เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย ทำท่านี้อยากบอกอะไร : หนูยังพูดไม่ได้ แต่อยากให้แม่เข้าใจจริงๆ นะ

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย ทำท่านี้อยากบอกอะไร : หนูยังพูดไม่ได้ แต่อยากให้แม่เข้าใจจริงๆ นะ

การสื่อสารโดยใช้ท่าทางเป็นพัฒนาการด้านการสื่อสารของทารก หากได้รับการตอบสนองอย่างถูกต้องและเหมาะสมก็จะต่อยอดให้ทารกเกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องต่อไป

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย ทำท่านี้อยากบอกอะไร ถึงหนูยังพูดไม่ได้ แต่อยากให้แม่เข้าใจจริงๆ นะ  ท่าทางต่าง ๆ ที่ทารกแสดงออกมานั้น ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ต้องการบอกกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเจ้าหนูอยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ  การสื่อสารโดยใช้ท่าทางเป็นพัฒนาการด้านการสื่อสารของทารก หากได้รับการตอบสนองอย่างถูกต้องและเหมาะสมก็จะต่อยอดให้ทารกเกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องต่อไป

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย

  • เมื่อลูกเตะขา
  • เมื่อลูกเอามือปิดหู หรือปิดตา
  • เมื่อลูกเบือนหน้า
  • เมื่อลูกเอามือม้วนผม
  • เมื่อลูกดึงหู
  • เมื่อลูกเหยียดแขน

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย

# เมื่อลูกเตะขา หมายความว่าไง

ลูกกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สบาย ๆ เป็นเวลาแห่งความสุข  เมื่อเขาเหลือบไปเห็นอะไรที่แปลกตาสำหรับเขา  เจ้าหนูอาจกำลังคิดว่านั่นคือสิ่งมหัศจรรย์  เช่น  เมื่อคุณแม่เปิดก๊อกน้ำ  มีน้ำไหลออกมาจากก๊อก  การเตะขาของเขาแสดงถึงความน่าตื่นเต้นในแบบของทารกนั่นเอง  การเตะขาช่วยเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อของทารกเพื่อเตรียมความพร้อมในการหัดคลานต่อไป   ดังนั้น หากคุณแม่เห็นว่า  การกระทำอะไรก็ตามที่ทำให้เจ้าหนูรู้สึกตื่นเต้น  เช่น  ให้ดูน้องแมว น้องหมา เจ้าหนูเตะขาเสียสูงเชียว  นั่นแสดงว่าเขากำลังตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยค่ะ

# เมื่อเอามือปิดหูหรือปิดตา หมายความว่าไง

ลูกอยากชวนคุณพ่อคุณแม่เล่นจ๊ะเอ๋นะสิคะ  เพราะทารกจะเรียนรู้ได้ไวว่า  เกมนี้เล่นยังไงที่สำคัญมันสนุกมากสำหรับหนู  โดยเฉพาะเมื่ออายุได้ 8 - 9 เดือน เกมนี้ลูกจะเป็นฝ่ายเริ่มชวนคุณแม่เล่นก่อนด้วยซ้ำเอาผ้าห่มบาง ๆ มาคลุมศีรษะลูกเพื่อให้ลูกดึงผ้าออก แล้วโผล่หน้ามาหัวเราะเฮฮากับคุณแม่ที่จะรอ "จ๊ะเอ๋" จากนั้นสลับกันบ้างให้คุณแม่เอาผ้ามาคลุมศีรษะตัวเองและให้ลูกเป็นคนดึงผ้าออก พร้อมกับบอก "จ๊ะเอ๋" ลูก  รับรองหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแน่นอนค่ะ

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย

# เมื่อลูกเบือนหน้า หมายความว่าอย่างไร

ลูกอาจกำลังต้องการให้คุณหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น  หรืออีกเหตุผลนึง คือ เขาต้องการบอกว่าขอหนูเคี้ยวคำนี้ให้หมดก่อนนะ แล้วแม่ค่อยป้อนต่ ปล่อยให้ลูกสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวสักพักแต่ถ้าลูกยังไม่ยอมหันมาเสียที  แบบนี้ต้องเบี่ยงเบนความสนใจให้หันกลับมาแล้วค่ะ คุณแม่กำลังทำให้เจ้าหนูไม่สบอารมณ์แล้วสิคะ  เป็นไปได้ว่าอาจไปรุกล้ำความเป็นส่วนตัว  บางทีทารกก็มีโลกส่วนตัวเหมือนกันนะ  ประมาณว่า ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวค่ะแม่!แม้ว่าคุณแม่อยากจะอุ้ม กอดเจ้าหนู  แต่ช่วงเวลานี้ปล่อยเขาไปสักพักกับของเล่นชิ้นโปรดที่จดจ่ออยู่  ปล่อยเขาเล่นสัก 10 - 20 นาที เวลานี้คุณแม่จะได้มีเวลาจัดเตรียมหรือทำอะไรตามต้องการแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม  เดี๋ยวลูกก็ร้องหาแล้วค่ะ

# เมื่อลูกเอามือม้วนผม หมายความว่าอย่างไร

เจ้าตัวน้อยรู้จักวิธีที่จะทำให้ตัวเองผ่อนคลายแล้วหละ เพราะการทำอะไรซ้ำ ๆ อย่างเอามือจับผมม้วนเล่น จะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางของลูกทำงานช้าลง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ หากลูกไม่ถึงกับทึ้งผมตัวเอง ก็ปล่อยเจ้าหนูทำตามสบายเลยค่ะ หรือลูกกำลังรู้สึกกังวลกับสิ่งรอบตัว  อาจจะเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่  แขกแปลกหน้าที่มาเยี่ยมเยียนหรือมารุมล้อมหรือเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆข้างบ้าน ปลอบลูก และบอกว่าไม่เป็นไรแม่อยู่ตรงนี้ใกล้ ๆ หนู เสียงที่อ่อนโยนของคุณแม่จะช่วยให้ลูกคลายความกังวลไปได้ค่ะ

# เมื่อลูกดึงหู หมายความว่าอย่างไร

อาการนี้บ่งบอกว่าหนูกลังไม่สบอารมณ์แล้วนะ หรือบ่งบอกว่ากำลังเกิดควาไม่พอดีขึ้นกับลูก เช่น นมที่ให้หนูมันร้อนเกินไป หรือหนูมีแก๊สในท้องอยากเรอจังแม่คุณแม่ต้องหาสาเหตุแล้วแก้ปัญหาไปตามนั้นค่ะ แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น  เรอแล้วแต่ก็ยังไม่สงบลง ยังดึงหูอยู่  คุณแม่ลองสร้างบรรยากาศแห่งความสงบขึ้นมาเองนะคะ อาจจะปิดมู่ลี่หรือปิดโทรทัศน์ หรือพาไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอกห้องก็จะดีไม่น้อย หรือลูกกำลังไม่สบายตัว  เช่น  ปวดท้อง  เจ็บคอ คัดจมูก ฯลฯ  แต่แทนที่เจ้าหนูจะจับส่วนนั้น ๆ กลายเป็นไปจับหูแทนเสียนี่ สังเกตอาการหรือตรวจหาสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ลูกเกิดความไม่สบายตัว หากลูกยังร้องไห้แสดงอาการหงุดหงิดมาก ๆ แล้วยังหาสาเหตุไม่เจอต้องไปพบคุณหมอแล้วค่ะ

# เมื่อลูกเหยียดแขน หมายความว่าอย่างไร

การเหยียดแขนพร้อมกับกางไม้กางมือเป็นสัญญาณว่า  ตอนนี้หนูอารมณ์ดีจังแม่ !! ใช้นาทีทองให้คุ้มค่าค่ะ  เช่น  เมื่อลูกเคยเบื่อหรืองอแงเมื่อนั่งรถออกไปเลือกซื้อของกับคุณแม่  ตอนนี้อารมณ์ดีก็พาเจ้าหนูออกไปชอปปิ้งได้เลย  ลูกจะรู้สึกสนุกมากขึ้นแล้วหละ หรือลูกกำลังหัดลุกขึ้นนั่ง  การยื่นแขนออกมาเพื่อเป็นการทรงตัวนั่นเอง ให้ความช่วยเหลือเมื่อลูกต้องการ อาจจะเอาหมอนวางไว้รอบ ๆ ตัวลูกจะได้ไม่เกิดอันตราย หากลูกทรงตัวอยู่จะได้ไม่ล้มหัวฟาดพื้น

อ้างอิงข้อมูลจาก : หนังสือ คุณพร้อมหรือยังเพื่อลูกรัก  แปลโดย ศศิวรรณ

เรียนรู้ท่าทางลูกน้อย

เรียนรู้ภาษาทารก เบบี๋ร้องแบบนี้ แปลว่าอะไร

บทความ : เบบี๋ก็มี ภาษาทารก ฟังดีๆนะแม่ เสียงร้องแบบนี้ ลูกพยายามบอกอะไร

# เสียง “เฮะ”

เสียงนี้คุณพ่อคุณแม่จะได้ยินลูกน้อยร้องออกมาบ่อยที่สุด เสียง “เฮะๆๆๆ” ที่แม่ได้ยินตอนลูกร้องจะเป็นเสียงสั้น เป็นเสียงที่ลมออกมาจากปอด ลูกจะร้องอ้าปากกว้าง เป็นเสียงที่ลูกพยายามจะบอกแม่ว่า ตอนนี้หนูรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวอันเกิดจากความเปียกชื้น ร้อน เหนียวตัว อยู่นะ เมื่อลูกร้องแบบนี้คุณแม่ลองเช็กดูที่ผ้าอ้อมหรือร่างกายของลูกมีเหงื่อกแตกเพราะอากาศร้อน ควรปรับอุณหภูมิภายในห้องหรือพาลูกไปนอนที่อากาศถ่ายเท เช็กผ้าอ้อมว่าเฉอะแฉะเต็มไปด้วยฉี่หรือลูกอึ้ออกมา ก็สามารถทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ให้เจ้าหนูสบายใจหยุดร้องได้แล้ว

# เสียง "เอะ"

ลูกจะอ้าปากกว้างและปล่อยลมร้องเสียงออกมาคล้ายเสียงสระแอในภาษาไทย บอกถึงอาการที่ลูกน้อยมีลมในท้อง เป็นเสียงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างวันได้เรื่อย ๆ นะคะ ไม่ใช่เฉพาะแค่หลังทานนมเท่านั้น เมื่อลูกส่งเสียงร้องแบบนี้ให้คุณแม่สามารถทำให้ลูกเรอ ด้วยวิธี...

เมื่อลูกส่งเสียงร้องแบบนี้ให้คุณแม่สามารถทำให้ลูกเรอด้วยวิธี

  • อุ้มลูกให้นอนคว่ำให้ช่วงหน้าอก บริเวณลิ้นปี่ของลูกอยู่บนหน้าขา โดยคุณแม่นั่งบนเก้าอี้ท่าชันเข่า ใช้มือข้างที่ถนัดประคองช่วงไหล่ลูก  ใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบหลังลูกเบา ๆ หน้าขาคุณแม่จะช่วยนวดเบา ๆ ที่ท้องลูก เพื่อช่วยไล่ลมให้ลูกได้เช่นกัน
  • อุ้มทารกขึ้นพาดบ่า โดยคุณแม่อุ้มลูกหันหน้าเข้าหาตัว ประคองศีรษะลูกวางบนบ่าหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง  ใช้มือข้างที่ถนัดประคองต้นคอลูกไว้  ส่วนมืออีกข้างประคองก้นลูกไว้ ท่านี้ไหล่ของคุณแม่จะช่วยนวดลิ้นปี่ของลูกไปในตัวอย่างเบา ๆ ทำให้ลูกเรอได้
  • ให้ลูกนั่งตัก ท่านี้ให้คุณแม่จับลูกนั่งตักใช้มือข้างที่ถนัดประคองช่วงคางลูกเอาไว้จากนั้นโน้มตัวทารกเล็กน้อย หลังตรง  อุ้งมือของคุณแม่จะอยู่บริเวณลิ้นปี่ของลูก ให้ทิ้งน้ำหนักตัวลูกมากดทับที่มือของคุณแม่ จะช่วยคลึงท้องลูกเพื่อช่วยไล่ลมออก ส่วนมืออีกข้างให้ลูบหลังเบา ๆ ทำสักพัก 5-10 นาที เจ้าตัวน้อยก็จะเรอออกมาค่ะ

# เสียง "อาว"

เมื่อได้ยินลูกร้อง “อาว” ออกมา นี่นก็หมายความว่าทารกน้อยกำลังง่วงนอนแล้วล่ะ ลูกจะออกเสียงอาวด้วยลักษณะอ้าปากและห่อปากลงเหมือนการดูดงับเอาออกซิเจนเข้าไปในปากคล้ายกับการหาว เมื่อลูกร้องเสียงแบบนี้คุณแม่พาลูกเข้านอนได้เลย ด้วยการอุ้มลูกแนบอกและโยกตัวช้า ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ และสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้เงียบสงบ เท่านี้เจ้าตัวน้อยก็นอนหลับและมีเวลาให้คุณแม่ได้พักผ่อนตามไปด้วยค่ะ

# เสียง "อึนเนะ"

ลักษณะของเสียงอึนเนะลูกจะร้องออกมาเหมือนเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อยร่วมกับเสียงของการดูดตรงเพดานปาก หมายความว่า หนูหิว หนูอยากกินนมแม่แล้วนะ ดังนั้นอย่ารอช้าเลยค่ะ อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอดเพื่อให้นมกินได้เลย ในขณะที่คุณแม่ให้นมลูกก็พยายามสบตามองลูกน้อยเพื่อถ่ายทอดความรัก ความผูกพันที่มีในตัวให้ลูกได้รับรู้ จะส่งผลให้ลูกมีความสุขและเป็นเด็กที่อารมณ์ดี

source : parents.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ช่วยแม่มือใหม่ถอดรหัส 10 สาเหตุที่ทารกร้องไห้ ที่มาที่ไปของเสียงร้องอยู่ตรงนี้!!

ดูแลฟันลูกทำยังไง? ผู้ปกครองควรจะดูแลสุขภาพฟันเจ้าตัวน้อยอย่างไรบ้าง?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Weerati

app info
get app banner