การเลี้ยงดูทารกเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกน้อยไม่สบายครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่อาจไม่แน่ใจว่าอาการแบบไหนที่ถือเป็นเรื่องปกติ และอาการแบบไหนเป็น สัญญาณอันตรายในทารก ที่พ่อแม่ไม่ควรรอช้า และควรรีบพาไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
5 สัญญาณอันตรายในทารก
1. ไข้สูง โดยเฉพาะในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน
ทารกเป็นไข้เป็นเรื่องที่พบบ่อย แต่ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไข้สูงแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงที่ซ่อนอยู่ได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและรีบพาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตรายค่ะ
|
สัญญาณอันตรายของอาการไข้ที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
|
| ไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน |
แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรง |
| ไข้สูงลอย หรือไข้ไม่ลดหลังให้ยาลดไข้/เช็ดตัว |
บ่งบอกว่าร่างกายยังมีการติดเชื้ออยู่ |
| มีไข้ร่วมกับอาการซึมลงผิดปกติ |
เช่น ไม่เล่น ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ปลุกตื่นยาก |
| มีไข้ร่วมกับอาเจียนรุนแรง หรืออาเจียนไม่หยุด |
อาจบ่งชี้ถึงภาวะขาดน้ำ หรือปัญหาอื่น ๆ |
| มีไข้ร่วมกับอาการชัก |
เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที |

2. ซึม บ่งบอกความผิดปกติทางระบบประสาท
อาการซึมในทารกเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งชี้ถึงภาวะผิดปกติที่ซ่อนอยู่ เช่น การติดเชื้อรุนแรง การขาดน้ำ หรือความผิดปกติของสมอง ทารกที่ซึมผิดปกติคือทารกที่ไม่ตื่นตัว ไม่งอแง เล่นน้อยลง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือหลับมากผิดปกติ ปลุกตื่นยาก
|
สัญญาณอันตรายของอาการซึมที่ต้องรีบพบแพทย์
|
| ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น |
เช่น ไม่ลืมตา ไม่ส่งเสียง หรือไม่ขยับตัวเมื่อถูกสัมผัส |
| ดูดนมลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ |
ไม่ยอมดูดนม หรือดูดได้น้อยมากผิดปกติ |
| หลับนานผิดปกติ |
ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น หรือตื่นแล้วก็กลับไปซึมต่อ |
3. ทารกชัก สัญญาณความผิดปกติร้ายแรง
การชักในทารก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติร้ายแรงได้หลายอย่าง เช่น ไข้สูง การติดเชื้อในสมอง ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ หรือความผิดปกติแต่กำเนิด ที่สำคัญคือ อาการชักในทารกอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ ทำให้พ่อแม่สังเกตได้ยาก
|
สัญญาณอันตรายของอาการชักในทารกที่ต้องเฝ้าระวัง
|
| เกร็งกระตุก |
แขนขาเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ หรือกระตุกเพียงข้างเดียว |
| ตาเหลือก ค้าง หรือกลอกไปมา |
ลูกน้อยอาจไม่รู้สึกตัวหรือมีภาวะหมดสติชั่วขณะ |
| ตัวเขียว |
โดยเฉพาะบริเวณรอบปาก อาจพบอาการตัวเขียวร่วมด้วย |
| ไม่ตอบสนองหลังชัก |
ลูกอาจซึม หมดสติ หรือหลับไปนานผิดปกติหลังจากอาการชักสงบลง |
แม้การชักในทารกจะมีหลายสาเหตุ แต่ชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก อาการชักจากไข้สูงพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และสาเหตุของไข้ที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

4. ตัวเหลืองมาก เสี่ยงภาวะสมองพิการ
ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องปกติ แต่หากตัวเหลืองมากผิดปกติ เหลืองเร็ว หรือเหลืองนาน อาจบ่งชี้ถึงภาวะบิลิรูบินในเลือดสูงเกินไป ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อสมองและพัฒนาการของทารกได้
|
สัญญาณอันตรายของภาวะตัวเหลืองที่พ่อแม่ต้องสังเกต
|
| ตัวเหลืองมากและลามเร็ว |
สังเกตเห็นว่าผิวเหลืองลามจากใบหน้าลงมาถึงบริเวณแขน ขา หรือเท้า |
| ตัวเหลืองตั้งแต่วันแรกเกิด |
นี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที |
| ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด |
อาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ตับและทางเดินน้ำดี |
| ซึม หรือดูดนมน้อยลง |
เป็นอาการร่วมที่อาจพบเมื่อระดับบิลิรูบินในเลือดสูงมากจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย |
งานวิจัย “การศึกษาอุบัติการณ์และสาเหตุการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดชัยภูมิ” (ปี 2566) พบว่า สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการได้รับนมแม่ไม่เพียงพอในช่วงแรกเกิด ซึ่งหมายถึงการดูดนมไม่ดีพอ ทำให้ทารกได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ขับบิลิรูบินออกจากร่างกายได้ไม่ดี รองลงมาคือภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และหมู่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน

5. หายใจลำบาก ปัญหาที่รุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ
การหายใจลำบากในทารก เป็นสัญญาณของปัญหาที่รุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด หัวใจ หรือการติดเชื้อทั่วร่างกาย
|
สัญญาณอันตรายของภาวะหายใจลำบากที่ต้องเฝ้าระวัง
|
| หายใจเร็วผิดปกติ |
สังเกตว่าลูกหายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที ขณะที่ทารกอยู่ในภาวะสงบ |
| หายใจมีเสียงดัง |
อาจได้ยินเสียงครืดคราด เสียงฮึดฮัด หรือเสียงหวีดแหลมขณะหายใจ |
| อกบุ๋ม ชายโครงบุ๋ม |
เมื่อลูกหายใจเข้า บริเวณหน้าอกหรือชายโครงจะยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด |
| ปีกจมูกบาน |
กล้ามเนื้อบริเวณปีกจมูกขยายตัวออกขณะหายใจเข้า เพื่อช่วยในการรับอากาศ |
| ตัวเขียว |
โดยเฉพาะบริเวณรอบปาก หรือปลายมือปลายเท้า บ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจน |
การเลี้ยงลูกวัยทารกนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่างสังเกต เพราะลูกน้อยยังพูดไม่ได้ เมื่อไหร่ที่คุณแม่พบ 5 สัญญาณอันตรายในทารก ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ตามให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ
ที่มา : hdmall , ชัยภูมิเวชสาร
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
แผลปลูกฝีเป็นหนอง ต้องดูแลยังไง? ลูกมีไข้ งอแงหลังปลูกฝี ปกติไหม?
ลูกเป็นไข้ อาบน้ำได้ไหม วิธีไหนลดไข้เร็วที่สุด
ป้าข้างบ้าน บอกให้ “ดัดขาลูก” ตอบป้าอย่างไร ให้หยุดความเชื่อผิดๆ
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!