โรคไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

lead image

เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูหนาว โรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งเป็นตัวการของอันตรายของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เริ่มจะมีการระบาดมากขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก เพราะติดต่อกันได้ง่าย อาการของโรคก็อาจแตกต่างกันตั้งแต่อ่อนเพลีย มีน้ำมูกเล็กน้อย จนถึงขั้นเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันดีกว่าค่ะ

โรคไข้หวัดใหญ่ อาการในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากอะไร?

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเอ บีและซี โดยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอนั้นพบได้ในคนและสัตว์ ชนิดบีพบเฉพาะในคน ส่วนชนิดซี มีเกิดการระบาดเฉพาะในวงจำกัดและมีความรุนแรงน้อย

เด็ก ๆ จะได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจากเดินหายใจ ซึ่งเชื้อโรคจะมาจากน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย เมื่อมีการไอ จามทำให้เชื้อ แพร่กระจายในอากาศ แล้วสูดเข้าไปในทางเดินหายใจ หรือไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ของเล่น ของใช้ต่าง ๆ แล้วมาแคะจมูก เอามือเข้าปาก ทำให้เชื้อโรคเข้าไปสู่ร่างกายได้

อาการของไข้หวัดใหญ่มีอะไรบ้าง?

อาการของไข้หวัดใหญ่จะเกิดได้เมื่อได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายประมาณ 2-3 วัน มักเริ่มจากมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดตามตัว อ่อนเพลีย และต่อมาจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ และอาจมีอาการของระบบร่างกายอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาแดง ร่วมด้วยได้ โดยถ้าเป็นไม่รุนแรงอาจมีอาการแค่ 3-4 วัน แล้วหายได้เอง แต่บางคนอาจมีอาการนานเป็นสัปดาห์ได้ค่ะ

อาการไข้หวัดใหญ่ในเด็กและผู้ใหญ่แตกต่างกันอย่างไร?

อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็กเล็กและผู้ใหญ่ที่แตกต่างกันคือในเด็กเล็กหรือเด็กทารกจะพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาแดงได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ และในเด็กทารกอาจมีอาการภาวะแทรกซ้อนเช่นปอดอักเสบติดเชื้อที่รุนแรง หรืออาการคล้ายติดเชื้อในกระแสเลือด จนถึงช็อค และเสียชีวิตได้ค่ะ

อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ หน้าถัดไป >>>

ทราบได้อย่างไรว่าอาการของลูกคือไข้หวัดใหญ่?

ถ้าลูกมีอาการคล้ายหวัดแต่มีไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก ไอมากจนหายใจเหนื่อย และอาการเป็นมากขึ้นหรือไม่ดีขึ้นเกิน 5 วัน คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจร่างกายและคุณหมออาจพิจารณาส่งตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม โดยวิธีตรวจที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือการตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากป้ายหรือดูดสารคัดหลั่งในจมูก หรือคอ ซึ่งจะทราบผลได้ในเวลาประมาณ 30 นาทีว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และเป็นสายพันธุ์เอ หรือ บี

หากลูกเป็นไข้หวัดใหญ่คุณพ่อคุณแม่ควรให้การดูแลอย่างไร?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ คุณหมออาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่หากลูกน้อยอายุไม่ถึง 2 ขวบ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่และมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต หรือลูกมีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น โรคปอด โรคหืด โรคหัวใจ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือทานยาแอสไพรินติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ถ้าลูกเป็นเด็กโตที่สุขภาพแข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่เพราะมักมีอาการไม่รุนแรงและมักไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยคุณพ่อคุณแม่อาจดูแลลูกตามอาการโดยให้ทานยาลดไข้ ยาแก้ไอ ล้างจมูก ดูดน้ำมูก ให้นอนพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ รักษาร่างกายให้อบอุ่น และสังเกตอาการที่ต้องไปพบคุณหมอเช่น ซึมลง ทานไม่ได้ ไข้สูง อ่อนเพลียมาก ไอมากจนหอบเหนื่อย เป็นต้นค่ะ

เราจะปกป้องลูกน้อยจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

ปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดได้ในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยแนะนำให้ฉีดเมื่อลูกอายุ 6 เดือนถึง 4 ขวบหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหืด โรคหัวใจ โรคระบบประสาท โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้สูง

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือไปแคะจมูกหรือเอามือเข้าปาก ไม่คลุกคลีกับเพื่อนที่ป่วย และหากลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ควรจะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนด้วยนะคะ

ทำอย่างไรเมือลูกวัยทารกเป็นไข้

ส่าไข้เป็นอย่างไร?