TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ สีปัสสาวะบอกเพศลูก ผิวแม่ท้องบอกเพศลูก จริงไหม?

บทความ 5 นาที
ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ สีปัสสาวะบอกเพศลูก ผิวแม่ท้องบอกเพศลูก จริงไหม?

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ จากสีปัสสาวะและผิวพรรณของแม่ แม่นจริงไหม? เฉลย ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่แม่ท้องควรรู้

แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ เรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวล้ำซึ่งช่วยบอกเพศลูกที่แม่นยำได้ แต่ก่อนที่โลกจะรู้จักเครื่องอัลตราซาวนด์ บรรพบุรุษของเรา โดยเฉพาะคุณย่าคุณยาย ต่างก็มีวิธี “ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ” ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกุศโลบายที่สร้างสีสัน ความสนุก และความหวังให้กับการรอคอยสมาชิกใหม่ของบ้าน และความเชื่อที่ได้รับความนิยมและได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ การทายเพศลูกจากสีปัสสาวะ และจากผิวพรรณของคุณแม่ นั่นเองค่ะ

บทความนี้จะพาไปไขความเชื่อโบราณ พร้อมนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญมาไขทุกข้อข้องใจ เพื่อให้คุณแม่ได้ทั้งความสนุกและความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ: สีปัสสาวะบอกเพศลูก ได้จริงไหม?

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและลึกลับที่สุดที่คนโบราณใช้กันก็คือ การสังเกตสีปัสสาวะคนท้อง กลายเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า:

  • ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หรือ สีเหลืองสดใสเหมือนน้ำมะนาว จะได้ “ลูกชาย”

ทำไมถึงเชื่อแบบนี้: อาจเป็นไปได้ว่าคนสมัยก่อนเชื่อมโยง “สีที่เข้ม” เข้ากับความแข็งแรง ความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นภาพแทนของเพศชาย หรืออาจเชื่อว่าฮอร์โมนของทารกเพศชายส่งผลให้ปัสสาวะของแม่มีสีเข้มข้นขึ้น

  • ปัสสาวะสีเหลืองอ่อน หรือ สีใสๆ แทบไม่มีสี จะได้ “ลูกสาว”

ทำไมถึงเชื่อแบบนี้: ในทางกลับกัน สีที่อ่อนจางถูกเชื่อมโยงกับความอ่อนหวาน อ่อนโยน ซึ่งเป็นภาพแทนของทารกเพศหญิง

Fact Check: ไขความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์

แม้จะเป็นเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้น แต่ในความเป็นจริงแล้วทางการแพทย์ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า สีของปัสสาวะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับเพศของทารกในครรภ์เลยแม้แต่น้อยค่ะ สีปัสสาวะที่เปลี่ยนแปลงไปของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญต่อสุขภาพโดยตรง ดังนี้ค่ะ

1. ระดับน้ำในร่างกาย (Hydration) – ปัจจัยสำคัญที่สุด

สารให้สีเหลืองในปัสสาวะมีชื่อว่า “ยูโรโครม” (Urochrome) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการสลายตัวของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง เมื่อคุณแม่ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะเจือจางยูโรโครม ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อนหรือใส ในทางกลับกัน หากคุณแม่ดื่มน้ำน้อย ร่างกายจะขาดน้ำ ความเข้มข้นของยูโรโครมจะสูงขึ้น ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม ดังนั้น สีปัสสาวะจึงเป็น ตัวบ่งชี้ระดับความชุ่มชื้นของร่างกาย ไม่ใช่เพศของลูกค่ะ

2. วิตามินบำรุงครรภ์ (Prenatal Vitamins)

คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนต้องทานวิตามินบำรุงครรภ์ตามที่คุณหมอสั่ง ซึ่งวิตามินเหล่านี้ โดยเฉพาะ วิตามินบี 2 เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสราวกับสีนีออนได้เลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่เป็นอันตรายค่ะ

3. อาหารและเครื่องดื่มที่รับประทาน

อาหารบางชนิดมีเม็ดสีที่เข้มข้นและสามารถถูกขับออกมาทางปัสสาวะได้ เช่น การทานบีทรูทอาจทำให้ปัสสาวะมีสีอมชมพู การทานหน่อไม้ฝรั่งหรือแก้วมังกรสีแดงก็ส่งผลต่อสีและกลิ่นของปัสสาวะได้เช่นกัน

4. สัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพ

ในบางกรณี สีปัสสาวะที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI) ซึ่งพบได้บ่อยในคนท้อง หากปัสสาวะมีสีขุ่น มีกลิ่นฉุนรุนแรง หรือมีอาการเจ็บแสบขณะปัสสาวะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

สรุป สีปัสสาวะบอกเพศลูกได้จริงไหม?

แทนที่จะใช้สีปัสสาวะเพื่อทายเพศลูก ขอให้คุณแม่ใช้เป็นเครื่องมือเช็กสุขภาพของตัวเองนะคะ “สีเหลืองอ่อนเหมือนฟางข้าว” คือสีในอุดมคติที่บอกว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างน้ำคร่ำและการทำงานของร่างกายโดยรวมค่ะ

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ

 

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ: ผิวพรรณแม่ บอกเพศลูก ได้จริงไหม?

นี่คืออีกหนึ่งความเชื่อยอดฮิตที่ส่งผลต่อความรู้สึกของคุณแม่โดยตรง เพราะมันเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ความเชื่อนี้กล่าวไว้ว่า:

  • คุณแม่ผิวพรรณหมองคล้ำ มีสิวเห่อ มีฝ้า กระ จุดด่างดำ คอดำ รักแร้ดำ จะได้ “ลูกสาว”

ทำไมถึงเชื่อแบบนี้: เป็นความเชื่อที่น่ารักปนน่าหมั่นไส้ที่ว่า “ลูกสาวมาขโมยความสวยของคุณแม่ไป” ทำให้ผิวพรรณของแม่ทรุดโทรมลง

  • คุณแม่หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล จะได้ “ลูกชาย”

ทำไมถึงเชื่อแบบนี้: เมื่อไม่มีลูกสาวมาแบ่งความสวยไป คุณแม่ที่อุ้มท้องลูกชายจึงยังคงความงามไว้ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

Fact Check: “ฮอร์โมน” คือผู้บงการตัวจริง

เช่นเดียวกับเรื่องสีปัสสาวะ การเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณก็ ไม่เกี่ยวข้องกับเพศของทารก เช่นกันค่ะ “ผู้บงการ” ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้คือ การแปรปรวนของฮอร์โมนการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อดูแลให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าในท้องของคุณแม่จะเป็นทารกเพศใดก็ตาม

มาทำความรู้จักกับฮอร์โมนตัวหลักๆ ที่ส่งผลต่อผิวของคุณแม่กันค่ะ

1. ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ฮอร์โมนสองตัวนี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อผิวคุณแม่

  • ข้อดี : ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้มีเลือดไปหล่อเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น และยังกระตุ้นการผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิว ทำให้คุณแม่บางท่านมีผิวที่ดูเปล่งปลั่ง สดใส มีเลือดฝาด
  • ข้อเสีย : ในทางกลับกัน การผลิตน้ำมันที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การอุดตันและกลายเป็น “สิวคนท้อง” ได้ นอกจากนี้ ฮอร์โมนเหล่านี้ยังไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีที่ชื่อว่า เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ให้ทำงานหนักขึ้น

 

2. ฮอร์โมนกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte-Stimulating Hormone – MSH)

ฮอร์โมนตัวนี้จะเพิ่มสูงขึ้นตามฮอร์โมนตัวอื่นๆ และเป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะผิวคล้ำขึ้นในบริเวณต่างๆ (Hyperpigmentation) ที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญ ได้แก่

  • ฝ้า (Melasma): รอยปื้นสีน้ำตาลที่มักจะขึ้นบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และจมูก
  • คอดำ รักแร้ดำ ขาหนีบคล้ำ: ผิวหนังบริเวณข้อพับต่างๆ มีสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • เส้นดำกลางท้อง (Linea Nigra): เส้นสีจางๆ กลางหน้าท้องจะกลายเป็นสีเข้มและเห็นชัดขึ้น
  • ลานนมและหัวนมสีคล้ำ: บริเวณรอบหัวนมจะมีสีเข้มและขยายใหญ่ขึ้น

 

สรุป แม่ท้องผิวหมองคล้ำจะได้ลูกสาว แม่ท้องผิวพรรณเปล่งปลั่งจะได้ลูกชาย จริงไหม?

การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังเป็นเรื่องที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายคุณแม่ต่อฮอร์โมน ซึ่งเป็นปัจจัยทางพันธุกรรมและเฉพาะบุคคล คุณแม่บางคนอาจมีผิวสวยใสไร้สิวตลอด 9 เดือนไม่ว่าจะท้องลูกสาวหรือลูกชาย ในขณะที่บางคนอาจเจอปัญหาผิวครบชุด ดังนั้น อย่าเพิ่งน้อยใจหรือกังวลไปนะคะ อาการเหล่านี้เป็นเรื่องชั่วคราวและจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังคลอดค่ะ

 

ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ

 

แล้วจะรู้เพศลูกได้อย่างไร? เปิดคู่มือวิธีทางการแพทย์ที่แม่นยำ

เมื่อเราทราบแล้วว่าความเชื่อโบราณนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าสนุกๆ แล้วหากคุณแม่และคุณพ่ออยากทราบเพศของลูกน้อยเพื่อเตรียมตัว เตรียมของใช้ หรือตั้งชื่อน่ารักๆ ไว้รอ ควรทำอย่างไร? ปัจจุบันมีวิธีทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้และปลอดภัยอยู่ 2 วิธีหลักๆ ค่ะ

1. การตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound)

นี่คือวิธีมาตรฐานที่คุ้นเคยกันดีที่สุด โดยคุณหมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ตรวจดูอวัยวะเพศของทารก

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: โดยทั่วไปจะเห็นเพศได้ชัดเจนที่สุดในช่วง สัปดาห์ที่ 18-22 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะเป็นช่วงเดียวกับการตรวจดูความสมบูรณ์ของอวัยวะทารก 
  • ความแม่นยำ: อยู่ที่ประมาณ 95-99% ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุครรภ์ ท่าทางของทารก (หากหนีบขาหรืออยู่ในท่าที่ไม่เอื้ออำนวยก็อาจมองไม่เห็น) และความชำนาญของนักรังสีเทคนิค

 

2. การตรวจคัดกรองโครโมโซมผิดปกติจากเลือดแม่ (NIPT – Non-Invasive Prenatal Testing)

เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เพราะสามารถทำได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

  • หลักการ: เป็นการเจาะเลือดของคุณแม่เพื่อนำไปวิเคราะห์หาชิ้นส่วน DNA ของทารกที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดของแม่
  • สิ่งที่ตรวจ: วัตถุประสงค์หลักของการตรวจ NIPT คือการตรวจคัดกรองความเสี่ยงของภาวะโครโมโซมผิดปกติที่พบบ่อย เช่น ดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21), เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Trisomy 18) และพาทัวซินโดรม (Trisomy 13)
  • การบอกเพศ: การตรวจนี้สามารถวิเคราะห์โครโมโซมเพศ (XX หรือ XY) ได้ด้วย จึงสามารถบอกเพศของทารกได้ และมีความแม่นยำ สูงกว่า 99%
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป

 

ท้ายที่สุดแล้ว…ไม่ว่าผลอัลตราซาวนด์จะออกมาเป็น “ลูกสาว” หรือ “ลูกชาย” สิ่งที่สำคัญเหนือกว่าการ “ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ” คือ สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ การใส่ใจเรื่องโภชนาการ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อน และการดูแลสภาพจิตใจให้แจ่มใสค่ะ 

เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย เขาก็คือ “โลกทั้งใบ” และ “แก้วตาดวงใจ” ที่คุณพ่อคุณแม่เฝ้ารอคอยอย่างไม่มีเงื่อนไขจริงไหมคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทายเพศลูกจากการเต้นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็วได้ลูกสาว เต้นช้าได้ลูกชาย จริงไหม?

10 สัญญาณบอกเพศลูกในท้อง รู้ได้ไงว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว ?!?

ทายเพศลูกตามความเชื่อ จริงไหม ท้องแหลมได้ลูกชาย ท้องกลมได้ลูกสาว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ทายเพศลูกตามความเชื่อโบราณ สีปัสสาวะบอกเพศลูก ผิวแม่ท้องบอกเพศลูก จริงไหม?
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว