โรคแพ้ถั่วปากอ้า โรคพร่องเอนไซม์ G6PD คืออะไร อันตรายกับลูกแค่ไหน

โรคแพ้ถั่วปากอ้า โรคพร่องเอนไซม์ G6PD คืออะไร อันตรายกับลูกแค่ไหน

โรคแพ้ถั่วปากอ้า โรคพร่องเอนไซม์ G6PD หรือภาวะพร่องเอนไซม์ Glucose-6-phosphate Dehydrogenase (G-6-PD deficiency) คืออะไร อันตรายกับลูกแค่ไหน

โรคแพ้ถั่วปากอ้า โรคพร่องเอนไซม์ G6PD

เครียดมากเมื่อรู้ว่าหนูเป็น โรคแพ้ถั่วปากอ้า โรคพร่องเอนไซม์ G6PD

 

โรคแพ้ถั่วปากอ้าหรือโรคพร่องเอนไซม์ G6PD

คุณแม่ท่านหนึ่งได้โพสต์ถามถึง โรค G6PD  ที่เกี่ยวกับเม็ดเลือด ว่า ถ้าไปกิน ถั่วปากอ้า บูลเบอรี่ ไวน์ จะส่งผลต่อร่างกาย เม็ดเลือดแดงจะแตก น้องจะตัวเหลือง อ่อนเพลีย เยี่ยวเป็นเลือด โรคนี้เป็นจนโต ไม่หายค่ะ แม่บ้านนี้เครียดมากเลยค่ะ ลูกเกิดมาได้ 7 วัน ลูกเป็นโรคนี้ ตั้งแต่เกิด ทั้งส่องไฟทั้งโดนเจาะเลือดแล้ว เจาะอีก สงสารลูกเลยค่ะ พยายามคิดอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าหลีกเลี่ยง อาหาร สาเคมี ยา บางชนิด ลูกก็คงใช้ชีวิตปกติได้เหมือนคนทั่วไป

 

โรค G6PD

พ.ญ.สมใจ กาญจนาพงศ์กุล สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ให้ข้อมูลว่า G6PD เป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในวิถี Pentose Phosphate Pathway ของน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้เกิดการทำลายสารอนุมูลอิสระ (Oxidants) ต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น เอนไซม์ G6PD จึงเป็นเอนไซม์ที่ช่วยป้องกันเม็ดเลือดแดงแตกจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ

คนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้จึงเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ง่ายเมื่อได้รับสารอนุมูลอิสระจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD (Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency)เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมผ่านยีน(gene) X โดยมีการแสดงออกแบบยีนด้อย (X-linked recessive) ดังนั้น โรคนี้จึงแสดงอาการในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง

ที่มา : http://www.tsh.or.th

 

อาการของภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษีกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD อาจมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด หรือมีอาการเมื่อโตขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดงอย่างเฉียบพลัน ภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังสัมผัสกับสารที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตก

ผู้ป่วยจะมีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีน้ำตาลดำคล้ายน้ำปลาหรือเครื่องดื่มโคล่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีภาวะไตวายเฉียบพลันเนื่องจากสารฮีโมโกลบินจากเม็ดเลือดแดงที่แตกไปตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะจนเกิดการอุดกั้น อาจเกิดภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ และผู้ป่วยอาจมีภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้หากมีโลหิตจางมาก

 

สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD มีเม็ดเลือดแดงแตก

สิ่งที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆได้ดังนี้ค่ะ

  1. การติดเชื้อโรคชนิดต่างๆ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคอื่นๆ
  2. ยา หลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น primaquine, sulfonamide, nitrofurantoin, aspirin, dapsone เป็นต้น
  3. สารเคมี ได้แก่ ลูกเหม็น (napthalene)
  4. อาหาร ได้แก่ ถั่วปากอ้า

 

ดูแลลูกที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD อย่างไร

หากทราบว่าลูกมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD และมีอาการซีด อันเกิดจากเม็ดเลือดแดงแตก ก็ควรรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะอาจต้องได้รับเลือด และได้รับสารน้ำที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะไตวาย และรักษาความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด

นอกจากนี้ในภาวะปกติ ผู้ป่วยที่มีมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกทุกชนิด พกบัตรประจำตัวผู้ป่วยที่คุณหมอให้ไว้ตลอด และแจ้งคุณหมอทุกครั้งที่มีอาการเจ็บป่วยว่ามีภาวะนี้ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกได้

สิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่คือ การระมัดระวังและหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ สอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจภาวะนี้ เพื่อระแวดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เพียงเท่านี้ ลูกก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทารกตัวเหลือง มีอุจจาระสีซีด ผิดปกตินะแม่! ต้องรีบพาลูกไปพบหมอแล้วล่ะ

ถ้ารู้ตัวว่าท้อง หยุดเสี่ยงกินยาเหล่านี้เด็ดขาด

พาลูกแรกเกิดกลับบ้านยังทำอะไรไม่ถูกเลย อยากรู้ควร อาบน้ำทารกวันละกี่ครั้ง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner