ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

คุณไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงคลอดลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถคลอดลูกได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนกับแม่และเด็ก แต่บางส่วนก็พบกับภาวะทารกเครียดในระหว่างคลอดซึ่งก็พบไม่บ่อยมากนัก

ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

คุณเเม่ส่วนใหญ่สามารถคลอดลูกได้อย่างปลอดภัย แต่บางส่วนก็พบกับ ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

น้องอคิณลูกชายเนย

ภาวะทารกเครียด (fetal distress) หมายถึง ภาวะที่ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดออกซิเจนมากขึ้น ปัจจุบันการวินิจฉัยภาวะทารกเครียดขึ้นอยู่กับลักษณะรูปแบบการเต้นของหัวใจทารกจาก electronic fetal heart rate monitoring (EFM) ซึ่งหากรูปแบบการเต้นของหัวใจทารกปกติมักจะให้ความมั่นใจได้ว่าทารกปลอดภัย (reassuring fetal status) ในขณะที่ทารกที่มีรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติไปจากเกณฑ์ที่ตั้งไว้มีความเป็นไปได้ที่ทารกมีความเสี่ยงมากขึ้น (non-reassuring fetal status) แต่ในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าทารกจะอยู่ในสภาวะอันตรายทุกราย (หากใช้คำว่า fetal distress จะหมายความถึงทารกเกิดภาวะขาดออกซิเจนแล้ว) ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้คำว่า non-reassuring fetal heart rate pattern แทนคำว่า fetal distress ในกรณีที่รูปแบบการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติและแพทย์ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของทารกในครรภ์ 9  และพบความผิดปกติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

วิธีดูแลเด็กอ่อน

1. Repetitive late deceleration:

คือการลดลงของ FHR ชนิดค่อยเป็นค่อยไป (นับจากจุดเริ่มต้นลดลงไปถึงจุดต่ำสุดใช้เวลา 30 วินาทีหรือมากกว่า) และสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูก (จุดเริ่มต้น จุดต่ำสุด และจุดสิ้นสุดของ FHR ที่ลดลงเกิดขึ้นหลังจุดเริ่มต้น จุดสูงสุด และจุดสิ้นสุดการหดรัดตัวตามลำดับ)

2.  Repetitive severe variable deceleration :

คือการลดลงอย่างฉับพลันของ FHR (นับจากจุดเริ่มต้นลดลงไปถึงจุดต่ำสุดใช้เวลาน้อยกว่า 30 วินาที) โดยจะถือว่ามีนัยสำคัญเมื่อ FHR ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 70 ครั้งต่อนาที นานอย่างน้อย 60 วินาที (แต่ไม่ถึง 2 นาที) และอาจสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูกหรือไม่ก็ได้

ทารกวัยคว่ำพ่อแม่ต้องระวัง

3. Prolonged deceleration :

คือการลดลงของ FHR ต่ำกว่า baseline 15 ครั้งต่อนาทีหรือมากกว่า นานอย่างน้อย 2 นาที แต่ไม่ถึง 10 นาที (นับจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด)

4. Bradycardia :

ที่ถือว่ามีความสำคัญ คือ FHR ต่ำกว่า 110 ครั้งต่อนาที ร่วมกับมีการลดลงของ variability หรือ FHR ต่ำกว่า 80 ครั้งต่อนาที (severe bradycardia) นานมากกว่า 10 นาทีขึ้นไป

5. Sinusoidal pattern : มีเกณฑ์การวินิจฉัยดังนี้

  • FHR 120-160 ครั้งต่อนาที
  • Amplitude 5-15 ครั้งต่อนาที
  • Long-term variability 2-5 รอบต่อนาที
  • Short-term variability มีน้อยมากหรือไม่มี
  • รูปแบบ FHR เป็นแบบลูกคลื่น (sine wave) ขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอจาก baseline
  • ไม่มี acceleration

ทารกวัยคว่ำพ่อแม่ต้องระวัง

สาเหตุและความเสี่ยงของอาการภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

    • ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะเกี่ยวเนื่องกับความดันโลหิตสูงของหญิงตั้งครรภ์
    • ภาวะเบาหวานตอนตั้งครรภ์
    • ปัญหาเรื่องเลือดไปหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์ เช่น รกในครรถ์ทำงานไม่เป็นปกติหรือมีปัญหากับสายสะดือ
    • การตั้งครรภ์ที่เจ็บท้องคลอดที่นานกว่าปกติร่วมกับอาการรัดตัวของมดลูกอย่างรวดเร็ว
    • เมื่ออายุครรภ์เกินกำหนดหรือแม่มีอายุเกิน 35 ปี
    • เด็กติดอยู่ที่ช่องคลอดนานเกินไป
    • ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้ระหว่างคลอด เช่น ออกซิโตซิน ฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงภาวะการเต้นของหัวใจของเด็กในครรภ์

คุณหมอทราบได้อย่างไรว่าเกิดภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

ในระหว่างการคลอด คุณหมอจะดูอัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอย่างจังหวะการเต้นของหัวใจหรือความถี่ ถ้าคุณหมอเกรงว่าจะมีความผิดปกติ คุณหมอจะใช้ใส่เครื่องมือตรวจความผิดปกติภายในแบบอิเลคทรอนิคเพื่อเฝ้าดูอัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เครื่องมือนี้จะสอดเข้าไปทางช่องคลอดเมื่อน้ำคล่ำแตก

การตรวจอื่น ๆ เพื่อตรวจหาภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

  • ขี้เทาในน้ำคล่ำที่สามารถขัดขวางระบบการหายใจของทารกในครรภ์และทำให้เกิดปัญหาการหายใจหลังการคลอด
  • คุณหมออาจต้องการเก็บเลือดของทารกในครรภ์โดยใช้หลอดสอดไปทางช่องคลอด คุณหมอจะตรวจหาระดับอ๊อกซิเจนในเลือดเพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

การตรวจอัลตร้าซาวน์สามารถบอกได้ว่าทารกในครรภ์มีสายสะดือพันคอหรือไม่ สาเหตุนี้ช่วยเรื่องปัญหาเลือดไปหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์อีกด้วย

4 อาการบาดเจ็บของทารกแรกเกิด จากการคลอด

การดูแลรักษาภาวะทารกเครียด

  1. การแก้ไขเบื้องต้น
    • ปรับท่ามารดา เช่น นอนตะแคง 11
    • ให้ออกซิเจน
    • ให้ IV fluid (หากมีภาวะความดันโลหิตต่ำจาก regional anesthesia ให้แก้ไข)
    • หยุดให้ oxytocin
    • ตรวจภายในเพื่อประเมินปากมดลูก และภาวะสายสะดือโผล่ย้อย (cord prolapse)
    • ให้ terbutaline ½ ampule subcutaneous หรือ intravenous ในกรณี FHR ที่ผิดปกติสัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูก 12
  2. การแก้ไขจำเพาะ
    1. Repetitive late deceleration  และ sinusoidal pattern
      • ให้คลอดทางช่องคลอดหากปากมดลูกเปิดใกล้หมดแล้ว
      • ผ่าตัดคลอดหากปากมดลูกยังเปิดไม่หมด
    2. Repetitive severe variable deceleration, prolonged deceleration และ bradycardia
      • ผ่าตัดคลอดฉุกเฉินหากพบภาวะสายสะดือโผล่ย้อย
      • ให้คลอดทางช่องคลอดหากปากมดลูกเปิดใกล้หมดแล้ว
      • Saline infusion หากปากมดลูกยังเปิดไม่หมด (เติม normal saline 500 มล. เข้าไปในโพรงมดลูก และหยดต่อเนื่องในอัตราเร็ว 3 มล.ต่อนาที) 13
      • หากไม่สามารถแก้ไขได้ด้วย saline infusion ให้ผ่าตัดคลอด (ในกรณี bradycardia อาจพิจารณาผ่าตัดคลอดได้เลยหากปากมดลูกยังเปิดไม่หมด โดยไม่ต้องรอให้ saline infusion ก่อน)

ที่มา : 1

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

https://w1.med.cmu.ac.th

ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก

ตรวจครรรภ์ก่อนคลอดสำคัญไฉน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Angoon

app info
get app banner