปด้วยเยื่อไมอิลิน (myelin) มากขึ้น 20-30% ซึ่งเยื่อไมอิลินนี้มีความสำคัญในการช่วยให้สมองส่งสัญญาณประสาทได้เร็วขึ้น

C – Calming

การทำให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัยเป็นการทำให้สมองสงบ เมื่อเจ้าตัวน้อยร้องไห้และคุณเข้าไปอุ้มเขา สัมผัสของคุณ และการตอบสนองอย่างอ่อนโยนช่วยให้ระบบประสาทของลูกผ่อนคลาย และป้องกันฮอร์โมนคอร์ติซอลอันเป็นสาเหตุของความเครียดไม่ให้เข้ามาขัดขวางพัฒนาการของลูก

D – Doubling

ขนาดสมองของทารกสามารถขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าภายในขวบปีแรก ในขณะที่พื้นที่ด้านหลังของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการประสานของอวัยวะและการทรงตัวขยายเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า ซึ่งเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับทักษะการเคลื่อนไหวของทารกในขวบปีแรก

E – Eye Contact

วางโทรศัพท์มือถือของคุณลงและจ้องเข้าไปในตาคู่น้อยของลูก เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ความรู้สึกกับเจ้าต้วน้อย การสบตากับทารกจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ภาษาและเข้าใจโลกรอบตัวได้ดีขึ้น

บทความแนะนำ พ่อแม่ติดมือถือ กระทบพัฒนาการลูกแค่ไหน

F – Focus

เมื่อลูกน้อยสำรวจของเล่นหรือหนังสือ นั่นคือช่วงเวลาที่ลูกกำลังเรียนรู้ ในช่วงวัย 3 เดือน การโฟกัสกับวัตถุเป็นเวลา 10-15 นาทีนั้นเทียบได้กับผู้ใหญ่ตั้งใจอ่านหนังสือเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

G – Grouping

ทารกจะเริ่มจัดกลุ่ม แยกแยะจำนวนและรูปร่างที่แตกต่างกันได้เมื่ออายุ 11 เดือน แม้จะไม่ใช่นักคณิตศาสตร์ตัวน้อย แต่เขารู้จักจำนวนมาก-น้อย สามารถแยกบล็อกตามสีหรือขนาดได้

H – Hearing

ทารกจำเสียงคุณแม่ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เขารับรู้ได้ว่าเสียงคุณแม่แบบนี้มีความสุขหรือกำลังเศร้า งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า แม้ในยามที่เจ้าตัวน้อยกำลังหลับ ระดับฮอร์โมนความเครียดของทารกเพิ่มขึ้น เมื่อได้ยินผู้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

I – Iron

ทารกต้องการธาตุเหล็กในการสร้างเม็ดเลือดแดงเพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมองและเซลล์ทั่วร่างกาย สำหรับทารกที่ทานนมแม่ คุณแม่ควรได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ โดยทานยาเสริมธาตุเหล็กตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนถึง 6 เดือนหลังคลอด และในทารกอายุ 7-12 เดือน ควรได้รับธาตุเหล็ก 11 mg จากอาหารเพิ่มเติม

J – Jiggle

จับเจ้าตัวน้อยนั่งตักแล้วโยกเบาๆ เป็นการกระตุ้นสมองทารกให้ปล่อยฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตออกมา จากการศึกษาทารกคลอดก่อนกำหนดที่ได้รับการโยกเบาๆ และยืดแขนยืดขาเพียง 15 นาทีวันละ 3 ครั้ง สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น ตื่นตัวมากขึ้น และควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีกว่าทารกที่ได้รับการสัมผัสน้อยกว่า

K – Kicking

ทารกสื่อสารกับคุณด้วยภาษากาย เช่น เมื่อคุณทำหน้าตลกๆ ที่ลูกชอบ แล้วหยุดทำ เจ้าตัวน้อยอาจจะเตะหรือตีคุณ เพื่อเป็นการบอกว่า อย่าเพิ่งหยุดซิคุณแม่ การกระทำของลูกเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพราะมันคือปฏิกริยาสะท้อนกลับจากการที่ทารกพยายามจะสื่อสารนั่นเอง

L – Looking

ทารกเริ่มเรียนรู้ด้วยการมองราวสัปดาห์ที่ 6 งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาพบว่า ทารกมองวัตถุใหม่ได้ได้นานขึ้นเมื่อเห็นสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก จากนั้นจะค่อยๆ ลดความสนใจลงเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับสิ่งนั้น อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งเปลี่ยนของเล่นหรือหนังสือเล่มใหม่เร็วเกินไป เพราะงานวิจัยพบว่า ทารกที่ไม่ได้ใช้เวลากับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างเพียงพอก็จะไม่เข้าใจสิ่งนั้นเช่นกัน

บทความแนะนำ โมบายล์สีขาวดำดีต่อพัฒนาการมองเห็นของลูก

M – Music

งานวิจัยจากแคนาดาพบว่า การที่คุณแม่และลูกน้อยวัย 1 ขวบได้เข้าคลาสเรียนดนตรีร่วมกัน ได้สัมผัสเครื่องดนตรีและร้องเพลงกับเจ้าตัวน้อยช่วยให้ลูกอารมณ์ดี มีพัฒนาการด้านการสื่อสารที่ดีขึ้น และแสดงการตอบสนองของสมองต่อเสียงดนตรีที่ซับซ้อนขึ้นมากกว่าการฟังเพลงทั่วไป

N – Nurture

พันธุกรรมและการเลี้ยงดูมีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก แม้ว่าพันธุกรรมจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่คุณสามารถให้การเลี้ยงดูที่ดีได้ คุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและได้รับประสบการณ์การเลี้ยงดูที่ดีจะส่งผลไปยังสมองของเด็ก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกในระยะยาว

O – Feeling Overwhelmed

ทารกมีระดับความอดทนต่อสิ่งเร้าต่างกัน เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ หากเจ้าตัวน้อยเริ่มร้องไห้ ทิ้งตัว ไม่สบตา ลองให้ลูกเล่นของเล่นที่ง่ายขึ้น ปิดเสียงเพลง หรือพาลูกออกจากที่มีเสียงดัง เมื่อระบบประสาทของลูกรู้สึกท่วมท้นจนรับไม่ไหว คุณจำเป็นต้องหาวิธีทำให้สมองของลูกผ่อนคลาย

บทความแนะนำ วิธีสังเกตเมื่อลูกงอแอ เพราะถูกกระตุ้นมากเกินไป

P – Peekaboo

การเล่นจ๊ะเอ๋เป็นวิธีที่ดีมากในการสอนเจ้าตัวน้อยเกี่ยวกับการคงอยู่ของวัตถุ แม้จะไม่เห็นสิ่งนั้นในสายตาก็ตาม เจ้าตัวน้อยจะได้เรียนรู้ว่า แม่ยังอยู่แม้ว่าเขาจะไม่เห็นหน้าของแม่ก็ตาม

Q – Quiet Time

คุณทราบดีว่า เวลาอยู่ในห้องที่มีเสียงดัง หรือได้ยินเสียงทีวีอยู่ตลอดเวลา สมองจะไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เด็กก็เช่นกัน ดังนั้น จึงควรให้ลูกอยู่ในที่ที่เงียบสงบ

R – Repetition

การทำซ้ำๆ ช่วยให้ทารกเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งเบื่อหากเจ้าตัวน้อยขอให้คุณอ่านนิทานเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อคุณเล่านิทานจนลูกจำได้ เขาจะรู้สึกภูมิใจที่สามารถเดาได้ว่าเรื่องราวในหน้าต่อไปจะเป็นอย่างไร

S – Synapses

เด็กแรกเกิดถึง 3 ปี การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกว่าไซแนปส์พัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าช่วงอื่นๆ ของชีวิต ยิ่งเซลล์ประสาทถูกใช้งานมาก สมองของลูกก็ยิ่งแข็งแรงมากขึ้น

T -Tummy Time

การนอนคว่ำในขณะที่ลูกตื่น เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของทารก เจ้าตัวน้อยจะได้ฝึกชันคอ ยกศีรษะ กลิ้งตัว และฝึกนั่ง ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมองจากการมองเห็นโลกในอีกมุมมองหนึ่ง รู้จักในเรื่องของมิติสัมพันธ์และพัฒนาความสามารถในการรู้จักสถานที่ที่สัมพันธ์กับวัตถุและผู้คน

U – Understanding

แม้แต่ทารกวัย 8 เดือนก็สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ เมื่อลูกเจอคนแปลกหน้า เขาจะสังเกตความรู้สึกทางสีหน้าของคุณแม่ เพื่อประเมินว่าคนๆ นั้นเป็นมิตรหรือเปล่า ถ้าคุณแม่ดูเป็นกังวล ลูกก็จะไม่มีความสุขเช่นกัน แต่ถ้าคุณแม่ผ่อนคลาย ลูกก็จะผ่อนคลายเช่นกัน

V –Being Verbal

ยิ่งคุณคุยกับลูกมากเท่าไหร่ยิ่งดี การได้รู้จักคำเยอะๆ จะช่วยปูทางสำหรับการเรียนรู้ที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมใดๆ ร่วมกับลูกในแต่ละวันก็ให้พูด คุย เล่าให้ลูกฟังไปพร้อมๆ กัน

W – Baby’s Words

ทารกส่วนใหญ่สามารถพูด 2-3 คำง่ายๆ เช่น มามา ปาปา เมื่ออายุได้ 12 เดือน และเมื่อเจ้าตัวน้อยอายุ 18 เดือน คำศัพท์ของลูกควรมีประมาณ 50 คำ เมื่อลูกพูดคุณแม่ควรตอบสนองเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดมากยิ่งขึ้น

บทความแนะนำ 7 ปัจจัยที่สำคัญต่อพัฒนาการด้านภาษาของทารก

X – Xs

แสดงความรักกับเจ้าตัวน้อยให้มากที่สุด การจูบ กอด ยิ้มให้ลูก เป็นอาหารสมองชั้นยอดของลูกเลยล่ะ เพราะคุณกำลังทำให้เขารู้สึกปลอดภัย เป็นที่รัก และพร้อมที่จะเรียนรู้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ

Y – You

เมื่อลูกอายุ 12 เดือน ลูกจะเริ่มสื่อสารด้วยการชี้ คุณคือคนที่จะตอบและอธิบายให้ลูกรู้จักและเข้าใจสิ่งนั้นๆ ดียิ่งขึ้น ในตอนแรกเจ้าตัวน้อยอาจเพียงชี้เมื่อเห็นสิ่งต่างๆ คุณควรบอกลูกว่าสิ่งนั้นคืออะไร จากนั้นลูกจะเริ่มชี้อย่างมีเหตุผล เช่น ชี้ขนมเพราะอยากทานขนม เป็นต้น

Z – ZZZs

ในช่วงที่สมองของลูกกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทารกต้องการการนอนหลับ 12-18 ชั่วโมงต่อวัน การนอนหลับทำให้สมองทารกได้พักผ่อน และหลั่งฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นส่วนต่างๆ ของสมองในการเรียนรู้ จดจำ อันเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการของสมองที่ดี การฝึกลูกนอนเป็นเวลาจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยพัฒนาสมองของลูกได้

ที่มา www.fitpregnancy.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ลูกนอนดึก เสี่ยงตัวเตี้ย เพราะขาดโกรทฮอร์โมน

เลี้ยงเบบี๋ให้ฉลาดและสมองดีด้วย 30 วิธีง่าย ๆ

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • เคล็ดลับเสริมสร้างพลังสมองลูกให้ฉลาด
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว