อาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกน้อยก็คือ “นมแม่” ค่ะ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อย แต่ยังสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่และลูกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คุณแม่หลายท่านอาจพบปัญหาลูกน้อยที่เคยดูดนมแม่ได้ดี กลับไม่ยอมเข้าเต้า จนกลายเป็นความกังวลใจให้กับคุณแม่อย่างมากว่าลูกจะได้รับน้ำนมไม่เพียงพอจนกระทบการพัฒนาการและการเติบโต วันนี้ จะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจว่า ทำไม? อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า แล้วจะมีวิธีแก้ไขลูกน้อยกลับมากินนมแม่อย่างมีความสุขอีกครั้งได้อย่างไร

|
ลูกน้อยควรกินนมแม่มากแค่ไหน ใน 1 วัน
|
วันแรกที่เกิด |
ควรให้ลูกเข้าเต้าเลย โดยปริมาณน้ำนมแม่ที่ให้ คือ 1 ช้อนชาหรือ 5 ซีซี โดยให้ 8-10 ครั้ง/วัน |
วันที่ 2 |
ให้นมแม่ในปริมาณเดียวกับวันแรกเกิด |
วันที่ 3 จนถึงอายุ 1 เดือน |
ให้นมแม่ประมาณ 1-1.5 ออนซ์ โดยให้ลูกกินนมแม่ 8-10 ครั้ง/วัน |
อายุ 1 เดือน |
ให้นมแม่ปริมาณ 2-4 ออนซ์ แต่ลดจำนวนครั้งลงเหลือ 7-8 ครั้ง/วัน |
ช่วงอายุ 2-6 เดือน |
เพิ่มปริมาณนมแม่เป็น 4-6 ออนซ์ 5-6 ครั้ง/วัน |
อายุ 6-12 เดือน |
ให้นม 6-8 ออนซ์ วันละ 4-5 ครั้ง |
1 ขวบขึ้นไป |
กินนมแม่ 6-8 ออนซ์ วันละ 3-4 ครั้ง หลังกินอาหารมื้อหลักตามวัย |

สัญญาณที่บอกว่า ลูกได้รับนมแม่อย่างเพียงพอ
อาจสังเกตได้จากร่างกายของคุณแม่เอง รวมถึงลักษณะอาการและร่างกายของลูกน้อยหลังดูดนมแม่ ดังนี้
- เต้านมจากที่คัดตึงจะกลายเป็นนิ่มลง
- เต้านมที่ไม่ถูกดูดมีน้ำนมหยด
- ลูกนอนหลับนาน 2-3 ชั่วโมง
- น้ำหนักตัวลูกน้อยลดลงได้ไม่เกิน 7-10% ของน้ำหนักแรกเกิด และเท่ากับน้ำหนักแรกเกิดที่อายุประมาณ 7-10 วัน
- จำนวนปัสสาวะและอุจจาระเหมาะสมตามอายุของทารก
|
ทารกได้รับนมแม่เพียงพอ ดูได้จากจำนวนและสีของปัสสาวะและอุจจาระ |
อายุ |
จำนวนปัสสาวะต่อวัน |
จำนวนอุจจาระต่อวัน |
1 – 2 วัน |
สีเหลืองใส 3 – 4 ครั้งต่อวัน |
สีเขียวเข้ม (ขี้เทา) มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน |
3 – 4 วัน |
สีเหลืองใส 6 – 8 ครั้งต่อวัน |
สีเหลือง ลักษณะเป็นเนื้อเละปนน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน |
5 – 6 วัน |
สีเหลืองอ่อน 6 – 8 ครั้งต่อวัน |
สีเหลือง ลักษณะเป็นเนื้อเละปนน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน |
7 วัน – 3 สัปดาห์ |
สีเหลืองอ่อน |
สีเหลือง ลักษณะเป็นเนื้อเละปนน้ำ |
ทั้งนี้ วิธีง่ายๆ ที่ใช้ดูว่าลูกได้นมพอหรือไม่ สำหรับเด็กทุกช่วงวัยคือ
- ในแต่ละวันให้ดูว่าลูกอุจจาระเกินปริมาณ 2 เท่าของขนาดพื้นที่ของแกนกระดาษทิชชู (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 ซม.) หรือปัสสาวะเกิน 6 ครั้ง
- ถ้าลูกมีอุจจาระปัสสาวะครบตามที่ต้องการ และน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ วันละ 20 กรัม (หลังจากที่น้ำหนักลดลงไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแรกเกิด เช่น ถ้าแรกเกิดหนัก 3000 กรัม ช่วง 4-5 วันแรก น้ำหนักอาจลดลงไปเหลือ 2700 กรัม แต่ตอนอายุ 1 เดือน น้ำหนัก 3300 กรัม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

เปิดสาเหตุ ทำไม? อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า
อาการ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า (Nursing Strike) นั้นสามารถเกิดได้กับเด็กในหลายช่วงวัยค่ะ บางคนเกิดหลัง 1 ขวบปีขึ้น ขณะที่บางคนแค่ 6-7 เดือน ก็มีท่าทางว่า ลูกไม่ยอมเข้าเต้า แล้ว จู่ๆ ก็ไม่ยอมกินนมแม่ ปิดปาก ส่ายหน้าหนี แล้วจบที่การร้องไห้
ซึ่งอาการนี้ส่วนมากมักไม่ได้บ่งบอกว่าลูกจะหย่านมแม่นะคะ เพราะแม้ “นมแม่” จะเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยโดยเฉพาะช่วงวัย 6 เดือนแรกเกิด แต่ยังสามารถให้ลูกกินนมแม่ได้เรื่อยๆ ไปยาวๆ จนอายุ 2 ปีหรือมากกว่านั้น เพียงแต่ช่วงหลัง 1 ขวบขึ้นไป ลูกควรได้กินนมแม่เป็นอาหารเสริม ส่วนอาหารหลักคือ “อาหารตามวัย” นะคะ แล้วถ้าไม่ใช่เพราะการจะหย่านม สาเหตุที่ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า หรือดูดเต้าน้อยลง มาจากอะไร มาดูไปพร้อมกันค่ะ
-
ลูกติดขวดนม สับสนหัวนม
อาการนี้มักเกิดกับลูกน้อยที่คุณแม่ให้ลูกดูดนมจากขวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงวัยประมาณ 1 เดือน ที่มีอาการป่วย รวมถึงวัย 3 เดือนที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน ต้องปั๊มนมให้ลูกดูดนมแม่จากขวด สลับกับการดูดเต้า ลูกน้อยจึงเกิดนอาการ สับสนหัวนม เนื่องจาก “การดูดเต้านมแม่” กับ “การดูดขวด” มีลักษณะการดูดที่แตกต่างกัน การดูดเต้านมแม่ลูกน้อยต้องใช้ลิ้น และขากรรไกร ในขณะที่การดูดขวดจะใช้แค่เหงือกงับขวดเท่านั้น
นอกจากนี้ การดูดขวดนมจะไหลเร็ว แม้จะหยุดดูดแล้วกลับมาดูดต่อ นมก็ไหลเลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ขณะที่การดูดเต้านมแม่การดูดช่วงแรกน้ำนมจะยังไม่ไหล ลูกต้องดูดสักครู่หนึ่งน้ำนมถึงจะไหลหรือพุ่ง ลูกจึงชอบหรือติดความเร็วจากการดูดขวด จนไม่ยอมดูดนมแม่ หรือผู้เลี้ยงอัดนมเต็มที่จนลูกอิ่ม พอแม่กลับจากทำงานลูกก็ไม่ยอมดูดนมแม่แล้ว ทำให้ช่วงเวลาเข้าเต้ายิ่งลดน้อยลงไปอีก เด็กจึงติดขวดและสับสนหัวนมนั่นเอง
-
ฟันกำลังจะขึ้น
ในลูกวัยประมาณ 4 เดือนขึ้นไป เป็นช่วงที่ฟันกำลังจะขึ้นค่ะ ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบาย เจ็บปวดเหงือก จึงไม่อยากดูดเต้านม ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกกินนมน้อยลง ร่วมกับมีน้ำลายเยิ้ม และกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า เช่น กัดผ้า ดูดนิ้ว หรือมีอาการเหมือนคันเหงือก บางครั้งจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายด้วย ก็สันนิษฐานได้เลยค่ะว่าฟันลูกกำลังจะขึ้น ทำให้ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า นั่นเอง
-
ลูกน้อยป่วย
การที่ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า อาจเป็นเพราะอาการป่วยก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะหลังจากการรับวัคซีนต่างๆ ตามกำหนด ที่จะทำให้ลูกมีไข้ต่ำๆ หลังฉีดวัคซีน วัดไข้อาจไม่ขึ้น แต่ลูกน้อยอาจมีอาการซึม ดูดนมน้อยลง ซึ่งอาการจะอยู่ประมาณ 3 วัน – 1 สัปดาห์ค่ะ
-
ลูกมีแผลในปาก
โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน หรือมีเชื้อราในช่วงปากที่เป็นฝ้าขาว เช็ดไม่ออก ร่วมกับการที่ลูกกินนมน้อยลง และคุณแม่มีอาการที่บ่งบอกว่าเต้านมติดเชื้อรา มีสะเก็ดขาวๆ ขุยๆ บริเวณลานนม หรือหัวนม หัวนมมีสีชมพูและมีสะเก็ดร่วมด้วย แม่จะเจ็บปวดเต้าด้วย ก็จะทำให้ลูกดูดนมน้อยลงค่ะ ซึ่งอาการนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดและรับการรักษาที่ถูกต้องนะคะ

-
ลูกน้อยห่วงเล่น
ลูกน้อยนั้นเกิดมาพร้อมกับความสงสัยและสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวค่ะ ซึ่งโดยปกติลูกน้อยวัย 4-5 เดือนถึงจะมีอาการห่วงเล่น แต่ปัจจุบันพบว่าอาการนี้เกิดกับเด็กช่วงวัย 3 เดือนได้เช่นกัน ดังนั้น ควรหามุมสงบให้การให้ลูกเขาเต้า ไม่มีคนมารบกวนหรือชวนลูกเล่น เรียกร้องความสนใจจากลูกก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการกินนมจากเต้าได้ดีขึ้นค่ะ
-
แม่มีน้ำนมพุ่ง หรือน้ำนมมากเกินไป
น้ำนมแม่ที่พุ่งเกินไปก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ เพราะทำให้ลูกน้อยหงุดหงิดเวลาเข้าเต้า และ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า เอาดื้อๆ ได้ค่ะ ซึ่งคุณแม่อาจสังเกตได้ว่าเวลาที่ลูกดูดเต้านม ลูกจะดูดสักพักหนึ่งแล้วผละออก แล้วกลับมาดูดใหม่เพราะยังไม่อิ่ม เป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไป ซึ่งจะแตกต่างจากเด็กติดขวดที่จะไม่เข้าเต้าแต่แรก อาการน้ำนมแม่พุ่งลูกจะยอมดูด แต่ดูนิดๆ แป๊บๆ แล้วหงุดหงิดนั่นเอง
-
นมแม่รสชาติเปลี่ยน
คุณแม่บางคนอาจมีรสชาติน้ำนมที่เปลี่ยนไปเมื่อ “มีประจำเดือน” ค่ะ ซึ่งรสนมแม่อาจขมขึ้น ลูกจึงไม่อมเข้าเต้า หรือกินนมแม่น้อยมาก แต่เมื่อประจำเดือนคุณแม่หมดไป ลูกก็กลับมาเข้าเต้าได้ตามปกติ
-
คุณแม่เปลี่ยนน้ำหอม
คุณแม่บางคนเริ่มกลับมาใช้น้ำหอม หรือเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอม ครีมทาผิว หรือเปลี่ยนสบู่ ฯลฯ เชื่อมั้ยคะว่าเป้นสาเหตุที่ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ได้เช่นกัน เพราะเมื่อลูกรู้สึกว่ากลิ่นแม่เปลี่ยนไป ก็ไม่คุ้น ไม่ชิน จนไม่ยอมเข้าเต้านั่นเองค่ะ
-
ลูกโตขึ้น
เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้น ความสมามารถในการดูดนมดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการดูดนมสั้นลง แต่ได้รับน้ำนมในปริมาณที่เพียงพอก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าจู่ๆ ลูกก็ไม่ยอมเข้าเต้าได้ค่ะ

วิธีแก้ไข อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ให้กลับมาดูดนมแม่
สิ่งที่คุณแม่ต้องทำเมื่อ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ก็คือ อดทน และยังคงให้นมแม่ต่อไปค่ะ ช่วงแรกๆ ลูกยังไม่ยอมกินก็ไม่เป็นไร พยายามให้ลูกเข้าเต้าหรือให้นมแม่ตามมื้อนมเดิม อย่าเพิ่งให้ขวดนมแทนนะคะ โดยให้นมตอนที่ลูกง่วงๆ หน่อย ซึ่งจะเป็นช่วงที่ลูกมักจะยอมกินมากที่สุด นอกจากนี้ อาจลองนำวิธีการต่อไปนี้ไปปรับให้ให้เหมาะสมกับลูกน้อยก็ได้ค่ะ
-
ปั๊มนมบ่อยๆ เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำนม
การปั๊มนมเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ให้เพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอสำหรับทารก โดยควรปั๊มนมออกทุกๆ 3 ชั่วโมง และปั๊มให้เกลี้ยงเต้า
-
งดการใช้จุกหลอก หรือขวดนม
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูก สับสนหัวนม ระหว่างเต้านมแม่กับจุกหลอกหรือขวดนม โดยในกรณีคุณแม่กลับไปทำงานและสลับให้ลูกดูดนมจากขวดที่ปั๊มไว้ หลังเลิกงานต้องให้ลูกเข้าเต้า ซึ่งต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับคนช่วยเลี้ยงให้ชัดเจนว่า ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนคุณแม่เลิกงานกลับบ้าน ต้องไม่ให้ลูกกินนมขวด แต่ให้รอดูดเต้านมคุณแม่ เพื่อให้ลูกได้เข้าเต้ามากที่สุด ทั้งยังเป็นการช่วยคุณแม่เคลียร์เต้าด้วย ส่วนกลางคืนและตอนเช้าก่อนไปทำงาน รวมถึงวันหยุด ลูกต้องได้ดูดเต้าด้วยค่ะ จะได้ไม่เกิดปัญหาสับสนหัวนม หรือลูกติดขวด
-
ปรับสภาพแวดล้อมการให้นม
เมื่อถึงเวลาให้นมลูกน้อย คุณแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เงียบสงบ หรือเลือกมุมที่ผ่อนคลายสำหรับการให้นมลูกน้อย ไม่มีเสียงหรือคนอื่นมารบกวน ชวนลูกเล่น จะทำให้ลูกรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย จดจ่อกับการดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้อย่างมีความสุขและหลับสบาย แถมคุณแม่ได้มีโอกาสพักผ่อนในช่วงนี้ได้ด้วยค่ะ
-
ปรับท่าทางการให้นม
การอุ้มลูกเข้าเต้าโดยท่าทางการให้นมที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้ลูกยอมดูดนมจากเต้าได้ง่ายค่ะ โดยอุ้มลูกตะแคงเข้าหาตัวให้กระชับกับอก ประคองให้ศีรษะและลำตัวลูกอยู่ในแนวเดียวกัน ให้ลูกอมหัวนมและลานนมให้ลึก คุณแม่จะรับรู้ถึงความรู้สึกว่าลูกดูดนมเป็นจังหวะ รวมถึงได้ยินเสียงลูกกลืนน้ำนมเบาๆ ด้วย

การที่ อยู่ดีๆ ลูกไม่ยอมเข้าเต้า เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่เกือบทุกคนนะคะ ไม่ต้องวิตกเกินไปค่ะ เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้แน่นอน เพียงแต่ต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และระยะเวลานิดหน่อย ลูกน้อยจะสามารถกลับมากินนมแม่ได้เหมือนเดิมแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่าลูกกินนมได้น้อย หรือมีน้ำหนักลดลง คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการเสริมโภชนาการที่เหมาะสมนะคะ
ที่มา : เลี้ยงลูกตามใจหมอ , พี่กัลนมแม่ , สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ , www.samitivejhospitals.com , www.rama.mahidol.ac.th
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ขวด 8 ออนซ์ ใช้ตอนกี่เดือน ? เช็กสัญญาณ! เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนขวดนมลูก
ลูกไม่ยอมนอนกลางวัน ทำไงดี? จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการไหม?
ทารกสะอึก ทำยังไงให้ลูกหายสะอึก?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!