เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

เดี๋ยวนี้ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับเด็กและนับวันเด็กที่ได้รับความรุนแรงอายุน้อยลงเรื่อย ๆ คงไม่มีใครอยากเห็นลูกของตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรงอย่างแน่นอน ถ้าเป็นอย่างนั้นมาร่วมมือกันเลี้ยงลูกแบบไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงกันค่ะ ติดตามอ่าน

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

1. หยุด!!!ทำร้ายจิตใจ

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงการตีเพียงเดียวนะคะ  ยังมีความรุนแรงที่เรียกว่า  ทำร้ายจิตใจ อีกด้วย  เช่น  เลี้ยงลูกลำเอียง รักพี่หรือรักน้องมากกว่า  การใช้คำพูดกระทบกระเทือนจิตใจ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม  เช่น  ลูกเก็บมาเลี้ยง  หรือเกิดมาทำไม เกิดมาแล้วทำให้พ่อแม่ลำบาก  คำพูดเช่นนี้จะสะสมในจิตใจจนเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ  คิดว่าพ่อแม่ไม่รัก  นานวันเข้าลูกจะแสดงออกด้วยการกระทำที่รุนแรง  แรกเริ่มอาจจะไม่รุนแรงมาก แต่เมื่อนานวันเข้าจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรงมากขึ้น ๆ ต่อไป

2. ปล่อยปละละเลย

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

เรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ค่อยนึกถึงกันสักเท่าไร  การไม่มีเวลาให้ลูก  หรือแม้จะอยู่ด้วยกันแต่ไม่ค่อยเอาใจใส่ลูกเท่าใดนัก  อาจจะเหนื่อยจากงานหรือเรื่องส่วนตัวทำให้พ่อแม่หมกมุ่นสนใจแต่ตัวเอง     จนลืมไปว่าลูกก็ต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ การปล่อยให้ลูกอยู่กับโลกโซเชียล  เล่นเกมคอมพิวเตอร์   ดูซีดี  ดูการ์ตูนซึ่งอาจจะแฝงความรุนแรง  โดยที่เด็กยังไม่รู้จักกลั่นกรองว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี  อาจจะจดจำมาและรับสิ่งนั้นไปใช้โดยขาดการไตร่ตรอง

3. การเลี้ยงดูที่ดี คือ วัคซีน ป้องกันความรุนแรง

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

เมื่อพูดถึงคำว่า “วัคซีน” แน่นอนว่าย่อมหมายถึง  การป้องกัน  เช่นเดียวกับการเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง  สิ่งแวดล้อม  ทัศนคติของพ่อแม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของลูก เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักและความเข้าใจเมื่อโตขึ้นเด็กจะรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคม และมีอารมณ์ที่มั่นคง

การเลี้ยงดูตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของลูกเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีส่วนในการกำหนดโครงสร้างและการทำงานของสมอง  หากเด็กถูกเลี้ยงดูด้วยความรุนแรง  สมองจะเรียนรู้การกระทำที่รุนแรง  การถูกปล่อยปละละเลยจากพ่อแม่  ทำให้ลูกเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเงียบเหงา  ขาดความรัก  จึงทำให้มองโลกในแง่ลบได้

บทความแนะนำ  ทำอย่างไรเมื่อเจอกับความรุนแรงในครอบครัว

ดังนั้น  ทางออกของปัญหาการใช้ความรุนแรง  ควรเริ่มจาก

3.1 เตรียมตัวเองให้พร้อม 

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

คำว่าเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนจะสร้างครอบครัว  ไม่ใช่หมายถึง  เรื่องเงินทองเท่านั้น  แต่ต้องเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะถ้ามีลูกในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ได้วางแผนในการมีลูกคนต่อไป  อาจสร้างความปัญหาให้กับคุณพ่อคุณแม่เองและลูกอีกด้วย

บทความแนะนำ  ยังไม่พร้อมมีลูกคนต่อไป!!สารพัดวิธีคุมกำเนิดช่วยคุณได้

3.2 อย่าให้ลูกรู้สึกว่า “ ขาดความรัก ”

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมรักลูกของตนเองอยู่แล้ว แต่ความรักนั้นหากไม่แสดงออกลูกก็คงไม่รู้  ที่สำคัญความรักไม่ใช่การให้สิ่งของหรือเงินทอง หรือที่เรียกว่า  ใช้เงินเลี้ยงลูก  ลูกอยากได้อะไร ตามใจ  สิ่งนั้นไม่ถูกต้องแน่ ๆ ที่สำคัญเมื่อลูกขึ้นจะทำให้เขาปรับตัวเข้ากับสังคมยาก  ขาดความอดทน  และรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อยหากไม่ได้รับการตอบสนองตามที่ต้องการ  สิ่งเหล่านี้จะหวนกลับมาทำร้ายลูกในอนาคตต่อไป  รักลูกแสดงออกด้วยการพูดคุย  ให้คำปรึกษา  ให้เวลาแก่ลูก  ร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เมื่อมีเวลาว่าง  ให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจะดีที่สุดค่ะ ที่สำคัญความรักของพ่อแม่ต้องมีความยืดหยุ่นบนหลักเหตุและผลไม่ควรปล่อยให้ทำตามใจตนเองไปทุกอย่าง

3.3 เหตุผลVSอารมณ์

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

คงไม่มีเด็กคนไหนชอบให้พ่อแม่ใส่อารมณ์ดุด่าว่ากล่าวตนเองอย่างแน่นอน    ยิ่งเมื่อลูกเข้าสู่วัยที่อยากรู้อยากลองสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง  อาจจะมีอาการดื้อซนให้เห็นอยู่บ่อย ๆ  บางครั้งเด็กยังสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้จึงแสดงออกด้วยการกระทำ เช่น ตี  หยิก  ดึง เมื่อเขารู้สึกไม่พอใจ  ทำให้คุณพ่อคุณแม่อาจเกิดอารมณ์โมโห  ไม่พอใจในการกระทำของลูก  อย่านะคะ!!! อย่าตีลูก

แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกด้วยเหตุผล  เพื่อให้ลูกรู้ว่าตนเองควรแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร สิ่งสำคัญคุณพ่อคุณแม่เองนั่นแหละคะต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้เสียก่อน  แทนที่จะตีก็ให้พาลูกออกไปจากสิ่งนั้น เช่น  หากลูกอยากได้ของเล่นแล้วลงไปนอนดิ้นกับพื้น  แทนที่จะตีก็สงบอารมณ์ลงก่อน  แล้วค่อยอธิบายกับลูก   เมื่อลูกได้เห็นท่าทีที่อ่อนโยนของพ่อแม่ต่อเขา  ลูกจะเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่พ่อแม่มีต่อเขา  และเกิดการเรียนรู้ว่าไม่ควรใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ถือเป็นปลูกฝังสิ่งดี ๆนั้นให้กับลูกต่อไป  โดยลูกได้เรียนรู้ผ่านการกระทำของพ่อแม่นั่นเอง

บทความแนะนำ   ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก คือพ่อแม่

3.4 พ่อแม่ คือต้นแบบที่สำคัญ

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

ลูกในวัยที่พร้อมจะเรียนรู้จากการเลียนแบบจากคนใกล้ตัว แน่นอนว่า ก็คือคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัว  การปฏิบัติตัวของพ่อแม่ที่มีต่อกัน  ที่มีต่อลูก รวมถึงสมาชิกในครอบครัว  ทุกอย่างเปรียบได้กับฉากละคร  ลูกจะซึมซับเอาพฤติกรรมเหล่านั้นติดตัวเขา  หากพ่อแม่มีจิตใจที่เอื้ออาทร  รักสัตว์ ลูกก็จะจดจำและทำตาม  หากพ่อแม่ชอบอ่านหนังสือ  ลูกก็จะทำตามได้ไม่ยาก  ตรงกันข้ามหากพ่อแม่ชอบมีปากมีเสียง  ลงไม้ลงมือ  ลูกก็จะเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาเช่นเดียวกับที่พ่อแม่ทำเช่นกัน

บทความแนะนำ  ความสำคัญของการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

3.5 เลี้ยงลูกด้วยความรักและอาทร

เลี้ยงลูกไม่ให้เป็นเหยื่อความรุนแรง

ปัจจุบันนี้การแข่งขันมีสูงในสังคมของเราแม้แต่เด็กเล็ก ๆ ในวัยอนุบาลยังต้องสอบแข่งขันแย่งที่เรียนกันเลย  แต่คุณพ่อคุณแม่อาจสวนกระแสด้วยการสอนลูกให้รู้จักแบ่งปันและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น   แม้วันนี้ลูกอาจจะไม่เข้าใจ  แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นสั่งสอนตั้งแต่เยาว์วัย   สิ่งเหล่านี้จะสั่งสมอยู่ในจิตใจของลูกได้ไม่ยากเลยค่ะ  เพราะพื้นฐานที่ดีจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ลูกดีงามไปพร้อมกับการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจนั่นเอง

บทความแนะนำ   IQ สูงอย่างเดียวคงไม่พอ “เลี้ยงลูกสมัยใหม่ต้องส่งเสริม SQ (ความฉลาดทางสัมคม)”

 

จะเห็นว่า ความรุนแรงแม้จะเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเรา หรือผ่านสื่อมาให้เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน  แต่เราสามารถสร้างเกราะป้องกันความรุนแรงนั้นได้ด้วยความรักและความเข้าใจกันภายในครอบครัว  เริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อลูกของเราและเพื่อสังคมที่สงบสุขต่อไปค่ะ

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.sahavicha.com

http://www.thaichildrights.org

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แพทย์เตือนพ่อแม่ไม่ควรให้ลูกเห็นภาพความรุนแรงในข่าว

สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวไทยยังสูงอยู่

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner