ทารกบิดตัวบ่อย นอนอยู่ดี ๆ ก็บิดตัวไปมา ทำหน้าบูด หรือเกร็งแขนขา เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด–6 เดือน และหลายครั้งก็เป็นเพียงพัฒนาการปกติค่ะ แต่บางครั้งก็อาจเกี่ยวข้องกับ อาการท้องอืด กรดไหลย้อน หรือภาวะผิดปกติบางอย่าง ที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดนะคะ
บทความนี้เราจะอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ พร้อมแนะนำ วิธีแก้อาการลูกบิดตัว ที่ทำได้ที่บ้าน รวมทั้งสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
ทำไมทารกถึงบิดตัวบ่อย?
สาเหตุของการบิดตัวในทารกมีหลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “สาเหตุปกติ” ไม่ได้อันตราย แต่คุณแม่ควรรู้จักเพื่อแยกความแตกต่าง
เด็กแรกเกิดยังมี รีเฟล็กซ์เกร็งตัว (Primitive reflexes) อยู่ เช่น Moro reflex, Tonic neck reflex ทำให้ดูเหมือนบิดตัวหรือเกร็งแขนขา งานวิจัยใน Journal of Child Neurology (2018) พบว่าทารกแรกเกิดกว่า 70% มีการเกร็งหรือบิดตัวเล็กน้อยในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งถือว่าปกติ
ทารกยังพูดไม่ได้ การบิดตัวจึงเป็นการบอกว่า “หนูหิว” “หนูง่วง” หรือ “หนูไม่สบายตัว” American Academy of Pediatrics (AAP) อธิบายว่า ทารกใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหวเพื่อสื่อสารกับผู้ดูแลตั้งแต่วันแรกที่เกิด
ลูกท้องอืดบิดตัว เป็นสาเหตุยอดฮิต เพราะทารกกลืนลมขณะดูดนม ทำให้เกิดแก๊สในท้องได้ค่ะ งานวิจัยจาก American Academy of Pediatrics (AAP, 2020) ชี้ว่า เด็กท้องอืดบิดตัวส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่การดูแลที่ถูกต้องช่วยลดอาการได้มาก
ลูกบิดตัวบ่อย อาจเกิดจากภาวะโคลิก ที่เด็กจะร้องไห้บิดตัวงอท้องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน งานวิจัยใน Pediatrics (2015) ระบุว่า โคลิกพบในทารก 10–30% ทั่วโลก
และอีกสาเหตุหนึ่งคือ กรดไหลย้อนในทารก ทำให้ลูกบิดตัวเหมือนพยายามดันนมออก อาจอาเจียนบ่อย และน้ำหนักขึ้นช้า National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (2021) ชี้ว่า กรดไหลย้อนในทารกพบประมาณ 20% ในวัย 1–3 เดือน และมักดีขึ้นเองเมื่ออายุเกิน 6 เดือน

ทารกบิดตัวบ่อย อาการแบบไหน “ปกติ” ไม่ต้องกังวล
ถ้าลูกมีลักษณะเหล่านี้ คุณแม่วางใจได้ว่า ทารกถึงบิดตัวบ่อย ไม่ได้อันตรายค่ะ
- บิดตัวเพียงชั่วครู่แล้วหยุด
- ไม่มีการร้องไห้หนักหรือยาวนาน
- กินนมได้ น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ WHO growth chart
- ไม่มีอาการเขียว หายใจลำบาก
สรุป ถ้าลูกยังดูสดใส ร่าเริง กินนมเก่ง แค่บิดตัวบ่อย ๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ
ทารกบิดตัวบ่อย อาการแบบไหน “ผิดปกติ” ควรรีบพบแพทย์
แม้ส่วนใหญ่จะปลอดภัย แต่คุณแม่ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ทันทีถ้ามีอาการเหล่านี้:
- บิดตัวร่วมกับ ร้องไห้เสียงดังนานเกิน 3 ชั่วโมง/วัน เนื่องจากเสี่ยงโคลิก
- อาเจียนพุ่ง น้ำหนักไม่ขึ้น
- ตัวเกร็ง แขนขากระตุก คล้ายชัก
- หน้าเขียว หายใจลำบากขณะบิดตัว
- มีไข้ร่วมด้วย
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร หรือการติดเชื้อ ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ค่ะ
ตารางสรุปอาการบิดตัวของทารก
|
| อาการปกติ (ไม่ต้องกังวล) |
อาการผิดปกติ (ควรพาไปพบแพทย์) |
| บิดตัว/เกร็งแขนขาเพียงชั่วครู่ แล้วหยุดได้เอง |
บิดตัวเกร็งนาน ๆ หรือบ่อยมากตลอดวัน |
| ร้องบ้างเล็กน้อยแล้วสงบลง |
ร้องไห้หนักเกิน 3 ชั่วโมง/วัน ติดต่อกันหลายวัน (เสี่ยงโคลิก) |
| กินนมได้ตามปกติ น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ |
กินนมได้น้อย อาเจียนพุ่ง น้ำหนักไม่ขึ้น |
| หายใจปกติ ไม่มีสะดุด |
บิดตัวแล้วหน้าเขียว หายใจติดขัด |
| ไม่มีไข้ ไม่มีชัก |
มีไข้ ตัวเกร็ง แขนขากระตุก คล้ายชัก |
| สดใส ร่าเริง ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว |
ซึม ไม่ตอบสนอง หรือพัฒนาการช้าลง |

5 วิธีแก้อาการลูกบิดตัว ที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้าน
เมื่อเจออาการ “ทารกบิดตัวบ่อย” คุณแม่สามารถช่วยลูกให้สบายขึ้นด้วยวิธีดังนี้
1. ช่วยเรอหลังให้นมทุกครั้ง
จับเรอโดยอุ้มลูกพาดบ่า หรือนั่งตักแล้วประคองศีรษะ ตบหลังเบา ๆ จนเรอ ลดการสะสมของลมในท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืดบิดตัว
2. นวดท้องเบา ๆ
ใช้นิ้วมือนวดวนตามเข็มนาฬิกาที่หน้าท้อง งานวิจัยใน Iranian Journal of Pediatrics (2014) พบว่าการนวดท้องช่วยลดอาการโคลิกในทารกได้จริง
3. ทำท่า “ปั่นจักรยานอากาศ”
จับขาลูกงอเข้าหาท้องสลับข้างเหมือนปั่นจักรยาน ช่วยให้ลมเคลื่อนตัวออกได้ง่าย
4. จัดท่านอนศีรษะสูงเล็กน้อย
โดยเฉพาะเด็กที่มีกรดไหลย้อน ควรใช้ที่นอนที่ปลอดภัย ไม่ใช้หมอนหนุนสูงเกินไป ป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ
5. กอด อุ้ม หรือห่อตัว (Swaddle)
เด็กบางคนบิดตัวเพราะ ตกใจหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย คุณแม่ควรกอดหรือห่อตัวอย่างเหมาะสมช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่น คลายกังวลได้ค่ะ

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกบิดตัวบ่อยเกินไป
- เลือกขวดนม/จุกนมที่ลดการกลืนลม (anti-colic)
- ให้นมในท่าที่ถูกต้อง ไม่เอนราบเกินไป
- คุณแม่ที่ให้นมบุตร ควรสังเกตอาหารที่ทาน เช่น กะหล่ำปลี ถั่ว หรือเครื่องดื่มอัดลม อาจทำให้ลูกท้องอืด
- จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ ลดสิ่งรบกวน
คำแนะนำจากกุมารแพทย์
อาการ ทารกบิดตัวบ่อย ส่วนใหญ่หายได้เอง เมื่อระบบประสาทและระบบทางเดินอาหารแข็งแรงขึ้น ประมาณอายุ 4–6 เดือน แต่ถ้าอาการรุนแรง หรือมีสัญญาณผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุนะคะ และที่สำคัญ คุณแม่ไม่ควรซื้อยาลดกรดหรือยาขับลมมาให้ลูกเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์นะคะ
ทารกบิดตัวบ่อย เป็นเรื่องที่เจอได้ทั่วไป ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการหรือระบบทางเดินอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ คุณแม่สามารถใช้ วิธีแก้อาการลูกบิดตัว ที่บ้าน เช่น ช่วยเรอ นวดท้อง หรือกอดห่อตัว แต่หากลูกมีอาการ ลูกท้องอืดบิดตัวร่วมกับร้องไห้หนัก อาเจียนพุ่ง หรือน้ำหนักไม่ขึ้น ต้องรีบปรึกษากุมารแพทย์นะคะ
สิ่งสำคัญคือ อย่าตกใจ แต่ก็อย่ามองข้าม เพราะความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยให้ลูกน้อยสบายตัวและเติบโตแข็งแรงค่ะ
ที่มา : AAFP.org, Mayo Clinic, Healthline
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิธีนวดท้องให้ทารกถ่าย ท่านวดท้องทารก ให้ลูกถ่ายคล่อง ท้องไม่อืด (มีคลิป)
ลูกบิดตัวบ่อย หลับไม่สนิท ปกติไหม แก้อาการลูกบิดตัวยังไงดี
ทารกนอนบิดตัว เกิดจากอะไร ส่งผลเสียต่อสุขภาพลูกน้อยหรือไม่?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!