TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อย่าเพิ่งดุ! ผลวิจัยเผย "เด็กเจ้าอารมณ์" มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในอนาคต

บทความ 3 นาที
อย่าเพิ่งดุ! ผลวิจัยเผย "เด็กเจ้าอารมณ์" มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในอนาคต

ลูกเป็น เด็กเจ้าอารมณ์ ใช่ไหม? อย่าเพิ่งท้อใจ! ผลวิจัยล่าสุดชี้เด็กเจ้าอารมณ์มีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูงและมีทักษะแก้ปัญหาที่ดีเยี่ยม

คุณแม่เคยปวดหัวกับพฤติกรรม เด็กเจ้าอารมณ์ ที่บ้านไหมคะ? ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้โยเย หงุดหงิดง่าย หรือแสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรงจนเราเผลอกังวลว่าโตไปลูกจะมีปัญหาหรือเปล่า แต่รู้ไหมคะว่าผลวิจัยล่าสุดเผย อารมณ์ด้านลบของลูกในวันนี้ อาจเป็นสัญญาณของความสำเร็จในวันหน้า หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจและรับมือได้อย่างถูกวิธี

 

ผลวิจัยชี้ เด็กเจ้าอารมณ์ มี “สัญชาตญาณเหยี่ยว” ที่ยอดเยี่ยม

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong) ที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างเกือบ 5,000 คน ยาวนานกว่า 15 ปี พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า อารมณ์ทางลบ เช่น ความโกรธ ความหงุดหงิด หรือความวิตกกังวล สามารถกลายเป็น “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยให้เด็กบางกลุ่มพัฒนาทักษะการเอาตัวรอดที่เรียกว่า “Hawk-like Temperament” หรือสัญชาตญาณแบบเหยี่ยว ซึ่งทำให้พวกเขามีความตื่นตัวสูง ช่างสังเกต และกล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรค 

นักวิจัยระบุว่าความพลุ่งพล่านของเด็กเจ้าอารมณ์ หากถูกเจียระไนอย่างถูกต้อง จะกลายเป็นพลังในการแก้ปัญหา (Problem-solving skills) ที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีผลการเรียนดีและประสบความสำเร็จในช่วงวัยรุ่นมากกว่าเด็กที่ยอมคนหรือเก็บตัวเงียบ

เด็กเจ้าอารมณ์

 

“สมองแบบเหยี่ยว” คืออะไร?

สำหรับเด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย หรือบ้านที่ขาดความพร้อม อารมณ์ที่รุนแรงจะกระตุ้นให้เด็กมีปฏิกิริยาตอบโต้แบบเหยี่ยว (Hawk-like temperament)

  • ตื่นตัวต่ออันตราย: เด็กกลุ่มนี้จะมีความไวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเป็นพิเศษ
  • ทักษะการแก้ปัญหา: พวกเขาต้องคิดหาทางรอดและจัดการกับความเครียดตลอดเวลา ทำให้สมองพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาได้ดีกว่าปกติ
  • ผลการเรียนดีในวัยรุ่น: งานวิจัยระบุว่าความช่างสังเกตและความพยายามเอาชนะอุปสรรคนี้ ส่งผลให้พวกเขามีแนวโน้มประสบความสำเร็จทางการเรียนในช่วงมัธยมต้น

ความแตกต่างของบ้าน ส่งผลต่ออารมณ์ไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยชี้ว่า พื้นฐานครอบครัว คือตัวแปรสำคัญค่ะ

  • บ้านที่มีความกดดันสูง: เด็กที่ใจสู้ และแสดงออกทางอารมณ์ชัดเจน จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าเด็กที่เงียบขรึมหรือยอมคน
  • บ้านที่อบอุ่นและมั่นคง: หากเด็กแสดงอารมณ์รุนแรงในบ้านที่ทุกคนใจดีใส่กัน พฤติกรรมนี้จะถูกมองว่าเป็น “ปัญหานิสัย” มากกว่า “ทักษะการเอาตัวรอด” อาจส่งผลกระทบทำให้ เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างอาจจะมองว่าเขาเข้าถึงยากหรือก้าวร้าว ทำให้เขาขาดทักษะทางสังคม ที่ควรจะได้พัฒนาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้

เด็กเจ้าอารมณ์

 

พลิกบทบาท “เด็กเจ้าอารมณ์” ให้เป็น “เด็กคุณภาพ”

แม้ว่าความเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ จะมีข้อดีในเชิงสัญชาตญาณ แต่พื้นฐานครอบครัวคือตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าอารมณ์นั้นจะกลายเป็น “พลัง” หรือ “ปัญหา”

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัย: เมื่อเขารู้สึกว่าบ้านคือที่ที่เขาสามารถระบายความรู้สึกได้โดยไม่ถูกตัดสิน เขาจะเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ได้เร็วขึ้น
  • ฝึกทักษะการตัดสินใจ: ลองเปลี่ยนพลังงานของเด็กเจ้าอารมณ์ ให้เป็นการเลือกหรือการตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เขาเรียนรู้การใช้พลังอำนาจในทางที่สร้างสรรค์

เทคนิครับมือ เด็กโกรธง่าย หงุดหงิดง่าย

หากคุณแม่กำลังเผชิญหน้ากับ เด็กที่โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย Dr. Michael Ungar นักบำบัดครอบครัวและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Dalhousie แนะนำให้ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดูค่ะ

  1. อย่ารีบดับไฟอารมณ์ลูก: หากลูกเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ให้มองว่าเป็นความฉลาดทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่เขากำลังพยายามสื่อสาร
  2. เปลี่ยนความโกรธเป็นพลัง: แทนที่จะดุ ลองเปลี่ยนเป็นการชวนลูกทำความเข้าใจอารมณ์และนำพลังงานนั้นไปใช้ในการแก้ปัญหา
  3. สร้างพื้นที่ปลอดภัย: หน้าที่ของเราคือทำให้เขารู้สึกรักและปลอดภัยที่บ้าน เพื่อให้ลูกไม่จำเป็นต้องใช้ “สัญชาตญาณเหยี่ยว” มาป้องกันตัวกับคนในครอบครัว
  4. ชื่นชมเมื่อเขาคุมตัวเองได้: เมื่อเห็นว่า ลูกเริ่มนิ่งลงหรือพยายามเจรจาด้วยเหตุผล อย่าลืมชมเชยเป็นพิเศษเพื่อให้เขาเกิดความภูมิใจ

 

การเลี้ยงดูเด็กเจ้าอารมณ์ อาจจะเหนื่อยกว่าปกติเป็นเท่าตัว แต่ขอให้มั่นใจเถอะค่ะว่า ความดื้อรั้นและความแรงกล้าในอารมณ์ของเขานั้น คือเมล็ดพันธุ์ของความมุ่งมั่นและความเป็นผู้นำในอนาคต หน้าที่ของเราคือการดูแลเมล็ดพันธุ์นี้ด้วยความเข้าใจ เพื่อให้เขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีจิตใจที่แข็งแกร่งค่ะ

 

ที่มา: Psychology Today

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

ยิ่งนอนหลับลึก ยิ่งสมองดี! วิจัยเผย 5 วิธีเพิ่มคุณภาพการนอน เตรียมสมองให้พร้อมเรียนรู้

แม่ปรี๊ดแตก ทำไงดี? ใช้ 3 สเต็ปนี้ ซ่อมแซมความสัมพันธ์กับลูก!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • อย่าเพิ่งดุ! ผลวิจัยเผย "เด็กเจ้าอารมณ์" มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในอนาคต
แชร์ :
  • 7 สิ่งที่ไม่ควรแชร์เกี่ยวกับลูก บนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ต้องรู้ก่อนโพสต์

    7 สิ่งที่ไม่ควรแชร์เกี่ยวกับลูก บนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ต้องรู้ก่อนโพสต์

  • เตือนภัย! เด็ก 7 ขวบ เกือบไม่รอด ปลอกปากกาหลุดลงคอ อุดกั้นทางเดินหายใจ

    เตือนภัย! เด็ก 7 ขวบ เกือบไม่รอด ปลอกปากกาหลุดลงคอ อุดกั้นทางเดินหายใจ

  • พ่อแม่ต้องรู้! บาดแผลทางใจวัยเด็ก ส่งผลต่อน้ำหนักตัว และส่งต่อความเครียดจากแม่สู่ลูกได้

    พ่อแม่ต้องรู้! บาดแผลทางใจวัยเด็ก ส่งผลต่อน้ำหนักตัว และส่งต่อความเครียดจากแม่สู่ลูกได้

  • 7 สิ่งที่ไม่ควรแชร์เกี่ยวกับลูก บนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ต้องรู้ก่อนโพสต์

    7 สิ่งที่ไม่ควรแชร์เกี่ยวกับลูก บนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ต้องรู้ก่อนโพสต์

  • เตือนภัย! เด็ก 7 ขวบ เกือบไม่รอด ปลอกปากกาหลุดลงคอ อุดกั้นทางเดินหายใจ

    เตือนภัย! เด็ก 7 ขวบ เกือบไม่รอด ปลอกปากกาหลุดลงคอ อุดกั้นทางเดินหายใจ

  • พ่อแม่ต้องรู้! บาดแผลทางใจวัยเด็ก ส่งผลต่อน้ำหนักตัว และส่งต่อความเครียดจากแม่สู่ลูกได้

    พ่อแม่ต้องรู้! บาดแผลทางใจวัยเด็ก ส่งผลต่อน้ำหนักตัว และส่งต่อความเครียดจากแม่สู่ลูกได้

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว