TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คุณแม่มือใหม่ ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง ลูกจะกินอิ่มไหม ? อย่าเพิ่งกังวล

บทความ 5 นาที
คุณแม่มือใหม่ ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง ลูกจะกินอิ่มไหม ? อย่าเพิ่งกังวล

ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง และเข้าเต้าแบบไหนน้ำนมถึงจะไหลดี เรามีเทคนิคดีๆ มาบอกคุณแม่ เพื่อให้ลูกน้อยได้กินอิ่ม สบายตัว

สำหรับคุณแม่ที่ใกล้จะออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับมาเลี้ยงลูกที่บ้านเอง คงจะประหม่าและกังวลไม่น้อยเรื่องการให้นมจะ ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง และเข้าเต้าแบบไหนนมถึงจะไหลดี วันนี้เราได้รวบรวม การเตรียมตัว ข้อปฏิบัติ และวิธีให้นมลูกอย่างถูกวิธีมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

จะรู้ได้ยังไงเมื่อไหร่ที่ต้อง ให้ลูกเข้าเต้า ?

สัญญาณที่บ่งบอกได้ว่า ถึงเวลาแล้วนะที่คุณแม่ต้องให้ลูกกินนม 

  • ร้องไห้ งอแง แน่นอนว่าการร้องไห้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด
  • ดูดนิ้ว เมื่อลูกน้อยดูดนิ้วหรือมือบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังหิว
  • ขยับปาก ลูกน้อยอาจขยับปากหรือค้นหาเต้านมของคุณแม่
  • กระวนกระวาย ลูกอาจขยับตัว หันศีรษะไปมา หรือทำท่าเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

แล้วต้อง ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง เป็นคำถามที่คุณแม่มือใหม่มักสงสัย มาไขข้อกังวลใจกัน

ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง

ระยะเวลาความต้องการกินนมของเด็กแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นความถี่ในการให้ลูกจึงขึ้นอยู่กับความหิว หรือความต้องการกินของลูกน้อย ถึงแม้ว่าความต้องการกินนมของเด็กแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันออกไป แต่สามารถประมาณความถี่ให้ลูกเข้าเต้าได้ดังนี้

  • เด็กแรกเกิด สำหรับเด็กแรกเกิดส่วนใหญ่ จะต้องการเข้าเต้าทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง หรือ 8 – 12 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งการให้ลูกน้อยเข้าเต้าให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ยังสามารถช่วยกระตุ้นเต้าให้ผลิตน้ำนมได้อีกด้วย
  • สัปดาห์แรก – 5 เดือน ในช่วงเวลานี้ ลูกน้อยเริ่มมีกระเพาะใหญ่ขึ้นและจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ปริมาณน้ำนมที่ลูกน้อยต้องการก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยจะต้องการเข้าเต้าทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง ในบางรายอาจจะต้องการเข้าเต้าทุก ๆ ชั่วโมง ซึ่งความถี่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันตามความต้องการของลูก เช่น บางวันอาจจะเข้าเต้าบ่อย แต่ปริมาณที่กินในแต่ละครั้งอาจจะน้อย หรือเข้าเต้าไม่บ่อย แต่ปริมาณที่กินในแต่ละครั้งมาก
  • วัย 6 – 12 เดือน เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนที่ 6 ความต้องการและปริมาณในการกินนมของลูกน้อยก็จะเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากนัก และเป็นช่วงวัยที่เริ่มกินอาหารเสริมได้ตามวัย ควบคู่กับการให้นมแม่ ซึ่งความถี่ในการเข้าเต้าจะเปลี่ยนเป็นทุก ๆ 4 – 5 ชั่วโมง
  • วัย 12 – 24 เดือน เด็กในช่วงวัยนี้ จะเริ่มเข้าเต้าน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากสามารถรับประทานอาหารตามวัยได้แล้ว เด็กบางคนจะต้องการเข้าเต้าในช่วงเช้าหรือก่อนเข้านอน และบางคนอาจจะเปลี่ยนไปกินนมชงหรือนมกล่อง การให้นมแม่ หรือการเข้าเต้าจึงค่อย ๆ ลดลงไป

ลูกดูดนมจากเต้า จะรู้ได้ไงว่าลูกกินอิ่ม หรือไม่อิ่ม

ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง ลูกกินอิ่มไหม

อาการที่บ่งบอกได้ว่าลูกกินอิ่มแล้ว 

  • จังหวะในการดูเต้าช้าลงจากปกติ ดูด หรือกลืนเป็นจังหวะยาว ๆ บางครั้งอาจจะหยุดดูด
  • แก้มของลูกมีลักษณะกลม ไม่ได้มีลักษณะเป็นหลุม ซึ่งเป็นลักษณะในการดูด
  • ปิดปาก และหันออกจากเต้า
  • ลูกน้อยมีท่าทางผ่อนคลาย
  • เต้านมคุณแม่มีลักษณะที่อ่อนยวบหลังจากให้นม

6 ท่าอุ้มลูกเข้าเต้า สำหรับคุณแม่ให้นมลูกที่ต้องรู้

วิธีอุ้มระหว่างให้นมลูกนั้นมีได้หลายแบบ คุณแม่สามารถเลือกและปรับท่าให้รู้สึกว่าตัวเองสบายที่สุดได้เลย จะได้ไม่เกร็งและทำให้ลูกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอ อีกทั้งคุณแม่จะได้ประเมินการ ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง ได้อีกด้วยจากปริมาณนมที่ลูกได้ดูดไป โดยท่าให้นมที่คุณแม่ควรศึกษาเอาไว้มี 6 ท่าดังนี้

  • ท่าอุ้มนอนขวางบนตักแม่ (Cradle Hold)

ท่าให้นม1

ให้คุณแม่นั่งขัดสมาธิอุ้มลูกวางขวางไว้บนตัก ให้ท้ายทอยอยู่ที่แขนของคุณแม่ ปลายแขนของคุณแม่ช้อนไปที่ส่วนหลังและก้นของลูก ตะแคงตัวลูกเข้าหาเต้านมให้หน้าอกลูกและคุณแม่ชิดกัน มืออีกข้างพยุงเต้านม เพื่อป้องกันไม่ให้ปิดจมูกลูก

  • ท่านอนขวางบนตักแบบประยุกต์ (Modified/Cross Cradle Hold)

ท่าให้นม2

อุ้มลูกน้อยวางไว้บนตักคล้ายท่าแรกแต่เปลี่ยนการวางมือของคุณแม่ โดยใช้มือด้านตรงข้ามกับเต้านมช้อนระหว่างท้ายทอยและคอของลูกแทนมืออีกข้างพยุงเต้านม

  • ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Clutch Hold/Football Hold)

ท่าให้นม3

ท่านี้เป็นอีกท่าที่ค่อนข้างสะดวกสบาย วางหมอนหนา ๆ ไว้ข้างลำตัวจัดตำแหน่งลูกน้อยให้อยู่บนหมอนให้ลำตัวของลูกน้อยอยู่ใต้แขนของคุณแม่ ใช้มือประคองที่ท้ายทอยคอ และส่วนหลังของลูกน้อยเหมือนอุ้มลูกฟุตบอลที่เหน็บไว้ข้างลำตัว

  • ท่านอนตะแคง (Side Lying Position)

ท่าให้นม4

เป็นที่ค่อนข้างสบายทั้งคุณแม่และลูก โดยคุณแม่และลูกนอนตะแคงเข้าหากันศีรษะแม่สูงเล็กน้อย วางลูกให้ตำแหน่งปากอยู่ตรงกับหัวนมของแม่ มือที่อยู่ด้านบนประคองเต้านมเพื่อนำหัวนมเข้าปากลูก เมื่อลูกดูดได้ดี สามารถขยับออก ประคองต้นคอและหลังได้

  • ท่าเอนตัว (Laid-back Hold)

ท่าให้นม5

ท่านี้คุณแม่นอนเอนตัวแล้ววางลูกไว้บนหน้าอก ใช้มือโอบลูกน้อยไว้ และให้ศีรษะลูกเอียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันการปิดกั้นทางเดินหายใจ

  • ท่าตั้งตรง (Upright or Standing Baby)

ท่าให้นม6

อุ้มลูกน้อยตั้งตรงนั่งตัก ขาลูกคร่อมช่วงต้นขาคุณแม่ ศีรษะและลำตัวของลูกเอนเล็กน้อย ใช้มือประคองศีรษะของลูกและเต้านม ส่วนมืออีกข้างหนึ่งประคองที่เต้านม

วิธีการเอาลูกเข้าเต้าอย่างถูกต้อง

การเอาลูกเข้าเต้าได้อยากถูกวิธี นอกจะทำให้ลูกของคุณแม่ดูดนมได้ดีแล้ว ยังป้องกันตัวคุณแม่จากปัญหาเต้านมคัด หัวนมแตก และลดการเกิดเต้านมอักเสบด้วยค่ะ 

สำหรับวิธีนำลูกเข้าเต้านั้น หลังจากอุ้มลูกให้อยู่ในท่าที่ต้องการแล้ว ให้เอามือประคองเต้านมตัวเองโดยใช้นิ้วโป้งอยู่ด้านบน ส่วนนิ้วที่เหลือช้อนเต้านมด้านล่างเพื่อยกเต้านม จากนั้นให้จำง่ายๆ เป็น 3 จังหวะตามนี้ค่ะ

  • จังหวะที่ 1 : ให้ลูกอ้าปาก เมื่อเราอุ้มลูกมาตรงเต้านมโดยจมูกของลูกอยู่ระดับเดียวกับหัวนมและคางอยู่ชิดเต้านมส่วนล่างแล้ว ลูกจะเริ่มอ้าปากเอง แต่ถ้าลูกไม่อ้าปากเองก็ไม่เป็นไรนะคะ ให้ใช้หัวนมเขี่ยริมฝีปากของลูกน้อยเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้อ้าปากได้ค่ะ
  • จังหวะที่ 2 : เคลื่อนหัวลูกมาให้ปากอมถึงลานนม รอจนลูกอ้าปากกว้างก่อนแล้วเคลื่อนหัวของลูกเข้ามาที่เต้านมจนลูกน้อยอมหัวนมเข้ามาถึงบริเวณลานนม จำไว้ว่า! ให้เลื่อนหัวลูกมาที่เต้านมเรา อย่าโน้มตัวเองเพื่อเอาเต้านมเข้าปากลูก และอย่าให้ลูกดูดเฉพาะหัวนม เพราะจะไม่มีแรงกระตุ้นน้ำนมค่ะ
  • จังหวะที่ 3 : ปรับตำแหน่งให้เข้าที่ โดยให้ปากของลูกอมลานนมส่วนล่างมากกว่าส่วนบน และคางอยู่ชิดกับเต้าส่วนล่าง เป็นตำแหน่งจะที่ทำให้ลูกดูดนมได้ดี หายใจสะดวก และคุณแม่ไม่เจ็บหัวนมด้วยค่ะ พอลูกน้อยเริ่มดูดนมแล้ว ให้ลองสังเกตดูการดูดที่จะเป็นจังหวะและมีเสียงเบาๆ ขณะกลืนน้ำนม ถ้าได้แบบนี้แสดงว่ามีน้ำนมออกมาแล้วค่ะ

อุ้มเรอยังไง ให้ลูกสบายท้องหลังดูดนมอิ่ม

ท่าอุ้มเรอ

การอุ้มให้ลูกเรอเป็นสิ่งจะเป็นและสำคัญมาก ๆ คุณแม่ควรทำทุกครั้งหลังการให้นม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเกิดอาการท้องอืดค่ะ โดยท่าที่นิยมจะมีอยู่ 3 ท่าด้วยกัน ดังนี้

  • ท่าอุ้มลูกพาดบ่า ซึ่งวิธีนี้ทำโดยให้คุณแม่อุ้มลูกพาดบ่า โดยให้คางของลูกอยู่ที่บ่าของแม่ ใช้ฝ่ามือลูบหลัง ลูบขึ้นทางเดียว ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาสัก 1-2 นาที จนกว่าจะได้ยินเสียงเรอของลูก 
  • ท่าเอาลูกนั่งตัก อุ้มลูกโดยหันหน้าของลูกออกจากลำตัวของคุณแม่ โน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย ใช้มือประคองที่บริเวณใต้คางและลำคอของลูก มืออีกข้างหนึ่งลูบหลังโดยลูบขึ้นทางเดียวช้า ๆ ทำซ้ำจนได้ยินเสียงเรอของลูก
  • ท่าพาดแขน หลังจากที่ให้นมแล้ว ค่อยจับลูกวางแขนในลักษณะคว่ำลง ยกแขนส่วนศีรษะลูกให้สูงขึ้นประมาณ 45 องศา เพื่อไม่ให้อาหารในกระเพาะไหลย้อนขึ้นไป ลูบหลังลูกเบา ๆ จนกระทั่งเรอ

การอุ้มลูกเรอนั้นคุณแม่สามารถแบ่งทำทีละครึ่งได้นะคะ เช่น หากลูกกินนมมาได้สักระยะ พักครึ่งให้ลูกเรอ เพื่อเป็นการไล่ลมในท้องก่อน เมื่อลูกเรอลูกก็จะรู้สึกสบายท้องมากขึ้น แล้วค่อยกินนมต่อจนลูกอิ่มค่ะ

จากเทคนิคและวิธีการให้นมข้างต้นที่กล่าวมา ช่วยให้คุณแม่มือใหม่ที่ต้อง ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง นั้นปฏิบัติได้ง่ายขึ้นในการให้นมลูกน้อย อีกทั้งคุณแม่ให้นมลูกต้องรู้ถึงวิธีการปั๊มนม การเก็บรักษานมแม่ เก็บแบบไหนและนำออกมาใช้ยังไง ซึ่งคุณแม่สามารถติดตามกันต่อได้ในบทความอื่นๆ ของเว็บไซต์เราได้ค่ะ

ที่มา : Bangkok Hospital Phuket , Simply Mommynote.net

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

3 สัญญาณบอกว่า นมแม่ใกล้หมด หรือมีน้อยเกินไปแล้ว

น้ำนมแม่มีกลิ่นหืน ให้ลูกกินต่อได้ไหม แล้วต้องเก็บอย่างไรไม่ให้เหม็นหืน

น้ำนมแม่ไม่ไหล ท่อนมอุดตัน เต้าคัด ปั๊มไม่ออก เกิดจากสาเหตุอะไร ต้องแก้ยังไง

 

บทความจากพันธมิตร
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

yaowamal

  • หน้าแรก
  • /
  • หลังคลอด
  • /
  • คุณแม่มือใหม่ ให้ลูกเข้าเต้า ทุกกี่ชั่วโมง ลูกจะกินอิ่มไหม ? อย่าเพิ่งกังวล
แชร์ :
  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว