การนอนไม่พอไม่ใช่แค่เรื่องเพลียร่างพังนะคะคุณแม่ แต่การนอนคือ อาหารสมองที่สำคัญที่สุดของลูกน้อยในขวบปีแรก ในช่วงนี้ สมองของลูกกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจาก Sleep Foundation ชี้ว่า การนอนหลับที่มีคุณภาพคือช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone และจัดระเบียบความทรงจำที่เรียนรู้มาทั้งวัน ดังนั้น การพาลูกเข้านอนไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการส่งเสริมพัฒนาการ มาดู วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วกันค่ะ
วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว: สร้างบรรยากาศชวนฝัน
สภาพแวดล้อมคือด่านแรกที่จะบอกลูกว่า ถึงเวลานอนแล้ว
-
ปิดจอ! บอกลาแสงสีฟ้า (Blue Light)
แสงสีฟ้าจากทีวี แท็บเล็ต หรือมือถือ จะเข้าไปยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) หรือฮอร์โมนแห่งการนอนหลับโดยตรง ทำให้วงจรนาฬิกาชีวภาพของลูกรวน และทำให้หลับยากขึ้น
สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (American Academy of Pediatrics – AAP) แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 เดือน หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอทุกชนิด (ยกเว้นวิดีโอแชท) และควรปิดจอทุกอย่างอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนนอนค่ะ
-
มืด…ต้องมืดสนิท
ความมืดสนิทคือสัญญาณที่ดีที่สุดสำหรับสมองในการผลิตเมลาโทนิน ผ้าม่านทึบแสง คือการลงทุนที่คุ้มค่ามากค่ะ
แม้แต่แสงไฟสลัวๆ จากสวิตช์ไฟ หรือเครื่องฟอกอากาศ ก็อาจรบกวนการนอนของทารกบางคนที่ไวต่อแสงได้ ลองปิดหรือหาอะไรมาบังแสงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ดูนะคะ
-
ปรับอุณหภูมิให้เย็นสบาย
ร่างกายคนเราจะนอนหลับได้ดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายลดลงเล็กน้อย ห้องที่ร้อนหรืออับเกินไปทำให้ลูกไม่สบายตัวและตื่นบ่อย
AAP แนะนำอุณหภูมิห้องที่เหมาะกับการนอนของทารก และช่วยลดความเสี่ยง SIDS (ภาวะไหลตายในทารก) ไว้ที่ประมาณ 20-22 องศาเซลเซียส ให้ลูกสวมชุดนอนที่พอดี ไม่หนาจนเหงื่อออกค่ะ
-
พลังแห่งเสียง White Noise
เสียง White Noise เสียงซ่าๆ เช่น เสียงฝน เสียงคลื่น หรือเสียงเครื่องดูดฝุ่นเบาๆ ช่วยกลบเสียงรบกวนภายนอกที่อาจทำให้ลูกสะดุ้งตื่น (Moro reflex)
มีงานวิจัยคลาสสิกที่ตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Disease in Childhood พบว่าเสียง White Noise สามารถช่วยให้ทารกแรกเกิดหลับได้ภายใน 5 นาที เสียงนี้มีความคล้ายคลึงกับเสียงที่ลูกได้ยินตลอดเวลาตอนอยู่ในท้องแม่ ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยค่ะ
14 วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว เหมือนเสกได้ เคล็ดลับที่พ่อแม่มือใหม่ไม่รู้ไม่ได้
วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว: สร้างกิจวัตร “รู้เวลานอน”
ความสม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทารกชอบสิ่งที่คาดเดาได้
-
ทำกิจวัตรก่อนนอนให้น่าเบื่อ (แต่จำเป็น!)
การทำกิจกรรมซ้ำๆ เดิมๆ ทุกคืน เช่น อาบน้ำอุ่น นวดเบาๆ อ่านนิทาน ร้องเพลงกล่อม ปิดไฟ เป็นเวลา 15-30 นาที จะเป็นการส่งสัญญาณให้สมองและร่างกายของลูกรู้ว่า ใกล้เวลาพักผ่อนแล้ว
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep (2015) ยืนยันว่า ทารกที่มีกิจวัตรก่อนนอนที่สม่ำเสมอ จะหลับเร็วขึ้น ตื่นกลางดึกน้อยลง และนอนหลับได้นานขึ้น คุณแม่อาจจะรู้สึกน่าเบื่อ ที่ต้องทำซ้ำๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
-
จับสัญญาณง่วงให้ทัน
สัญญาณง่วง เช่น หาว ขยี้ตา ตาปรือ เหม่อลอย หรือเริ่มงอแงเบาๆ คือช่วงที่ร่างกายลูกพร้อมนอนที่สุด
หากคุณแม่ปล่อยผ่านช่วงนี้ไป จนลูกเข้าสู่ภาวะเหนื่อยเกินไป (Overtired) ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาสู้ ทำให้ลูกตื่นตัว ร้องไห้หนัก และกล่อมยากกว่าเดิมหลายเท่าค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง รู้จัก Wake Windows แก้ปัญหาลูกนอนยาก ช่วยให้นอนเต็มอิ่ม พัฒนาการดี
-
งีบกลางวัน สำคัญไม่แพ้กลางคืน
คุณแม่บางคนคิดว่าถ้าลูกไม่นอนกลางวัน จะทำให้หลับกลางคืนง่ายขึ้น ความจริงคือ “ตรงกันข้าม” ค่ะ การงีบหลับที่มีคุณภาพในตอนกลางวันตามวัยของเขา จะช่วยป้องกันภาวะ Overtired ในตอนเย็น
ตามหลักการ “Sleep Begets Sleep” (การนอนก่อให้เกิดการนอน) เด็กที่ได้พักผ่อนเพียงพอระหว่างวัน จะเข้านอนในตอนกลางคืนได้ง่ายกว่าเด็กที่เหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันค่ะ
-
เข้านอนเร็วขึ้น อาจดีกว่า
สอดคล้องกับข้อ 6 และ 7 ทารกส่วนใหญ่มีนาฬิกาชีวภาพที่พร้อมนอนเร็วกว่าผู้ใหญ่ (ประมาณ 18:30 – 20:00 น.) การฝืนให้ลูกตื่นดึกๆ เพื่อหวังให้หลับยาว อาจกลายเป็นภาวะ Overtired แทน
ลองขยับเวลานอนของลูกให้เร็วขึ้นทีละ 15 นาที ดูสัก 2-3 วัน คุณแม่อาจพบว่าลูกหลับง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ
ทำอย่างไรให้ลูกนอนหลับ
วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว: เทคนิคปลอบโยน “อบอุ่น ปลอดภัย”
-
การห่อตัวอย่างถูกวิธี
สำหรับทารกแรกเกิด (0-3 เดือน) การห่อตัวจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท้องแม่ที่อบอุ่นและคับแคบ ช่วยป้องกันการสะดุ้ง (Moro reflex) ที่ทำให้ลูกตื่น
AAP ย้ำว่าต้อง ห่ออย่างปลอดภัย คือ แน่นบริเวณแขน แต่หลวมบริเวณสะโพกและขา เพื่อให้ลูกขยับขาได้ ป้องกันโรคข้อสะโพกหลุด และต้องหยุดห่อตัวทันที เมื่อลูกเริ่มมีสัญญาณว่าจะพลิกคว่ำได้เองค่ะ
-
พลังของจุกหลอก
การดูดเป็นสัญชาตญาณที่ช่วยให้ทารกผ่อนคลาย AAP แนะนำให้ใช้จุกหลอกตอนนอน ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดว่า ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ SIDS (ภาวะไหลตายในทารก) ได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับแม่ที่ให้นมแม่ รอให้ลูกดูดเต้าคล่องก่อน หรือประมาณ 3-4 สัปดาห์ ค่อยเริ่มใช้ค่ะ
-
รับมือฟันขึ้น ตัวร้ายทำลายการนอน
อาการปวดเหงือกช่วงฟันขึ้น เป็นสาเหตุคลาสสิกที่ทำให้เด็กที่เคยนอนง่ายกลับตื่นบ่อยและงอแง
AAP แนะนำวิธีที่ปลอดภัยคือ การนวดเหงือกเบาๆ ด้วยนิ้วที่สะอาด หรือให้ลูกกัดยางกัดแช่เย็น (ห้ามแช่แข็ง)
ทำอย่างไรให้ลูกนอนหลับ
วิธีทำให้ลูกหลับเร็ว: พลังจากคุณแม่ (และคุณพ่อ)
-
รอสักครู่ ก่อนพุ่งเข้าไปอุ้ม
ทารกมีวงจรการนอนหลับที่สั้นกว่าผู้ใหญ่ และมักจะมีการตื่นระยะสั้นๆ ระหว่างรอบการนอน ซึ่งเขาอาจจะส่งเสียงอ้อแอ้ พลิกตัว หรือร้องครางเบาๆ
นี่คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่จะกล่อมตัวเอง (Self-soothing) หากคุณแม่รีบพุ่งไปอุ้มทันทีที่ลูกขยับตัว อาจกลายเป็นการปลุกเขาให้ตื่นเต็มตา ลองหยุด หายใจลึกๆ และรอสัก 1-2 นาที (หากลูกไม่ร้องไห้จ้า) ดูว่าลูกสามารถกลับไปหลับต่อเองได้หรือไม่
-
คุณแม่ต้องใจเย็น
ทารกเหมือนฟองน้ำที่ซึมซับอารมณ์ค่ะ ทารกสามารถรับรู้ความเครียด ความกังวล หรือความหงุดหงิดของคุณแม่ได้
ทฤษฎี Co-regulation อธิบายว่า หากคุณแม่เครียด หัวใจเต้นเร็ว ลูกก็จะเครียดตามและหลับยากขึ้น พยายามหายใจเข้าลึกๆ ทำใจให้สงบ การอุ้มลูกโยกเบาๆ พร้อมเสียง “ชู่ว์” ยาวๆ จะช่วยให้ระบบประสาทของทั้งแม่และลูกสงบลงพร้อมกันค่ะ
-
ทำใจ…และขอความช่วยเหลือ
บางครั้งเราทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ลูกก็ยังไม่นอน! นี่ไม่ใช่ความล้มเหลวของคุณแม่นะคะ
หากคุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่ไหว ให้สลับเวรกับคุณพ่อ หรือขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว ทำใจให้สบายว่ามันเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง ที่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป และหากคุณแม่กังวลว่าการนอนของลูกผิดปกติ หรือร้องไห้ไม่หยุดจริงๆ อย่าลังเลที่จะปรึกษากุมารแพทย์นะคะ
ทีมงาน TheAsianparent ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่และคุณพ่อทุกคนผ่านค่ำคืนที่ยาวนานนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่งนะคะ สู้ๆ ค่ะ!
ทำอย่างไรให้ลูกนอนหลับ
แหล่งอ้างอิง
1. American Academy of Pediatrics (AAP) – HealthyChildren.org:
คำแนะนำเรื่องการนอนที่ปลอดภัยและการลดความเสี่ยง SIDS (รวมถึงเรื่องอุณหภูมิห้อง, การใช้จุกหลอก, การห่อตัว): https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/baby/sleep/Pages/A-Parents-Guide-to-Safe-Sleep.aspx
คำแนะนำเรื่องการใช้หน้าจอ (Blue Light): https://www.healthychildren.org/English/family-life/Media/Pages/Why-to-Avoid-TV-Before-Age-2.aspx
คำแนะนำเรื่องการรับมือฟันขึ้น: https://www.healthychildren.org/English/ages-stages/baby/teething-tooth-care/Pages/Teething-Pain.aspx
2. Sleep Foundation:
ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับการนอนของทารก (ความสำคัญ, นาฬิกาชีวภาพ): https://www.sleepfoundation.org/children-and-sleep
3. งานวิจัยด้านกิจวัตรก่อนนอน (Bedtime Routines):
Mindell, J. A., et al. (2015). “Bedtime routines for young children: a dose-dependent association with sleep outcomes.” Sleep, 38(5), 717–722. (ยืนยันว่ากิจวัตรก่อนนอนช่วยให้เด็กหลับดีขึ้น): academic.oup.com/sleep/article/38/5/717/2416972
4. งานวิจัยด้านเสียง White Noise:
Spencer, J. A., et al. (1990). “White noise and sleep induction.” Archives of Disease in Childhood, 65(1), 135–137. (งานวิจัยคลาสสิกเรื่อง White Noise): https://adc.bmj.com/content/65/1/135
5. 14 Infant Sleep Hacks To Get You Through the Night https://www.fatherly.com/health/infant-sleep-hacks
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
เหนื่อยเหลือเกิน! ลูกงอแงไม่ยอมนอน 8 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้น
บทสวดมนต์ก่อนนอน สวดทุกคืน ฝันดี ผีไม่มากวน บทสวดมนต์ฝันดี
เพลงกล่อมเด็กสากล ฟังแล้วลูกยิ้ม มีความสุข นอนหลับปุ๋ย สบายถึงเช้า
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!