TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิจัยใหม่ชี้! ระยะเวลาการให้นมแม่ ยิ่งให้นาน ลูกยิ่งเก่งเลขและภาษา

บทความ 5 นาที
วิจัยใหม่ชี้! ระยะเวลาการให้นมแม่ ยิ่งให้นาน ลูกยิ่งเก่งเลขและภาษา

ระยะเวลาการให้นมแม่ ควรให้นานแค่ไหน? เผยเคล็ดลับน้ำนมแม่ที่ช่วยให้ลูกเรียนเก่งขึ้น พร้อมประโยชน์ระยะยาวต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อย

ถ้าพูดถึงเรื่อง “นมแม่” เชื่อว่าแม่ๆ ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า “นมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก” วันนี้ theAsianparent มีคำตอบจากงานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดที่จะมาช่วยไขข้อข้องใจเรื่อง ระยะเวลาการให้นมแม่ และบอกเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมากๆ ค่ะ เพราะนอกจากส่งผลแค่เรื่องสุขภาพหรือภูมิคุ้มกันแล้ว ยังมีผลโดยตรงกับ คะแนนสอบ และทักษะการเรียนรู้ของลูกในอนาคตอีกด้วย!

“ระยะเวลาการให้นมแม่” ยิ่งนาน ลูกยิ่งมีแววฉลาดและเรียนเก่ง

ในปัจจุบัน สมาคมกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน (AAP) ได้มีคำแนะนำให้คุณแม่พยายามให้นมบุตรอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป แต่งานวิจัยชิ้นใหม่จากประเทศจีนได้เข้าไปเจาะลึกถึงผลลัพธ์ของการเพิ่มระยะเวลาการให้นมแม่ ให้นานกว่า 6 เดือนขึ้นไป ว่าจะส่งผลอย่างไรกับเด็กๆ เมื่อพวกเขาโตขึ้น

ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลระดับชาติของเด็กๆ ในประเทศจีน ช่วงอายุตั้งแต่ 10 ถึง 15 ปี โดยให้เด็กๆ ทำแบบทดสอบทางสติปัญญา เพื่อวัดทักษะด้านคณิตศาสตร์และภาษา ผลลัพธ์ที่ออกมาชี้ให้เห็นชัดเจนเลยค่ะว่า เด็กๆ ที่ได้รับนมแม่โดยมี ระยะเวลาการให้นมแม่ที่ยาวนานกว่าในตอนที่เป็นทารก สามารถทำคะแนนทดสอบได้อย่างโดดเด่นและดีกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด

ดร. แอนดรูว์ อาเดสแมน (Dr. Andrew Adesman) หัวหน้าแผนกกุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม จากศูนย์การแพทย์เด็ก Northwell Cohen ได้ตอกย้ำถึงประเด็นนี้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การมานั่งถกเถียงกันว่า “ให้นมแม่ดีกว่านมผงจริงไหม” แต่มันชี้ให้เห็นถึงแก่นสำคัญที่คนมักมองข้าม นั่นคือ “ระยะเวลาการให้นมแม่” มีความสำคัญมากๆ ยิ่งให้ลูกดื่มนมแม่ได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น

 

ระยะเวลาการให้นมแม่

 

ทำไมงานวิจัยจาก “จีน” ถึงพิสูจน์เรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุด?

แม่ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมต้องเจาะจงไปที่งานวิจัยจากประเทศจีน? ดร. อาเดสแมน อธิบายมุมมองที่น่าสนใจมากค่ะว่า ปกติแล้วงานวิจัยเรื่อง ระยะเวลาการให้นมแม่ ในประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศที่ร่ำรวย มักจะพบว่า “คุณแม่ที่มีฐานะดีมักจะมี ระยะเวลาการให้นมแม่ที่ยาวนานกว่าคุณแม่ที่รายได้น้อย” ซึ่งนั่นทำให้ผลลัพธ์อาจจะคลาดเคลื่อนได้ เพราะเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะ มักจะมีไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อม และโภชนาการอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

แต่ในประเทศจีน ผลลัพธ์กลับสลับกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ! ในจีน คุณแม่ที่มาจากครอบครัวที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต่ำกว่า (ครอบครัวที่มีรายได้น้อย) กลับเป็นกลุ่มที่มี ระยะเวลาการให้นมแม่ยาวนานกว่าคุณแม่ที่มีฐานะร่ำรวย

และผลการวิเคราะห์ก็ชี้ชัดว่า แม้จะมาจากครอบครัวรายได้น้อย แต่เด็กๆ ที่ได้กินนมแม่ยาวนานกว่า กลับมีทักษะการคำนวณและการอ่านที่ก้าวกระโดดกว่าเพื่อนๆ การค้นพบนี้จึงเป็นการตัดปัจจัยเรื่อง “ความรวย” หรือ “สภาพแวดล้อมที่เพียบพร้อม” ออกไปได้อย่างหมดจด และพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังวิเศษของน้ำนมแม่และระยะเวลาการให้นมแม่อย่างแท้จริงค่ะ

 

ทำไมน้ำนมแม่ถึงเป็น “สุดยอดอาหารบำรุงสมอง”?

ดร. อาเดสแมน เชื่อว่าเหตุผลที่ ระยะเวลาการให้นมแม่ที่นานกว่า ส่งผลต่อระดับสติปัญญา ความสนใจ และพฤติกรรมของลูกนั้น มาจากประโยชน์ทางโภชนาการและการเชื่อมโยงทางสังคมระหว่างแม่และลูก

ด้าน ดร. จูลี่ แวร์ (Dr. Julie Ware) ประธานสถาบันเวชศาสตร์การให้นมบุตร (Academy of Breastfeeding Medicine) ได้ให้คำนิยามสำหรับน้ำนมแม่ไว้ว่าเป็น “ยาเฉพาะบุคคล” (Personalized medicine) ที่ถูกออกแบบและปรับสูตรมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของทารกแต่ละคนอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ชนิดที่ว่านมผงก็ไม่สามารถเลียนแบบได้

นอกจากจะช่วยพัฒนาสมองลูกน้อยแล้ว นมแม่ยังเป็นสุดยอดเกราะป้องกันทางภูมิคุ้มกันชั้นยอดอีกด้วยนะคะ หากลูกน้อยไม่ได้รับการปกป้องจากนมแม่ พวกเขาอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับโรคติดเชื้อต่างๆ มากมาย รวมถึงภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด และแม้กระทั่งโรคมะเร็งในเด็กบางชนิด การรักษา การให้นมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนให้ลูกค่ะ

 

ระยะเวลาการให้นมแม่

 

ไม่ใช่แค่ลูกที่ได้ แต่ “แม่” ก็ได้ประโยชน์เต็มๆ

ระยะเวลาการให้นมแม่ที่ยาวนาน ไม่ได้ดีแค่กับลูกน้อยเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนเป็นแม่อย่างเราๆ ด้วย

  • ประโยชน์ระยะสั้น ทันตาเห็น: คุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูกมักจะต้องเผชิญกับความทรมานจากอาการปวดเต้านมอย่างรุนแรง อาการคัดตึง เต้านมอักเสบ รวมถึงความเครียดและปัญหาทางจิตใจ การให้ลูกเข้าเต้าจึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ทันที
  • ประโยชน์ระยะยาว ที่แม่ต้องเลิฟ: ดร. อาเดสแมน เผยว่า เมื่อเวลาผ่านไป ผู้หญิงที่มี ระยะเวลาการให้นมแม่ อย่างต่อเนื่อง จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และโรคหัวใจ ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ

 

เข้าใจหัวอกแม่… รู้ว่าดี แต่บางทีมันก็ยาก!

ถึงแม้งานวิจัยจะยืนยันว่า ระยะเวลาการให้นมแม่ ยิ่งนานแค่ไหนก็ยิ่งดี และสมาคมกุมารแพทย์จะเชียร์ให้ให้นมถึง 1 ปี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงกลับพบว่า มีคุณแม่ในสหรัฐอเมริกาเพียง 35% เท่านั้นที่สามารถให้นมลูกได้นานเกิน 1 ปี และมีไม่ถึง 2 ใน 3 ที่สามารถให้นมลูกต่อเนื่องหลังผ่านช่วง 6 เดือนแรกไปแล้ว

theAsianparent เข้าใจแม่ๆ ทุกคนเลยค่ะว่า เส้นทางการให้นมแม่นั้นไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เราต้องเผชิญกับอุปสรรคการให้นมแม่มากมาย ทั้งปัญหาทางร่างกาย เช่น อาการเจ็บหัวนม หรือปัญหาน้ำนมน้อย ไปจนถึงอุปสรรคทางสังคม เช่น การที่แม่ต้องกลับไปทำงานแต่ไม่มีสวัสดิการลาคลอดที่เพียงพอ หรือการขาดแรงสนับสนุนจากคนในครอบครัวและที่ทำงาน

ดร. อาเดสแมน เองก็ยอมรับและเข้าใจในจุดนี้เช่นกันว่า สำหรับคุณแม่มือใหม่บางท่าน การให้นมแม่เป็นเรื่องที่ท้าทายและยากลำบากเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม คุณหมอก็ยังคงให้กำลังใจทิ้งท้ายไว้ว่า “ยิ่งคุณแม่สามารถยืดระยะเวลาการให้นมแม่ ออกไปได้นานเท่าไหร่ ประโยชน์มหาศาลก็จะตกอยู่กับทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยมากขึ้นเท่านั้น”

ดังนั้น แม่ๆ ไม่ต้องกดดันตัวเองจนเครียดนะคะ ทำเท่าที่ร่างกายและจิตใจเราไหว แต่ถ้าใครที่ยังสู้ไหวและมีน้ำนมเพียงพอ การตั้งเป้าหมายการให้นมแม่ต่อไปเรื่อยๆ ก็เปรียบเสมือนการสะสมต้นทุนทางสมองและสุขภาพที่ประเมินค่าไม่ได้ให้กับลูกรักของเราค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม

งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

วิจัยเผย! น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน ต่างกันยังไง? เทคนิคใหม่คุณแม่นักปั๊มต้องรู้

 

ที่มา: New York Post , JAMA Network

บทความจากพันธมิตร
เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์
เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • หลังคลอด
  • /
  • วิจัยใหม่ชี้! ระยะเวลาการให้นมแม่ ยิ่งให้นาน ลูกยิ่งเก่งเลขและภาษา
แชร์ :
  • คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม

    คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม

  • เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์
    บทความจากพันธมิตร

    เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์

  • อัปสกิลแม่! ปั้นช่อง TikTok ให้ปัง! ไปกับ TAP Academy x Dermatix Workshop 2026 EP.1

    อัปสกิลแม่! ปั้นช่อง TikTok ให้ปัง! ไปกับ TAP Academy x Dermatix Workshop 2026 EP.1

  • คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม

    คลอดแล้วน้ำนมไม่ไหล หัวนมสั้น ลูกไม่เข้าเต้า ทำไงดี? สารพันปัญหาแม่ให้นม

  • เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์
    บทความจากพันธมิตร

    เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์

  • อัปสกิลแม่! ปั้นช่อง TikTok ให้ปัง! ไปกับ TAP Academy x Dermatix Workshop 2026 EP.1

    อัปสกิลแม่! ปั้นช่อง TikTok ให้ปัง! ไปกับ TAP Academy x Dermatix Workshop 2026 EP.1

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว