TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาตัวเอง ด้วยเทคนิคการเรียนแบบ Home School

บทความ 5 นาที
เปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาตัวเอง ด้วยเทคนิคการเรียนแบบ Home School

การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก การวางแผนการเรียนตามที่ชอบหรือตามที่ถนัดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกับการเรียนนอกระบบ เรียนเอง เรียนที่บ้าน ที่เรียกกันว่าโฮมสคูล (Home School) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการออกแบบหลักสูตรการเรียนขั้นพื้นฐานให้กับลูกๆ ของตัวเอง โดยไม่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนแบบปกติทั่วไป โดยหลักสูตรโฮมสคูล เด็กจะได้ค้นหาและพัฒนาประสบการณ์ เพื่อหาแนวทางที่ใช่ของตัวเอง ผู้ปกครองอาจเป็นคนสอนเอง หรือจ้างครูเพื่อมาสอนคอร์สเรียนโฮมสคูลโดยเฉพาะก็ได้ ใครที่สนใจอยากเปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาตัวเอง ด้วยเทคนิคการเรียนแบบ Home School วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

รู้จักกับ GIST กันก่อน

GIST คือ สถาบันการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับเรียนนอกระบบ หรือคอร์สเรียนโฮมสคูล ที่มีระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นการเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ GIST High School Plus จัดทำโปรแกรมหลักสูตร 3 วิชา คือ GED (General Educational Development) และ Standardize Test ที่ประกอบด้วย IELTS และ SAT เทียบเท่าวุฒิ ม.6 โดยจะเป็นการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งหมายถึงเน้นการเรียนจากข้อสอบโดยตรง เพื่อฝึกเรียนรู้ ฝึกคิด การแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน ที่จะมีทั้งความรู้ด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ศิลปะ กีฬา ฯลฯ ช่วยเสริมประสบการณ์ชีวิตรอบด้าน ใช้เวลาเรียน 4 วันต่อสัปดาห์ สอนโดยอาจารย์ระดับคุณภาพ ที่มาพร้อมประสบการณ์ โดยผู้เรียนจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาทำหน้าที่คอยช่วยเหลือตลอดการเรียน 1 ปีนี้

นอกจากวิชาดังกล่าวแล้ว ยังมีการเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันไปพร้อมๆ กันด้วย การมุ่งเน้น Project-based Learning คือ การทำจริง ทำบ่อย เช่น ฝึกการทำ Portfolio ซ้อมสัมภาษณ์ หรือ Interview รวมถึงผู้เรียนที่จะเข้าเรียนสาขาวิศวะคอมพิวเตอร์ จะได้ฝึกการใช้ Computer & Programming (CS50) นอกจากนั้น ก็ไม่ได้ละเลยการฝึกฝนทางด้านอารมณ์ ความเครียด โดยได้เพิ่มวิชา Life Skills ให้ผู้เรียนนำไปปรับใช้ เรื่องการจัด Priority ลำดับความสำคัญต่างๆ การดูแลจัดการความเครียดจากการเรียน หรือความกังวลในการสอบ เป็นต้น GIST มีด้วยกัน 2 หลักสูตร ดังนี้

  1. Business & Humanities ด้านการบริหาร ศิลป์ภาษา ศิลป์สังคม หรือ BBA EBA BE BALAC BAS BEC BIR PGS CommArts COMMDE INDA
  2. Engineering & Computer Science ด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ หรือ ISE TEP TEPE SIIT SIIE AiCE BSAC BBTech

ใครบ้างเหมาะกับ GIST

  • ผู้ที่ต้องการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเร็วขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการวางแผนเรียนในระบบ Home School
  • ผู้ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่ต้องการเข้าเรียนในระบบการศึกษาปกติ
  • ผู้ที่เรียนแลกเปลี่ยน ไม่อยากกลับมาเรียนซ้ำชั้น
  • ผู้ที่ต้องการมุ่งสอบ TCAS รอบ 1 เท่านั้น

ข้อดีของ GIST

ข้อดีของ GIST สำหรับผู้ปกครอง

  1. จำนวนนักเรียนไม่มากจนเกินไป มั่นใจได้ว่า ลูกหลานจะได้รับการเอาใจใส่ดูแลเรื่องการเรียนได้ดี
  2. เป็นการเรียนทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของเด็กๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่ถนัด เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้เป็นอย่างดี
  3. ไม่เครียด มีเวลาพักผ่อน ไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น หมดห่วงเพราะมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลใกล้ชิด ช่วยวางแผนและอัปเดตการเรียน

ข้อดีของ GIST สำหรับผู้เรียน

  1. สามารถกำหนดเป้าหมายของตัวเองได้ชัดเจน โดยเลือกจากโปรแกรมหลักสูตรการเรียนของ GIST
  2. ใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 1 ปี ก็สามารถสอบเทียบและสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ ขณะที่ระบบการศึกษาปกติต้องเรียน 3 ปี

เหตุผลที่ต้องเรียน GIST กับ Interpass

  1. GIST กำหนดโปรแกรมการเรียนได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน เปิดสอนเพื่อตอบโจทย์นักเรียนที่ต้องการออกมาเรียนนอกระบบ ทำให้มุ่งเรียนตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ
  2. หลักสูตรหรือโปรแกรมการเรียนชัดเจนเรียนเนื้อหาเข้มข้น 4 วันต่อสัปดาห์ มีการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเรียนเพียงแค่ 3 วิชา ที่จำเป็นในการใช้สอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย คือ GED, IELTS และ SAT
  3. สอนโดยติวเตอร์มากประสบการณ์ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก Cambridge & Oxford
  4. สามารถสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอินเตอร์ชั้นนำ จุฬาฯ (CU) ธรรมศาสตร์ (TU) มหิดล (MUIC) ลาดกระบัง (KMITL) ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี

ทางเลือกใหม่ในการเรียน ในแบบที่สามารถวางแผนเลือกเป้าหมายตามความถนัดของตัวเองได้ เพื่อโฟกัสเนื้อหาโดยตรง ในการเตรียมพร้อมสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย ถือเป็นทางเลือกสำหรับการเรียนในยุคใหม่ โดยเฉพาะคอร์สเรียนโฮมสคูล GIST High school Plus Equivalence Programs กับติวเตอร์ที่มีประสบการณ์การสอนมายาวนานอย่าง Interpass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ เนื้อหาแน่น ครอบคลุมครบทุกทักษะ มีการพัฒนาเทคนิคหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เน้นการสอนที่ช่วยให้นำไปปรับใช้สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ ได้เป็นอย่างดีช่วยประหยัดเวลาเรียน ทำให้น้องๆ ไปถึงเป้าหมายและทำตามฝันได้เร็วยิ่งขึ้น

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • การศึกษา
  • /
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาตัวเอง ด้วยเทคนิคการเรียนแบบ Home School
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว