TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

สังเกตอย่างไร? ว่า ลูกเป็นออทิสติก พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงต่อโรคนี้

บทความ 5 นาที
สังเกตอย่างไร? ว่า ลูกเป็นออทิสติก พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงต่อโรคนี้

วันนี้ TheAsianparent จะพาคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาคลายข้อสงสัยและรู้วิธีการรับมือเมื่อ ลูกเป็นออทิสติก ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

สังเกตอย่างไร? ว่า ลูกเป็นออทิสติก พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงต่อโรคนี้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่กำลังสงสัยว่าลูกของเรามีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเหล่านี้ไหม หรือถ้าลูกของเราป่วยเป็นโรคนี้ จะต้องมีวิธีการรับมือและรักษาลูกให้หายได้ยังไง เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นกังวลใจไปนะคะ เพราะวันนี้ TheAsianparent จะพาคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาคลายข้อสงสัยและรู้วิธีการรับมือเมื่อ ลูกเป็นออทิสติก ไปพร้อม ๆ กันค่ะ ส่วนจะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

ในกรณีที่ลูกคลอดออกมาปกติทุกอย่าง ตรวจคัดกรองเกี่ยวกับเรื่องดาวน์ซินโดรมก็ปกติ แล้วถ้าหลังคลอดออกมาลูกมีโอกาสเป็นออทิสติกได้ไหมคะ?

 

ลูกเป็นออทิสติก 1

(รูปโดย serhii_bobyk จาก freepik.com)

 

คุณหมอ : มีโอกาสเป็นได้ค่ะ เหตุผลเพราะว่าการตรวจไม่ว่าจะเป็นการตรวจก่อนคลอด หรือว่าการตรวจอัลตร้าซาวด์ รวมถึงผลการฝากครรภ์ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถที่จะทราบเกี่ยวกับโรคออทิสติกได้ เพราะโรคออทิสติกเป็นความผิดปกติทางสมอง โดยสิ่งเหล่านี้จะยังตรวจไม่เจอ เพราะฉะนั้นเราจะต้องดูการทำงานของสมองของลูกเราไปเรื่อย ๆ โดยอาจจะต้องคอยดูพัฒนาการของลูกเราว่าเขามีพัฒนาการช้าไหม สิ่งนี้ถึงจะบอกได้ว่าลูกเป็นโรคออทิสติกค่ะ

 

โรคออทิสติกมีกี่ประเภท เราสามารถสังเกตลูกของเราได้อย่างไรบ้างคะ?

คุณหมอ : แบ่งออกเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ เลยค่ะ ได้แก่ ประเภทออทิสติกแท้ และประเภทออทิสติกเทียม ในกรณีของออกทิสติกแท้เกิดจากการทำงานของสมองที่เด็กไม่สามารถที่จะเลียนแบบสังคม เลียนแบบพ่อแม่ หรือสบตาคนอื่นได้ มันจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่เราสามารถที่จะทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการบำบัด เช่น สามารถทำให้เขาเข้าสังคมได้ สามารถทำให้เขาพูดทันคนอื่นได้ ส่วนกรณีออทิสติกเทียม คือเกิดจากสมองไม่ได้เกิดความบกพร่องอะไรเลย แต่เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นออทิสติกเทียมได้ เช่น การไม่มองหน้า ไม่สบตา พูดช้าและไม่มีทักษะทางสังคม โดยอาจจะมาจากการเลี้ยงดูที่ให้ลูกเล่นโทรศัพท์มากจนเกินไป เพราะโดยปกติเด็กที่เกิดมาสมองของเด็กก็จะเริ่มพัฒนาตั้งแต่การมองหน้า การสบตา สังเกตได้ง่ายๆ เวลาที่เรามองหน้าหรือสบตาลูก เด็กเขาก็จะแสดงออกตามเราไปด้วย โดยเฉพาะเด็กทารกนั่นเอง แต่ถ้าเราเลี้ยงลูกแบบให้ลูกเล่นโทรศัพท์มากจนเกินไป เขาก็จะไม่สามารถเข้าสังคมได้ เพราะไม่รู้จะต้องเลียนแบบจากใคร หรือต้องปฏิบัติตัวต่อสังคมยังไงนั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าออทิสติกแท้เกิดจากความผิดปกติทางสมอง แต่ออทิสติกเทียมเกิดจากการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กเกิดความผิดปกติไปค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกไม่สบตา ไม่มองหน้า เพราะอะไร อันตรายมั้ย เป็นออทิสติกหรือเปล่า แก้ยังไงได้บ้าง

 

ถ้าพบว่าลูกของเรามีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติก เราสามารถดูแลลูกอย่างไรได้บ้างคะ?

 

ลูกเป็นออทิสติก 2

(รูปโดย rawpixel.com จาก freepik.com)

 

คุณหมอ : ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่รู้ว่าลูกของเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสติก การรักษาที่ดีอาจจะมาจากการบำบัดหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ แต่อันดับแรกเราต้องดูก่อนว่าลูกของเรามีพัฒนาการช้าไหม โดยอาจจะเริ่มต้นจากการสังเกตง่าย ๆ ว่าลูกไม่มองหน้า ไม่สบตา หรือเวลาที่เราเรียก เขาก็จะไม่หันมามอง หรือช่วงเวลาที่เขามีอายุประมาณ 6 – 9 เดือน เขาจะไม่กลัวคนแปลกหน้า จะไม่รู้ว่าใครคือคนในครอบครัว หรือใครคือคนเลี้ยงประมาณนี้ค่ะ

ส่วนในช่วงที่เขาอายุประมาณ 1 ขวบ เด็กที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้เขาจะไม่มีความสงสัยอะไรเลย ไม่ถาม ไม่พูดอะไร หรือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ นั้นก็แสดงว่าเขามีโอกาสที่จะเป็นออทิสติกค่อยข้างสูง นอกจากนี้เด็กบางคนก็อาจจะมีพฤติกรรมแปลกแทรกเข้ามาด้วย อาทิเช่น ชอบสะบัดมือ ชอบเดินแขยงเท้า เป็นต้น และถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้แบบนี้อาจจะต้องพาลูกไปพบหมอพัฒนาการ หรือว่าจิตแพทย์เด็กได้เลย เพื่อที่จะปรึกษาและหาสาเหตุที่เกิดขึ้นค่ะ

 

ในกรณีที่คุณแม่เป็นออทิสติกอัจฉริยะสามารถถ่ายทอดส่งไปถึงลูกได้ไหมคะ?

คุณหมอ : ไม่ว่าคุณแม่จะเป็นออทิสติกประเภทไหนก็สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกได้ค่ะ อาทิเช่น โรคออทิสติก โรคสมาธิสั้น  โรคทางสมอง หรือโรคอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันสามารถถ่ายทอดออกมาทางพันธุกรรมได้ แต่อาจจะไม่ได้เป็นเลย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เสี่ยงที่จะเป็นได้เช่นกัน

 

โรคออทิสติกเทียมสามารถเกิดขึ้นกับวัยเด็กเท่านั้นไหมคะ หรือโตขึ้นมาแล้วอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ก็สามารถเป็นได้ใช่ไหมคะ?

คุณหมอ : จริงๆ แล้วส่วนใหญ่การมองหน้า สบตา ทักษะการเข้าสังคม การเลียนแบบอะไรพวกนี้มันจะมีการพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กแล้วค่ะ แต่กรณีที่เด็กโตแล้วเขาก็จะมีทักษะการเข้าสังคม การพูดคุย หรือมองหน้าสบตาคนอื่นๆ ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโรคออทิสติกอาจจะเป็นมาตั้งแต่วัยเด็กแล้วค่ะ

 

นอกจาการเลี้ยงดูด้วยโทรศัพท์ที่ส่งผลให้ลูกเป็นออทิสติกเทียมได้แล้วนั้น ยังมีการเลี้ยงดูแบบอื่นที่ส่งผลให้ลูกเป็นออทิสติกเทียมได้อีกไหมคะ?

คุณหมอ : จริง ๆ แล้วการเลี้ยงดูแบบอื่นที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสติกเทียมยังไม่ค่อยมีค่ะ แต่ถามว่ามีวิธีอื่นก็อาจจะยกตัวอย่างเช่น เด็กที่ถูกทอดทิ้ง หรือเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย เพราะการที่เด็กถูกทำร้ายร่างกายมาก ๆ ก็อาจจะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กับเด็กออทิสติกก็ได้  เพราะฉะนั้นออทิสติกเทียมส่วนใหญ่จะเกิดจากการเลี้ยงลูกแบบให้ลูกอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์นานเกินไปมากกว่านะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกเล่นโทรศัพท์จนตาอักเสบหวิดตาบอด เคยได้ยินมาไม่อยากเชื่อ จนลูกเป็น!

 

ถ้าน้องสาวเป็นออทิสติก ปัจจุบันอายุ 27 ปีแล้ว ลูกของเรามีโอกาสที่จะเป็นออทิสติกมากน้อยแค่ไหนคะ?

คุณหมอ : ถ้าคุณแม่ไม่ได้เป็นโรคออทิสติก ลูกของเราก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ค่อนข้างน้อยค่ะ หรือถ้าเป็นก็อาจจะมีความเสี่ยงน้อยมากๆ แต่ถ้าเป็นลูกของน้องสาวเราเลย เด็กก็จะมีความเสี่ยงสูงกว่าค่ะ

 

ในกรณีเด็ก 3 ปีแรกนะคะ เด็กไม่เคยดูจอโทรศัพท์เลย แต่พึ่งมาเล่นหลังจากนี้ 3 ปี 3 เดือน โดยเราจะกำหนดให้เขาเล่นรอบละ 10 – 15 นาที วันละ 4 – 5 รอบ ลูกมีโอกาสที่จะเป็นออทิสติกไหม?

 

ลูกเป็นออทิสติก 3
บทความจากพันธมิตร
Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่
Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่
การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ
การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
Foremost 100% Cow's Milk คว้ารางวัล Parents' Choice Best UHT 2025 สุดยอดนมในดวงใจพ่อแม่
Foremost 100% Cow's Milk คว้ารางวัล Parents' Choice Best UHT 2025 สุดยอดนมในดวงใจพ่อแม่

(รูปโดย wirestock จาก freepik.com)

 

หมอแอม : ไม่เสี่ยงที่จะเป็นโรคออทิสติกค่ะ เพราะเท่าที่หมอดูเด็กก็จะเล่นโทรศัพท์ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่กำลังพอดีค่ะ ไม่เกินเวลาที่กำหนดสำหรับเด็กในช่วงอายุประมาณนี้ เพราะวัยนี้ไม่ควรที่จะเล่นโทรศัพท์เกิน 1 – 2 ชั่วโมงต่อวัน (อันนี้จะยังไม่รวมการเรียนออนไลน์ เพราะสมัยนี้เด็กมีการเรียนออนไลน์มากขึ้น ซึ่งมันคนละอันเกี่ยวกับการดูยูทูปนะคะ) เพราะฉะนั้นการเล่นโทรศัพท์ทีหลังแต่ถ้าไม่เกินช่วงเวลาที่กำหนด ก็ไม่เสี่ยงที่จะเป็นโรคออทิสติกค่ะ ส่วนกรณีที่ดูทีหลังแต่ดูเป็นเวลานาน ดูทั้งวันก็อาจจะมีโอกาสเป็นโรคออทิสติกขึ้นมาได้ แต่จะมีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้นได้มากกว่าค่ะ

 

ลูกอายุเกือบ 4 ขวบแล้ว แต่ยังไม่พูดเลย มีอาการเหมือนโรคออทิสติก เมื่อพาไปหาหมอแล้ว หมอก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคออทิสติก เราควรทำอย่างไรดีคะ?

คุณหมอ : เราก็อาจจะรักษาไม่ใช่แค่การกินยาเท่านั้น  แต่เราต้องปรับพฤติกรรมและทำการบำบัดตามไปด้วย โดยเราอาจจะเข้ากลุ่มเกี่ยวกับเด็กออทิสติกร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น สมาคมบำบัดเด็กออทิสติกธนบุรี เป็นต้น เราก็อาจจะรวมกลุ่มเพื่อทำการบำบัดลูก หรืออาจจะให้ลูกเรียนโรงเรียนสอนบำบัดตามจังหวัดต่าง ๆ ได้เช่นกัน ถ้ากรณีลูกของเราโตขึ้น และต้องเข้าโรงเรียนเราก็อาจจะต้องดูด้วยว่าลูกของเราเป็นออทิสติกในระดับไหน ถ้าเขาเป็นเด็กออทิสติกที่บกพร่องทางสติปัญญามาก เราไม่ควรที่จะให้ลูกเรียนกับเด็กคนอื่น  แต่ถ้าลูกของเราเป็นออทิสติกที่สมาธิสั้น บกพร่องทางสติปัญญาน้อย เราก็สามารถให้ลูกเรียนโรงเรียนปกติได้ แต่คุณครูที่สอนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเด็กพิเศษตามไปด้วย และในกรณีนี้ก็จะทำให้ลูกของเราได้เรียนรู้ ได้ปรับตัวเข้ากับสังคมมากขึ้นได้นั่นเองค่ะ

 

โรคออทิสติกเทียม ต่างจากสมาธสั้นอย่างไรคะ?

หมอแอม : สองอย่างนี้ค่อนข้างต่างกันชัดเจนเลยค่ะ เด็กสมาธิสั้นจะเป็นเด็กที่ไม่มีสมาธิเลย นั่นแปลว่าเด็กเหล่านี้เขายังสามารถมองหน้า สบตา หรือเข้าสังคมได้ แถมเขายังมีปฏิสัมพันธ์กับเราได้อย่างปกติ เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มีสมาธิที่จะทำงานให้เสร็จได้เท่านั่นเอง หรือบางคนก็อาจจะรออะไรได้ไม่นาน อยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนี้ ซึ่งในกรณีนี้ก็อาจจะเป็นตั้งแต่เด็กจนโตได้เช่นกัน ส่วนโรคออทิสติกอย่างที่บอกเลยค่ะ เด็กเหล่านี้จะไม่พูด ไม่สบตา ไม่มองหน้า ไม่เข้าสังคม เพราะเขาบกพร่องทางทักษะทางสังคมเป็นหลัก ส่วนความบกพร่องทางด้านสติปัญญาจะขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลยค่ะว่าบกพร่องเยอะ หรือบกพร่องน้อยแค่ไหนค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลูกเป็นสมาธิสั้นทำยังไง? กิจกรรมแก้โรคสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ซุกซน

 

ส่วนความเชื่อที่บอกว่ามีลูกในช่วงอายุมาก ลูกจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสติกไหมคะ?

หมอแอม : บอกเลยว่าไม่เสี่ยงค่ะ แต่ลูกอาจจะเสี่ยงเป็นโรคดาวน์ซินโดรมมากกว่า เพราะโรคดาวน์ซินโดรมจะเป็นแนวสติปัญญาเกิดความบกพร่องเลย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไอคิวต่ำ แต่เด็กเหล่านี้เขาก็ยังสามารถมองหน้า สบตา หรือถาม – ตอบเราได้อย่างปกติ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่ามีลูกในช่วงอายุมาก ๆ เสี่ยงที่จะเป็นโรคดาวน์ซินโดรมมากว่า ไม่เกี่ยวกับการเป็นโรคออทิสติกค่ะ

 

ลูกเป็นออทิสติก 4

(รูปโดย master1305 จาก freepik.com)

 

ดังนั้นขอสรุปเลยนะคะว่าเรื่องความแตกต่างระหว่างโรคออทิสติกกับสมาธิสั้น การที่เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นเขาจะยังเข้ากับสังคมได้ สามารถพูดคุยกับเราได้ เพียงแต่เขาไม่ได้มีสมาธิที่จะทำอะไรสำเร็จได้ตัวเอง หรือเขาอาจจะรอคอยไม่ได้ อดทนไม่ได้เฉยๆ แต่ในส่วนของออทิสติกนั้น เด็กจะไม่สามารถเข้าสังคมได้ ไม่มองหน้า ไม่สบตาใคร ซึ่งอาจจะมีเรื่องของการพูดช้าหรือสติปัญญาเกิดความบกพร่องร่วมด้วย และถ้าลูกของเรามีพัฒนาการช้า หรือว่ามีสัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการเป็นออทิสติก อย่าปล่อยไว้นาน เราควรพาลูกไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะทำการบำบัดและรักษาเขาให้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ นอกจากนี้อยากจะฝากบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกคนว่า ไม่ว่าลูกของเราจะเป็นแบบไหน หรือเติบโตมายังไง การยอมรับ และเข้าใจเป็นที่ดีที่สุดในการเลี้ยงลูกของเราให้ดีขึ้นได้ค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจ : วิธีแก้ลูกเอาแต่ใจตัวเอง เลี้ยงลูกยังไงให้พอดีในยุคโซเชียล ก่อนจะสายเกินแก้

เลี้ยงลูกแบบนี้ไง ลูกถึงเป็น โรคพฤติกรรมเกเรก้าวร้าว เด็กเกเร ไม่ใช่เรื่องเล็ก

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ห่างความรุนแรง เลี้ยงลูก อย่างไร? ไม่ให้ลูกตกเป็นเหยื่อ

 

ที่มา : แพทย์หญิง พรนิภา ศรีประเสิรฐ กุมารแพทย์  เจ้าของเพจ เรื่องเด็ก ๆ by หมอแอม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Tidaluk Sripuga

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • สังเกตอย่างไร? ว่า ลูกเป็นออทิสติก พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงต่อโรคนี้
แชร์ :
  • Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่
    บทความจากพันธมิตร

    Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่

  • การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ

  • โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
    บทความจากพันธมิตร

    โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว

  • Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่
    บทความจากพันธมิตร

    Foremost Chocolate Milk คว้า Parents' Choice Best Flavored Milk 2025 ในดวงใจคุณพ่อคุณแม่

  • การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    การันตีคุณภาพ! BABY TATTOO คว้ารางวัล Parents’ Choice จาก theAsianparent Awards 2025 ที่แม่ไว้วางใจ

  • โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
    บทความจากพันธมิตร

    โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว