คุณพ่อคุณแม่ควรเล่นกับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีสมวัย ของเล่นที่เหมาะกับวัยสำคัญมากค่ะ ยิ่งในช่วง 0-6 เดือนแรกซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเล่นสำหรับทารก ที่ดีไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนาน แต่ยังช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และการเรียนรู้ของลูกน้อยอีกด้วย
theAsianparent ขอแนะนำ 10 ของเล่นสำหรับทารก เสริมพัฒนาการลูกน้อยวัย 0-6 เดือน ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมวัย เพื่อให้คุณแม่มั่นใจว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรักค่ะ
ของเล่นสำหรับทารก วัย 0-6 เดือน เสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยอย่างไร?
ช่วง 0-6 เดือนแรกของชีวิตทารกเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานพัฒนาการในทุกด้าน สมองของทารกมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายใยประสาทนับล้านๆ ของเล่นจึงไม่ใช่แค่สิ่งบันเทิงใจ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและส่งเสริมพัฒนาการในหลากหลายมิติ
1. กระตุ้นการพัฒนาสมองและระบบประสาท
ทารกเรียนรู้โลกผ่านประสาทสัมผัส การที่สมองได้รับข้อมูลใหม่ๆ จากการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการรับรส จะช่วยสร้างและเสริมสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ยิ่งมีประสบการณ์ที่หลากหลายและเหมาะสม สมองก็จะยิ่งพัฒนาได้ดี
2. ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย
ของเล่นกระตุ้นให้ทารกมีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการมองตาม การเอื้อมมือคว้า การกำ การปล่อย การพลิกตัว หรือการถีบขา ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อคอ หลัง แขน ขา และกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น กล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ
3. พัฒนาการด้านการสติปัญญา
การเล่นกับของเล่นช่วยให้ทารกเรียนรู้เรื่อง “เหตุและผล” (Cause and Effect) เช่น เมื่อเขย่าของเล่นแล้วมีเสียง หรือเมื่อกดปุ่มแล้วมีไฟ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความสามารถในการจดจ่อ (Attention Span) และการแก้ปัญหาเบื้องต้น
4. เสริมสร้างพัฒนาการด้านภาษา
แม้ทารกจะยังพูดไม่ได้ แต่การเล่นกับของเล่นพร้อมกับการที่คุณแม่พูดคุย อธิบาย หรือร้องเพลงให้ฟัง จะช่วยกระตุ้นการได้ยินและส่งเสริมการเรียนรู้คำศัพท์เบื้องต้น รวมถึงจังหวะและท่วงทำนองของภาษา
5. พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์
การเล่นเป็นโอกาสให้ทารกเรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ดูแล สร้างความผูกพัน (Attachment) และพัฒนาความรู้สึกปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยให้ทารกแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ และเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเองในอนาคต

ช่วงวัย 0-6 เดือน: การรับรู้และเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส
ทารกในวัย 0-6 เดือนยังไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ การเรียนรู้และรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวจึงเกิดขึ้นผ่านประสาทสัมผัสเป็นหลัก โดยใช้ทุกส่วนของร่างกายเพื่อทำความเข้าใจโลกใบนี้ มาดูกันว่า การทำงานของประสาทสัมผัสในแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร
พัฒนาการประสาทสัมผัสทารกแรกเกิด – 3 เดือน
- การมองเห็น: ทารกแรกเกิดจะมองเห็นไม่ชัดเจนนัก ชอบมองสิ่งที่มีความเปรียบต่างสูง เช่น สีขาวดำ ลวดลายขนาดใหญ่ และใบหน้าของคน สิ่งที่เคลื่อนไหวช้าๆ ในระยะ 20-30 เซนติเมตร (ระยะห่างประมาณอกถึงหน้าคุณแม่เวลาอุ้มให้นม) จะดึงดูดความสนใจได้ดี
- การได้ยิน: ทารกสามารถได้ยินเสียงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และจะตอบสนองต่อเสียงที่แตกต่างกัน เสียงพูดของคุณแม่ เสียงเพลงเบาๆ หรือเสียงกระดิ่งเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน
- การสัมผัส: การสัมผัสเป็นสิ่งสำคัญมาก ทารกชอบการโอบกอด การลูบไล้ และการสัมผัสพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ผ้าห่มนุ่มๆ ของเล่นที่มีพื้นผิวต่างกัน
- การดมกลิ่นและการรับรส: ทารกแรกเกิดสามารถแยกแยะกลิ่นและรสชาติได้แล้ว พวกเขาจะจำกลิ่นของคุณแม่และตอบสนองต่อรสหวานได้ดี
พัฒนาการประสาทสัมผัสทารก 3 – 6 เดือน
- การมองเห็น: ทารกมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น สามารถมองตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเริ่มแยกแยะสีสันต่างๆ ได้ พวกเขาจะเริ่มจดจ่อกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้นานขึ้น
- การได้ยิน: ทารกจะหันหาเสียงได้ดีขึ้น เริ่มตอบสนองต่อชื่อของตนเอง และจะพยายามทำเสียงเลียนแบบที่คุณแม่พูดคุย
- การสัมผัส: มือของทารกเริ่มทำงานประสานกันได้ดีขึ้น พวกเขาจะชอบหยิบจับสิ่งของเข้าปากเพื่อสำรวจและเรียนรู้
- การเคลื่อนไหว: เป็นช่วงที่ทารกเริ่มพัฒนาการเคลื่อนไหวสำคัญ เช่น การพลิกคว่ำพลิกหงาย การยันตัวขึ้นเมื่ออยู่ในท่าคว่ำ และการเอื้อมคว้าของเล่น
ดังนั้น การเลือกของเล่นที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย จะช่วยส่งเสริมให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของลูกน้อยทำงานและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการที่แข็งแรงและรอบด้านในระยะยาว
10 ของเล่นสำหรับทารก เสริมพัฒนาการลูกน้อยวัย 0-6 เดือน
-
โมบายติดเปล
ประโยชน์: กระตุ้นการมองเห็น และการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ (eye-hand coordination) ช่วยให้ทารกเรียนรู้การโฟกัสวัตถุและแยกแยะสีสัน
งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าการใช้โมบายทารกที่เคลื่อนไหวช้าๆ และมีสีสันสดใสสามารถช่วยกระตุ้นการพัฒนาการมองเห็นของทารกได้ดี (Fantz, 1961; Slater et al., 1985)
-
ยางกัด (Soft Books/Cloth Books)
ประโยชน์: ยางกัดช่วยบรรเทาอาการคันเหงือกในช่วงฟันกำลังขึ้น พัฒนาการประสานงานระหว่างตาและมือเมื่อทารกพยายามหยิบจับเข้าปาก และกระตุ้นการรับรู้ทางช่องปาก
-
หนังสือผ้า (Soft Books/Cloth Books)
ประโยชน์: กระตุ้นประสาทสัมผัสหลายด้าน ทั้งการมองเห็น สีสันสดใส รูปภาพใหญ่, การสัมผัสพื้นผิวที่แตกต่างกัน, และการได้ยิน เช่น เสียงกรอบแกรบ เสียงบีบ, ส่งเสริมการเรียนรู้คำศัพท์เบื้องต้น (หากมีการอ่านออกเสียงให้ฟัง) และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ดูแล
งานวิจัยชี้ว่า การอ่านหนังสือให้ทารกฟังตั้งแต่ยังเล็กมีส่วนช่วยในการพัฒนาภาษาและการรู้หนังสือในระยะยาว (Raikes et al., 2006) และหนังสือผ้าเป็นเครื่องมือที่ดีในการเริ่มต้น
-
ของเล่นเขย่ามือ/ยางกัดที่จับถือง่าย (Rattles/Easy-to-Grip Teethers)
ประโยชน์: พัฒนาการประสานงานระหว่างตาและมือ ฝึกการกำมือและปล่อยมือ กระตุ้นการได้ยินเสียง และการรับรู้สาเหตุและผลลัพธ์ (เมื่อเขย่าแล้วมีเสียง)
งานวิจัยระบุว่า การเรียนรู้เรื่องสาเหตุและผลลัพธ์ เป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งสามารถส่งเสริมได้ผ่านของเล่นที่ตอบสนองต่อการกระทำของทารก (Piaget, 1952)

-
กระจกสำหรับทารก (Baby-Safe Mirror)
ประโยชน์: ส่งเสริมการรับรู้ตนเอง (self-recognition) กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น และพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์เมื่อทารกมองเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของตนเอง
งานวิจัยระบุว่า ทารกเริ่มแสดงออกถึงการรับรู้ตนเองในกระจกเมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน และกระจกเป็นเครื่องมือที่ดีในการส่งเสริมการสำรวจใบหน้าและอารมณ์ของเด็ก (Lewis & Brooks-Gunn, 1979)
-
เพลย์ยิม (Play Mat/Activity Gym)
ประโยชน์: ใช้สำหรับฝึกลูกนอนคว่ำ (tummy time) ซึ่งจำเป็นต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อคอและหลัง กระตุ้นการมองเห็น การเอื้อมคว้า และการเตะถีบ ช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวและการทำงานประสานกันของร่างกาย
งานวิจัยชี้ว่า การทำ Tummy Time เป็นประจำมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นในทารก (Hewson et al., 2002) เพลย์ยิมช่วยให้ทารกเพลิดเพลินกับการทำ Tummy Time

-
ลูกบอลนุ่มนิ่มที่มีพื้นผิวต่างกัน (Soft Textured Balls)
ประโยชน์: กระตุ้นการสัมผัสและการสำรวจ พัฒนาการประสานงานระหว่างตาและมือเมื่อทารกพยายามจับและกลิ้งลูกบอล ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือ
งานวิจัยระบุว่า การสำรวจวัตถุที่มีพื้นผิวและรูปร่างที่แตกต่างกันมีความสำคัญต่อการพัฒนาการรับรู้ทางประสาทสัมผัสของทารก (Gibson, 1988)
-
ตุ๊กตาสัตว์นุ่มนิ่ม
ประโยชน์: ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย พัฒนาการผูกพันทางอารมณ์ และอาจเป็นของเล่นที่เป็นเครื่องช่วยในการปลอบโยนในอนาคต
งานวิจัยชี้ว่า วัตถุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอารมณ์และสังคมของเด็ก (Winnicott, 1953)

-
ของเล่นบีบมีเสียง
ประโยชน์: กระตุ้นการได้ยิน การเรียนรู้เรื่องสาเหตุและผลลัพธ์ และพัฒนาการกล้ามเนื้อมือเมื่อทารกพยายามบีบ
งานวิจัยระบุว่า การได้ยินเสียงตอบสนองจากการกระทำของตนเองช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลลัพธ์ (Piaget, 1952)
-
บล็อกผ้า/บล็อกนิ่ม
ประโยชน์: บล็อกผ้าช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็นสีสัน/ลวดลาย, การสัมผัสพื้นผิวหลากหลาย, และการได้ยินเสียงกรุ๋งกริ๋งบางชิ้น พร้อมเสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก ผ่านการหยิบจับ บีบ ปล่อย และเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการทางสติปัญญาในการสำรวจวัตถุ
งานวิจัยของ Gibson (1988) ชี้ให้เห็นความสำคัญของการสำรวจสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาการรับรู้ ส่วน Piaget (1952) ชี้ว่าทารกเรียนรู้โลกผ่านการกระทำ ซึ่งการเล่นบล็อกช่วยสร้างประสบการณ์ตรงและเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ
ของเล่นเสริมพัฒนาการทารก ทั้ง 10 ชนิดที่กล่าวมานี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อการกระตุ้นประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และการเรียนรู้ของทารกวัย 0-6 เดือน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับลูกน้อย การเล่นด้วยกัน พูดคุย เล่าเรื่องราว จะช่วยเสริมสร้างความผูกพันและเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการผลักดันพัฒนาการของลูกรักให้ฉลาดสมวัยค่ะ
อ้างอิง
- Fantz, R. L. (1961). The origin of form perception. Scientific American, 204(5), 66-72.
- Gesell, A., & Amatruda, C. S. (1941). Developmental diagnosis: Normal and abnormal child development; clinical methods and pediatric applications. Paul B. Hoeber.
- Gibson, E. J. (1988). Exploratory behavior in the development of perceiving, acting, and the acquiring of knowledge. Annual Review of Psychology, 39(1), 1-41.
- Hewson, P. H., Weintraub, R. J., & Speers, A. (2002). Effect of supervised prone positioning on infant motor development. Pediatrics, 109(6), e85-e85.
- Lewis, M., & Brooks-Gunn, J. (1979). Social cognition and the acquisition of self. Plenum Press.
- Piaget, J. (1952). The origins of intelligence in children. International Universities Press.
- Raikes, H., Pan, B. A., Luze, G., Tamis-LeMonda, C. S., Brooks-Gunn, J., & Roggman, L. (2006). Mother–child bookreading in low-income families: Correlates and predictors. Child Development, 77(4), 924-934.
- Slater, A., Morison, V., & Rose, D. (1985). Perception of shape by the newborn baby. British Journal of Developmental Psychology, 3(2), 195-202.
- Thelen, E., & Smith, L. B. (1994). A dynamic systems approach to the development of cognition and action. MIT Press.
- Winnicott, D. W. (1953). Transitional objects and transitional phenomena. International Journal of Psycho-Analysis, 34(2), 89-97.
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ของเล่นที่ดี เลือกยังไง? ให้เหมาะกับพัฒนาการลูกแต่ละช่วงวัย
10 ความลับของทารก สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เกี่ยวกับลูกน้อยแรกเกิด
2 พื้นฐานสำคัญในการดูแลทารก คู่มือสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ที่คุณอาจไม่เคยรู้
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!