TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

15 ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี หลังคลอดเกี่ยวกับทารกน้อย

บทความ 5 นาที
15 ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี หลังคลอดเกี่ยวกับทารกน้อย

เมื่อคลอดลูกน้อยออกมาแล้ว ครอบครัวไหนที่มีคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย มาช่วยเลี้ยงหลาน ก็อาจจะได้ยิน ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี หลังคลอดเกี่ยวกับทารกน้อยกันมาบ้าง จนอาจตั้งคำถามว่าความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ วันนี้เราจะพาไปดูความจริงเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้ พร้อมคำแนะนำดี ๆ ในการเลี้ยงลูกค่ะ มาดูกันว่ามีความเชื่อไหนบ้างที่คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยิน

 

15 ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี หลังคลอดเกี่ยวกับทารกน้อย

1. โกนผมไฟผมจะได้ดกดำ

ความจริง : สมัยโบราณนิยมโกนผมไฟให้แก่เด็ก เพราะเชื่อกันว่าผมของเด็กที่ติดมาตั้งอยู่ในท้องแม่นั้นเป็นผมที่ไม่สะอาด และยังบอบบางมากอีกด้วยทำให้หลุดร่วงง่ายจึงต้องโกนทิ้ง ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีแชมพูสำหรับเด็กเช่นสมัยนี้จะใช้น้ำอุ่นสระผมให้เด็ก ดังนั้น การโกนผมไฟจึงมุ่งเน้นไปที่สะดวกในการทำความสะอาดมากกว่าที่จะให้ผมขึ้นมาดกดำ

เพราะความจริงแล้วการโกนผมไม่ได้ทำให้ผมดกดำขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่ผมเดิมตอนที่คลอดออกมาจะดูบอบบาง และจะหลุดร่วงไปเองประมาณ 2-3 เดือน ที่คนโบราณมักพูดว่า ช่วงไหนที่ลูกผมร่วงแปลว่าลูกจำหน้าแม่ได้แล้ว ผมจะดกดำหรือไม่นั้นแท้ที่จริงขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ หากคุณพ่อคุณแม่ผมบางลูกก็มักจะผมบาง หากมีผมดกดำลูกก็จะมีแนวโน้มผมดกดำเช่นกัน ดังนั้นโกนหรือไม่โกนก็ไม่มีผลทำให้ดกดำหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์

 

2. ดอกอัญชัน น้ำนมแม่ กานพลู ทำให้ผมและคิ้วดกดำ

ความจริง : จากผลการทดสอบของนักวิจัย พบว่า ดอกอัญชันมีสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งหากนำมาหมักผมจะช่วยกระตุ้นหนังศีรษะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมทำให้ผมดกดำ ส่วนกานพลู น้ำนมแม่นั้น ยังไม่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงหากคุณแม่คิดจะใช้อัญชัน หรือกานพลู ต้องดูว่ามีการเกิดอาการผื่นแพ้หรือไม่เพราะผิวทารกบอบบางอาจเกิดการระคายเคืองได้

 

3. ใช้ปัสสาวะทารกกวาดลิ้นป้องกันฝ้าขาว

ความจริง : ปัสสาวะเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมาหากนำไปกวาดลิ้นจะทำให้ทารกได้รับเชื้อโรค  ฝ้าขาวที่ลิ้นนั้นเมื่อทารกดูดนมเข้าไปแน่นอนว่าลิ้นจะต้องเป็นฝ้าขาวแน่นอน  ทางที่ดีควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดลิ้นเบา ๆ จะดีกว่าค่ะ ปลอดภัยกว่าการใช้ปัสสาวะแน่นอน  ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อในช่องปากอีกด้วย

 

4. บีบจมูกทารกเพื่อดั้งจมูกโด่ง

ความจริง : กระดูกตรงสันจมูกของลูกน้อยจะเป็นกระดูกอ่อน ๆ ทารกที่เกิดมาใหม่แทบจะทุกคนจมูกจะดูแบน ๆ แต่พอโตขึ้นแล้วถึงจะรู้ว่าจมูกโด่งหรือไม่โด่ง  การบีบจมูกลูกน้อยบอกได้เลยค่ะว่าไม่มีผล คุณแม่ไม่จำเป็นต้องบีบ นวด คลึงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการที่เด็กมีจมูกโด่งหรือไม่โด่งนั้นขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ การไปบีบจมูกในขณะที่ยังเป็นทารกอยู่นั้นด้วยผิดที่บอบบางอาจทำให้จมูกเกิดการอักเสบได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีทำให้จมูกโด่ง บีบดั้ง ดึงจมูกทารก กระตุ้นให้ดั้งลูกโด่งได้จริงหรือ?

 

ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี

 

5. ห้ามตัดเล็บจนกว่าจะ 1 เดือน ความเชื่อผิด ๆ หลังคลอด

ความจริง : การตัดเล็บของทารกที่เกิดใหม่ โบราณท่านว่าห้ามตัดก่อน 1 เดือน เพราะอาจทำให้เด็กทารกไม่สบายได้ ในความเป็นจริงแล้วการตัดเล็บของทารกก่อน 1 เดือนไม่มีผลทำให้ไม่สบายแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าเล็บของทารกจะอ่อนและบางมาก คุณแม่มือใหม่อาจจะเผลอตัดเล็บลูกแล้วเข้าเนื้อต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันไป น่าจะเป็นเพียงกุศโลบายเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นมากกว่าค่ะ

คุณแม่ควรดูแลเล็บไม่ให้ข่วนหน้าข่วนตาและมีการเล็มเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อความปลอดภัยดีที่สุด หรือป้องกันด้วยการใส่ถุงมือ แต่อย่างไรก็ตามการใส่ถุงมือไม่ควรใส่เป็นเวลานาน ๆ เพราะจะทำให้เด็กมีพัฒนาการในการหยิบจับช้าได้นะคะ

 

6. นอนคว่ำหัวจะสวยและนอนได้นาน

ความจริง : ตามหลักวิชาการแล้ว ไม่แนะนำให้ทารกนอนคว่ำเลยค่ะ แม้ว่าอาจจะทำให้หัวสวยก็จริง แต่เป็นอันตรายมาก เพราะมีกรณีที่เด็กทารกนอนคว่ำแล้วหยุดหายใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะเด็กไม่สามารถยกศีรษะเพื่อช่วยเหลือตนเองได้หน้าคว่ำอยู่กับที่นอน หมอน ทำให้ขาดอากาศหายใจนั่นเอง อีกอย่างคุณแม่บางคนให้ลูกกินนมอิ่ม ๆ เมื่อลูกหลับ แล้วจับนอนคว่ำเพราะคิดว่าจะได้หลับนาน อาจทำให้ลูกสำลักนมได้ ทางที่ดีให้เด็กนอนตะแคงจะปลอดภัยกว่าค่ะ

 

7. ปากและรอยตำหนิ ความเชื่อเรื่อง ลูกมาเกิด

ความจริง : คนโบราณเชื่อกันว่า เด็กทารกที่เกิดมามีปาน ไม่ว่าจะเป็นปานแดงหรือปานดำ นั่นเป็นเพราะเจ้าหนูได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง แล้วถูกป้ายด้วยของเพื่อทำตำหนิไว้ ของนั้นอาจจะเป็นปูนแดงหรือถ่าน เป็นต้น เพื่อที่ว่าเกิดมาใหม่ญาติพี่น้องจะได้จำได้ อันนี้ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ใด ๆ นะคะ

แต่ที่แน่ ๆ ตำหนิ กระ หรือปาน ที่ขึ้นตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้ตามกรรมพันธุ์ เป็นเพราะเซลล์ผิวหนังส่วนนั้นผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องของผิวหนังเฉพาะบุคคล แต่บางคนเมื่อโตขึ้นมักจะจางลงขึ้นอยู่กับชนิดของปานบางชนิดก็เป็นถาวร แต่หากพบว่ามีความผิดปกติ เช่น เข้มขึ้น หรือโตขึ้นเช่นนี้แล้วควรปรึกษาแพทย์ดีกว่าค่ะ

 

8. เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หลัง 6 เดือนไปแล้ว ควรเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นด้วย

ความจริง : นมแม่เป็นอาหารที่วิเศษที่สุดสำหรับทารกเพราะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและคุณค่าทางสารอาหาร ทารกที่ดื่มนมแม่มากกว่า 2-3 ครั้ง/วันนั้น ไม่จำเป็นต้องเสริมนมผงหรือนมชนิดอื่นใด แต่อาจจะเสริมเป็นอาหารเสริม แต่ให้นมแม่เป็นอาหารหลัก อย่างไรก็ตามทารกที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนและไม่เคยดื่มนมผสมมาก่อน มักจะไม่ยอมดื่มเพราะไม่คุ้นเคยและไม่อร่อยเหมือนนมแม่ กรณีเช่นนี้เสริมเป็นอาหารเสริมจะดีกว่าค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่แม่ให้นมอยากรู้มากที่สุด แม่ให้นมอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง?

 

ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี

 

9. น้ำนมแม่รักษาตาแดง

ความจริง : คุณหมอยืนยันว่า น้ำนมไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หรือจะนำมารักษาโรคตาแดงได้ เพราะน้ำนมแม่มีเชื้อฝ่ายดีที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ คือ ช่วยป้องกันการท้องเสียให้กับทารกน้อย หากนำมาหยอดตาอาจเกิดการอักเสบได้ ดังนั้นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

 

10. ดัดขาตั้งแต่เล็กขาจะได้ไม่โก่ง

ความจริง : ความเชื่อเรื่องการดัดขาทารกมีมาทุกยุคทุกสมัย เด็กแรกเกิดจะดูขาโก่ง ๆ โค้ง ๆ อยู่แล้วค่ะ แท้ที่จริงแล้ว ขาเด็กจะเริ่มตรงเข้าที่เข้าทางเมื่อมีอายุประมาณ 2 ขวบ แต่ถ้าไปดัดขามาก ๆ เมื่อถึงเวลาที่ควรจะตรงมันก็อาจจะไม่ตรงก็ได้นะคะ แต่ถ้ากรณี 2 ขวบแล้วถึงวัยที่ขาจะตรงแต่ขายังโก่งแบะอยู่อันนี้น่าจะผิดปกติควรปรึกษาคุณหมอดีกว่าเพื่อให้ได้คำแนะนำที่ดีและตรวจแต่เนิ่น ๆ ดังนั้น คุณแม่ไม่ต้องไปดัดขาลูกน้อยแต่เป็นการนวดขาให้ทารกเกิดความสบายเท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

บทความจากพันธมิตร
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

11. เด็กไม่ยอมพูดต้องเอากบตบปาก

ความจริง : เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ไม่เท่ากัน สำหรับเด็กที่ไม่ยอมพูด พูดช้า อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกเครียด กลัวว่าลูกจะมีพัฒนาการช้า แต่หากใช้วิธีนี้ก็จะทำให้ลูกได้รับเชื้อโรคทางปากและเป็นอันตรายได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใช้วิธีหมั่นสังเกตพัฒนาการของลูก ไม่ควรเอาลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และควรหมั่นพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ เพราะยิ่งหากลูกมีปฏิสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่มากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้เขาเรียนรู้ได้เร็วและเก่งขึ้นได้เอง

 

12. ให้ลูกกินกล้วยตอนอายุ 3 เดือน

ความจริง : เด็กสามารถกินกล้วยได้เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่ลูกเริ่มกินอาหารแข็ง และเป็นช่วงที่ระบบย่อยอาหารสามารถย่อยอาหารประเภทอื่น ๆ ได้ดี และยังเป็นช่วงที่เด็กเริ่มฝึกเคี้ยวด้วย หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกกินกล้วยตั้งแต่อายุ 3 เดือน ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูก เพราะระบบย่อยอาหารของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนยังไม่แข็งแรง และยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ หากกินกล้วยเข้าไป ก็อาจส่งผลให้ลูกเกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย และเสี่ยงลำไส้อุดตันได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ป้อนกล้วยเด็กก่อน 6 เดือน อันตราย! ทารกกินกล้วย เสี่ยงตาย พ่อแม่ต้องระวัง

 

ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี

 

13. อุ้มลูกบ่อย ๆ ลูกจะติดมือ

ความจริง : เด็กในช่วง 6 เดือนต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยการร้องไห้ ยิ่งหากได้รับการตอบสนองจากคุณพ่อคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นการอุ้ม การสัมผัส หรือการพูดปลอบ ก็จะทำให้เด็กเกิดความไว้ใจว่าต้องมีคนคอยดูแล ซึ่งจะส่งผลให้ลูกร้องไห้น้อยลง และเมื่อเติบโตขึ้นมาก็จะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย อารมณ์ดี และไม่เรียกร้องความสนใจมากจนเกินไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถอุ้มลูกได้นะคะ

 

14. ใช้ผ้าอ้อมเปื้อนฉี่เช็ดปากลูก

ความจริง : การใช้ผ้าอ้อมเปื้อนฉี่เช็ดปากลูกหรือกวาดลิ้นลูก ไม่ได้ช่วยให้ลิ้นหายจากการเป็นฝ้าขาวแต่อย่างใด แต่เป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของลูก ทำให้ลูกเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาด ชุบน้ำต้มสุกแล้วเอามาเช็ดตามปาก ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้มจะดีกว่า เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากลูกลิ้นเป็นฝ้าขาวจับตัวหนาและกินนมได้น้อยลง อาจเป็นเชื้อราได้ ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรักษาจะดีกว่า

 

15. ส่องกระจกแล้วฟันจะไม่ขึ้นหรือขึ้นช้า

ความจริง : ไม่เกี่ยวกันแต่อย่างใด กระจกถือเป็นของเล่นกระตุ้นพัฒนาการอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเด็กในช่วง 6-7 เดือน จะชอบมองกระจกบ่อย ๆ เพราะเป็นของเล่นที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย เมื่อลูกเคลื่อนไหว เงากระจกก็เคลื่อนไปตามด้วยนั่นเอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเรื่องการมองเห็นได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการสมองของทารกได้ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อเวลาที่เด็กจ้องมองและสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ในกระจก ก็จะทำให้สมองส่งกระแสไปยังเส้นใยของเซลล์ประสาท ช่วยให้เกิดการรับรู้ และการตอบสนองต่อสิ่งที่เห็น

 

จากที่อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อหลังคลอดของทารก แม้ว่าบางสิ่งไม่มีอันตรายแต่ก็ไม่ควรอยู่ในความประมาทนะคะ เพราะผิวหนังของทารกอ่อนโยนและบอบบางมาก หากมีข้อสงสัยควรปรึกษากุมารแพทย์โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ จะได้รับคำแนะนำดีและปลอดภัยหายห่วงอีกด้วย

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

7 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องการกินของคนท้อง ไม่อยากพลาดต้องอ่าน!

ความเชื่อโบราณ อยากมีลูก ต้องทำอย่างไร แบบไหนทำแล้วได้ลูก

อาการโคลิก Vs ความเชื่อโบราณ อะไรคือความจริง!! สิ่งที่พ่อแม่หลายคนต้องเจอ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

มิ่งขวัญ ลิรุจประภากร

  • หน้าแรก
  • /
  • การเลี้ยงลูก
  • /
  • 15 ความเชื่อแบบโบราณสารพัดวิธี หลังคลอดเกี่ยวกับทารกน้อย
แชร์ :
  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว