TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ให้นมลูก คัดเต้าจนเป็นไข้ รับมืออย่างไรให้หายปวด

บทความ 5 นาที
ให้นมลูก คัดเต้าจนเป็นไข้ รับมืออย่างไรให้หายปวด

คุณแม่ให้นมคงเคยมีอาการคัดเต้า เต้านมแข็งตึง ปวดระบม หรือปั๊มนมไม่ออก บทความนี้จะช่วยให้คุณแม่รับมือเมื่อ คัดเต้าจนเป็นไข้ อย่างถูกวิธี

คุณแม่ให้นมหลายคนคงเคยมีอาการคัดเต้า เต้านมแข็งตึง ปวดระบม หรือปั๊มนมไม่ออก ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดการกับอาการคัดเต้าอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามกลายเป็น เต้านมอักเสบ หรือ คัดเต้าจนเป็นไข้ บทความนี้จะช่วยให้คุณแม่รับมือกับการคัดเต้าอย่างถูกวิธีค่ะ

 

คัดเต้าคืออะไร

คัดเต้า (Engorgement) คือภาวะที่เต้านมของคุณแม่มีน้ำนมคั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ร่วมกับการบวมของเนื้อเยื่อเต้านม มักเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังคลอดเมื่อร่างกายกำลังปรับสมดุลการผลิตน้ำนม หรือเมื่อน้ำนมไม่ได้ถูกระบายออกอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ

อาการที่บ่งบอกว่าคุณแม่กำลังคัดเต้า

  • เต้านมแข็งตึง บวมแดง ร้อน และเจ็บปวดรู้สึกเหมือนเต้านมเต็มไปด้วยน้ำนมจนแข็งเป็นก้อน เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บและอาจมีอาการบวมแดงร่วมด้วย
  • เต้านมปั๊มไม่ออก หรือปั๊มได้น้อยกว่าปกติ แม้จะพยายามปั๊มน้ำนมออก แต่กลับได้น้ำนมออกมาน้อย หรือน้ำนมไม่ไหลเลย
  • น้ำนมไหลไม่ดี หรือไหลช้า สังเกตได้ว่าน้ำนมไหลไม่พุ่ง หรือไหลเป็นหยดช้าๆ
  • บางครั้งอาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย ในบางราย อาการคัดเต้าที่รุนแรงอาจทำให้มีไข้ต่ำๆ ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าควรรีบจัดการก่อนที่จะลุกลามสู่เต้านมอักเสบ

 

ปัญหาคัด คัดเต้าจนเป็นไข้ เกิดจากสาเหตุใด

การคัดเต้าเป็นปัญหาที่เกิดจากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่มาจากการที่น้ำนมไม่ได้ถูกระบายออกจากเต้านมอย่างเพียงพอหรือสม่ำเสมอ

  • ลูกดูดนมไม่เกลี้ยงเต้าหรือไม่บ่อยพอ นี่คือสาเหตุหลัก คุณแม่อาจเจอปัญหาเมื่อลูกดูดนมผิดวิธี อมไม่ลึกถึงลานนม ทำให้ดูดน้ำนมออกได้ไม่หมด หรือลูกหลับนานเกินไปจนไม่ได้ดูดนมบ่อยเท่าที่ควร นอกจากนี้ การให้นมตามเวลาที่กำหนด แทนที่จะให้ตามความต้องการของลูก ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำนมได้
  • การปั๊มนมไม่สม่ำเสมอหรือไม่บ่อยพอ สำหรับคุณแม่ที่ปั๊มนม เช่น เมื่อกลับไปทำงานแล้วไม่ได้ปั๊มตามรอบ หรือใช้เครื่องปั๊มที่ไม่เหมาะสม/ไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้า
  • การหย่านมอย่างรวดเร็ว การหยุดให้นมลูกแบบกะทันหัน ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและยังคงผลิตน้ำนมอยู่ จึงเกิดการคั่งค้างขึ้น
  • สาเหตุอื่นๆ การใส่เสื้อชั้นในที่รัดแน่นเกินไปก็สามารถกดทับเต้านมและขัดขวางการไหลเวียนของน้ำนมได้ นอกจากนี้ คุณแม่บางรายที่มีภาวะน้ำนมพุ่ง (Oversupply) ในช่วงแรก ก็อาจประสบปัญหาคัดเต้าได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผลิตน้ำนมออกมามากเกินไป

คัดเต้าจนเป็นไข้

 

“น้ำนมใส” และ “น้ำนมลด” เมื่อคัดเต้า เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เมื่อเกิดอาการคัดเต้า คุณแม่อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำนมได้

  • คัดเต้าแล้วน้ำนมใส

การที่น้ำนมดูใสขึ้น ไม่ได้หมายความว่าน้ำนมไม่มีคุณภาพ แต่เป็นผลมาจากการที่น้ำนมส่วนหน้า (Foremilk) ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลักคั่งค้างอยู่ในเต้านมเป็นเวลานาน น้ำนมส่วนนี้จะถูกขับออกมาก่อนน้ำนมส่วนหลัง (Hindmilk) ที่มีความเข้มข้นและไขมันสูงกว่า ดังนั้นเมื่อเต้านมคัด น้ำนมใสจึงมักจะไหลออกมาเป็นลำดับแรก

  • คัดเต้าแล้วน้ำนมลด

เมื่อเต้านมคัดมากจนแข็งตึง ร่างกายจะได้รับสัญญาณว่ามีการผลิตน้ำนมมากเกินไปและไม่ถูกนำออกไปใช้ ซึ่งจะกระตุ้นการทำงานของสารที่เรียกว่า Feedback Inhibitor of Lactation (FIL) สารนี้จะทำหน้าที่ยับยั้งการสร้างน้ำนม ส่งผลให้การผลิตน้ำนมลดลงในระยะยาว หากปล่อยให้เต้านมคัดอยู่เป็นประจำหรือไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้น้ำนมแม่ลดน้อยลงและส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำนมในที่สุด

คัดเต้าจนเป็นไข้ สัญญาณอันตรายและภาวะเต้านมอักเสบ 

อาการคัดเต้าที่รุนแรงจนมีไข้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเกิดภาวะอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า เต้านมอักเสบ (Mastitis) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

อาการของเต้านมอักเสบที่ควรรีบสังเกต

  • ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดและมักมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก คล้ายอาการไข้หวัดใหญ่
  • เต้านมบวมแดง ร้อนจัด และเจ็บปวดมากผิดปกติ บริเวณเต้านมที่อักเสบจะมีลักษณะบวมแดงจัด สัมผัสแล้วร้อนจัด และมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงมากกว่าการคัดเต้าปกติ
  • อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ปวดหัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • บางรายอาจมีหนองไหลออกมาจากหัวนม นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อรุนแรง และควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ความแตกต่างระหว่างคัดเต้าธรรมดากับเต้านมอักเสบ

  • คัดเต้าธรรมดา เต้านมจะแข็งตึง เจ็บปวด แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีไข้สูง หรือมีไข้ต่ำๆ และอาการทั่วไปจะไม่รุนแรงเท่าเต้านมอักเสบ
  • เต้านมอักเสบ จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว และอาการอักเสบของเต้านมจะรุนแรงและปวดมากผิดปกติ
    หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับเต้านมบวมแดง ร้อนจัด และเจ็บปวดอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

 

คัดเต้าจนเป็นไข้

 

วิธีแก้ไขและบรรเทาอาการคัดเต้า (เมื่อยังไม่เป็นไข้)

เมื่อรู้สึกคัดเต้าแต่ยังไม่มีไข้สูง คุณแม่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีเหล่านี้

1. การให้นมลูกบ่อยขึ้น

เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการระบายน้ำนม ให้ลูกดูดนมตามความต้องการ (On-demand feeding) โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลา เพื่อให้เต้านมได้ระบายน้ำนมออกอย่างสม่ำเสมอ

2. ท่าให้นมที่ถูกต้อง

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกอมหัวนมได้ลึกถึงลานนม เพราะการอมที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ลูกดูดน้ำนมออกได้ไม่เกลี้ยงเต้า และทำให้เกิดการคั่งค้าง

3. การประคบ

  • ประคบอุ่นก่อนให้นมหรือปั๊ม ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ ประคบบริเวณเต้านมประมาณ 5-10 นาที จะช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลเวียนดีขึ้นและลดความแข็งตึง
  • ประคบเย็นหลังให้นมหรือปั๊ม ใช้แผ่นเจลเย็น หรือผ้าชุบน้ำเย็นประคบหลังการให้นมหรือปั๊ม จะช่วยลดอาการบวม อักเสบ และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

4. การบีบน้ำนมด้วยมือ

  • เทคนิค Reverse Pressure Softening (RPS) ใช้ปลายนิ้วกดรอบๆ ลานนมเบาๆ ค้างไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อช่วยให้น้ำเหลืองที่คั่งอยู่รอบลานนมไหลออกไป ทำให้ลานนมนิ่มลง ลูกดูดได้ง่ายขึ้น
  • บีบน้ำนมออกบางส่วนก่อนให้ลูกดูด หรือก่อนปั๊ม หากเต้านมคัดมากจนแข็ง ลูกอาจอมหัวนมไม่ติด ให้บีบน้ำนมออกบางส่วนจนเต้านมเริ่มนิ่มลงก่อน เพื่อให้ลูกดูดได้ง่ายขึ้น

5. การนวดเต้านม

นวดเต้านมเบาๆ จากบริเวณโคนเต้าไล่เข้าหาหัวนมในขณะที่ให้นมหรือปั๊มนม จะช่วยให้น้ำนมที่คั่งค้างไหลออกมาได้ดีขึ้น

  • การอาบน้ำอุ่น การยืนอาบน้ำอุ่นและปล่อยให้น้ำไหลผ่านเต้านมเบาๆ ก็สามารถช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมและบรรเทาอาการคัดตึงได้
  • การใช้กะหล่ำปลีเย็นประคบ นำใบกะหล่ำปลีแช่เย็น ล้างให้สะอาด และประคบบริเวณเต้านม โดยเว้นหัวนมไว้ สารในใบกะหล่ำปลีมีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมและอักเสบได้ดี ควรเปลี่ยนใบใหม่เมื่อกะหล่ำปลีเริ่มเหี่ยวหรือมีกลิ่นเหม็นเขียว

 

วิธีแก้ไขและบรรเทาอาการ คัดเต้าจนเป็นไข้  

เมื่ออาการคัดเต้าลุกลามจนมีไข้สูง แสดงว่าอาจเกิดภาวะเต้านมอักเสบ (Mastitis) ควรทำดังนี้

  • ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด: หากมีไข้สูง ปวดเต้านมมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ยังคงให้นมลูกหรือปั๊มนมต่อไป: แม้จะเจ็บปวด แต่การระบายน้ำนมออกจากเต้านมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยลดการคั่งค้างและป้องกันการอักเสบที่รุนแรงขึ้น คุณแม่ควรพยายามให้นมลูกจากเต้าที่อักเสบบ่อยขึ้น หรือปั๊มนมออกให้เกลี้ยงเต้าเท่าที่จะทำได้
  • การประคบเย็น: การประคบเย็นที่เต้านมอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอาการบวม ปวด และการอักเสบได้ดีกว่าการประคบร้อนในระยะนี้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำมากๆ: ร่างกายจะต้องการน้ำมากขึ้นเมื่อมีไข้ การดื่มน้ำเปล่ามากๆ จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

 

คัดเต้าจนเป็นไข้

 

วิธีป้องกันการคัดเต้าและเต้านมอักเสบ

กันไว้ดีกว่าแก้ คุณแม่สามารถลดความเสี่ยงของการคัดเต้าและเต้านมอักเสบได้ดังนี้

1. ให้นมลูกอย่างสม่ำเสมอ

การระบายน้ำนมออกจากเต้าอย่างสม่ำเสมอ ควรให้ลูกดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง หรือตามความต้องการของลูก เพื่อไม่ให้น้ำนมคั่งค้าง

2. ตรวจสอบท่าดูดนมของลูก

ให้แน่ใจว่าลูกอมหัวนมได้ลึกถึงลานนม เพราะการอมที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ลูกดูดน้ำนมออกได้ไม่เกลี้ยงเต้า

บทความจากพันธมิตร
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่

3. ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอ

หากคุณแม่ไม่ได้อยู่กับลูก เช่น ต้องกลับไปทำงาน ควรปั๊มนมตามรอบที่เคยให้นมลูก เพื่อรักษาระดับการผลิตน้ำนมและป้องกันการคั่งค้าง

4. หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อชั้นในที่รัดแน่น

เสื้อชั้นในที่รัดแน่นเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบมีโครง อาจกดทับท่อน้ำนม ทำให้การไหลเวียนของน้ำนมไม่สะดวก ควรเลือกเสื้อชั้นในสำหรับให้นมที่กระชับแต่ไม่รัดแน่น และระบายอากาศได้ดี

5. ไม่ควรอดนมหรือหย่านมกะทันหัน

หากต้องการลดรอบการให้นมหรือปั๊มนม ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและลดการผลิตน้ำนมลงอย่างช้าๆ จะช่วยป้องกันการคัดเต้าได้ดีกว่า

6. สังเกตอาการผิดปกติของเต้านมอยู่เสมอ

หมั่นตรวจเช็กเต้านมเป็นประจำ หากรู้สึกมีก้อนแข็ง ปวด หรือบวมแดงเล็กน้อย ควรรีบประคบและระบายน้ำนมออกทันทีตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นไข้หรือเต้านมอักเสบ

 

ที่มา : นมแม่แฮปปี้ , โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฝึกลูก ดูดนม ลูกไม่ยอมอ้าปากเข้าเต้า ทำอย่างไรให้ลูกดูดเต้าอย่างถูกวิธี?

ทำไม? อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า วิธีแก้ไขให้ลูกน้อย ยอมกลับมากินนมแม่

วิธีนวดเต้าหลังคลอด นวดยังไง? กระตุ้นน้ำนม ลดเต้าคัดให้แม่หลังคลอด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • การให้นมลูก
  • /
  • ให้นมลูก คัดเต้าจนเป็นไข้ รับมืออย่างไรให้หายปวด
แชร์ :
  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว