TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

หลักสูตร STEM กับ STEAM คืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

บทความ 5 นาที
หลักสูตร STEM กับ STEAM คืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ในปัจจุบันเด็กคือความหวังของประเทศชาติในอนาคต ครูในฐานะแม่พิมพ์ของชาติจึงจำเป็นต้องสอนให้ผู้เรียนฉลาด ทั้งด้านศาสตร์วิชาและศิลปะแห่งการคิดสร้างสรรค์ให้พร้อมในคนเดียว ปริศนาแห่งความกังวลใจของครูถูกเปิดด้วยกุญแจสำคัญอย่าง STEM กับ STEAM เครื่องมือสำคัญในการใช้กับผู้เรียนยุคนี้

 

STEM กับ STEAM มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ความแตกต่างของ 2 คำนี้ที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดก็คงเป็นตัว A ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งคำถามก็คือ A มีความสำคัญอย่างไรบ้างในการนำมาเพิ่มลงใน STEM ความจริงก็คือมันมาจากคำว่า ART อีกหนึ่งวิชาที่ช่วยเข้ามาเพิ่มทักษะให้แก่ผู้เรียน โดยผ่านการต่อยอดมาจาก STEM จึงได้กลายเป็น STEAM ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม เข้าไว้ด้วยกัน ผสมผสานรวมเข้ากับศิลปะที่จะช่วยกระตุ้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เพิ่มความสุขในการเรียนรู้ สู่การเติบโตอย่างมีสมดุล

ถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในศตวรรษ 21 ที่คุณครูทุกคนควรเรียนรู้ และนำมาปรับใช้กับการสอนในห้องเรียนจริง ซึ่งเชื่อว่าการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ จะนำไปสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีในอนาคตได้ และถ้าคุณครูลองมองย้อนกลับไป จะพบว่าในหลายกิจกรรม เขาจะมีกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งทักษะทั้งทางความคิด และการออกแบบร่วมกัน

อย่างเช่นกิจกรรมที่ฝึกให้ผู้เรียนปั้นแป้งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามจินตนาการของเด็กเพื่อทำขนมบัวลอย หรือกิจกรรมว่าวสร้างสรรค์ ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบโครงว่าวเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีขอบเขตกำหนด ทำให้เด็ก ๆ พัฒนาความคิดของตัวเองได้รวดเร็วมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : พาไปดู โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยม กับแนวคิดปั้นเด็กให้เก่งตามความถนัด

 

STEM กับ STEAM

 

อย่างที่เราทราบกันดีในศตวรรษ 21 นั้น เรื่องของทักษะการคิดถือเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งการใช้แนวคิดในการรับมือกับปัญหา และนำเสนอทางออกของปัญหาต่าง ๆ นั่นก็ล้วนต้องอาศัยทักษะการคิดชั้นสูง หากจะอ้างอิงตามแนวคิดพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ระดับการเรียนรู้แล้ว ก็ต้องอาศัยการทำงานของสมองเป็นหลัก

เพื่อให้จดจำข้อมูลและข้อเท็จจริง ก่อนนำมาสู่การทำความเข้าใจและนำข้อมูลไปปรับใช้ในสถานการณ์อื่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จากนั้น จึงนำข้อมูลมาผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ เพื่อให้สามารถวางแนวทางแก้ปัญหาได้ดี ในการต่อยอดสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้นล้วนต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะของ STEAM ครบทุกมิติค่ะ

ดังนั้น ถ้าจะพูดให้ชัดเจน กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM ควรเริ่มสอนสอดแทรกในห้องเรียนตั้งแต่ช่วงปฐมวัยเลย เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นชินกับทักษะการคิด และการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ โดยสามารถเริ่มจากประเด็นเล็กน้อยใกล้ตัวได้เลย แล้วค่อย ๆ นำไปสู่ปัญหายิ่งใหญ่ระดับประเทศ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถคิดเป็น แก้ปัญหาได้ รู้วิธีนำพาตัวเองและประเทศชาติให้รอดพ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างได้ผล

 

เด็กไทยรุ่นใหม่ต้องมีทักษะจาก STEM กับ STEAM ครบทุกมิติ

ก่อนจะเริ่มแนวทางการปั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และสำนักโครงการที่จัดการเรียนรู้ สำนักงานบริหารพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ที่มุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม จึงจำเป็นต้องปูพื้นฐานตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเรื่องแนวคิดของ STEAM โดยโฟกัสไปที่ ตัว A ที่เป็นตัวย่อมาจาก ART ที่ได้เพิ่มเข้ามา โดยมีความจำเป็นในฐานะทักษะใหม่ที่เด็กมัธยมไทยต้องเรียนรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง : รวมค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติปี 2023 ผู้ปกครองเตรียมเงินรอเลย!

 

STEM กับ STEAM

 

จากบทความของ ดร.วิสูตร โพธิ์เงิน ได้อธิบายเกี่ยวกับ STEAM สั้น ๆ ว่า STEAM คือแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ที่ได้นำศิลปะมาบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เข้าด้วยกัน เป็นการนำแนวคิด STEAM มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน บริบท (Context) การสร้างสรรค์ (Creative Design) และการจับใจความสำคัญ (Emotional Touch) ซึ่งการออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ สิ่งสำคัญในการออกแบบมีอยู่ 4 ประเด็น คือ การบูรณาการ ความแปลกใหม่ การเจาะลึกเนื้อหา และความเป็นพลวัต

 

จากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เยาวชนในตอนนี้จำเป็นต้องมีทักษะด้าน ART โดยเฉพาะ จึงได้เพิ่ม A เข้ามา ซึ่งการมีความคิดสร้างสรรค์ ในทางที่สร้างสรรค์จริง ๆ ก็คือ ความคิดที่หลากหลายมุมมอง หลากหลายทิศทาง สามารถคิดได้กว้างไกล ซึ่งความคิดนี้จะนำไปสู่การคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ รวมไปจนถึงการคิดค้นวิธีแก้ปัญหาให้สำเร็จได้ด้วยตนเองด้วยค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

หลักสูตร EP คืออะไร มาทำความรู้จักกับหลักสูตร English Program

การศึกษาพิเศษ (SPED) คืออะไร เหมาะกับเด็กประเภทไหนมากที่สุด

เปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาตัวเอง ด้วยเทคนิคการเรียนแบบ Home School

ที่มา : aksorn, salika

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

supasini hangnak

  • หน้าแรก
  • /
  • การศึกษา
  • /
  • หลักสูตร STEM กับ STEAM คืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว