เตือนชาวอุบลช่วงหน้าหนาว! มือเท้าปากระบาด

เตือนชาวอุบลช่วงหน้าหนาว! มือเท้าปากระบาด

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 ออกเตือน เมื่อากาศเย็นขึ้น โรคที่ต้องระวังมากที่สุดคือ โรคมือเท้าปาก!

สคร. 10 อุบลราชธานี ห่วงประชาชน เพราะเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว โรคที่ควรระวังก็คือโรค มือเท้าปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากต้นปี มีผู้ป่วยโรคนี้แล้วกว่า 71,610 ราย มีเสียชีวิตแล้ว 3 ราย

นายแพทย์ ศราวุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานีกล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาให้ประกาศประเทศไทยเข้าสู๋ฤดูหนาวแล้ว ในหลายจังหวัดของภาคอีสาน อากาศเริ่มหนาวเย็น และโรคที่น่ากลัวและควรเฝ้าระวังมากที่สุดก็คือ โรคมือเท้าปาก ซึ่งผู้ป่วยมักมีเพิ่มขึ้นในภาวะที่อากาศหนาวเย็นและชื้น และมักเกิดในสถานที่ ๆ มีเด็กจำนวนมากอยู่ร่วมกัน

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากนี้ จะพบมากในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคต่ำ การติดต่อของโรคจะติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือ หรือของเล่นที่มีน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกันโดยหลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ติดเชื้อถึงจะค่อยเริ่มแสดงอาการ

ซึ่งอาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อเนื้อตัวเป็นต้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็ก ๆ เกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้าและในปาก โดยตุ่มแผลในปากนั้น บริเวณรอบ ๆ จะอักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจึงจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ เป็นเหตุให้เด็กไม่ค่อยทานนม และทานอาหาร โดยโรคนี้ จะใช้เวลา  7 - 10 วัน เด็กจึงจะมีอาการดีขึ้น

เนื่องจากโรคนี้ไม่มียารักษาจำเพาะ หลักการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่ เช็ดตัวลดไข้ ทานยาลดไข้ หยดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก ที่สำคัญคือการสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ซึมลง อาเจียนเยอะ ปวดหัวมาก พูดจาสับสน หายใจดูเหนื่อยๆ ชีพจรเบาเร็ว ปลายมือปลายเท้าดูซีดเย็น ต้องรีบนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิดทันทีนะคะ

สาเหตุโรค มือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) หลายชนิด เช่น เอนเทอโรไวรัส 71 และ คอกแซคกี้ไวรัส (Coxsackie virus)

พบบ่อยในเด็กทารก และ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ใน โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก สถานที่เล่นของเด็กในห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะในที่อยู่รวมกันอย่างแออัด จะมีโอกาสที่เกิดการระบาดได้ โดยโรคเกิดประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในฤดูฝน

มือเท้าปาก

การแพร่ติดต่อ ส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โดยเชื้อติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และเกิดจากการไอจามรดกันโดยหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายจากละอองฝอยของผู้ป่วย

 

อาการของโรค หลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย เริ่มด้วย มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่ทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และ กระพุ้งแก้ม จะพบตุ่มหรือผื่นนูนแดงเล็ก (ไม่คัน) ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า ลำตัว และอาจพบที่ก้นด้วย ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณรอบๆ อักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจะแตกเป็นแผลหลุมตื้นๆ อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติ ภายใน 7-10 วัน

 

การรักษา

  • โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก
  • ผู้ปกครอง ควรเช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำและน้ำผลไม้ และนอนพักผ่อนมากๆ
  • ส่วนใหญ่โรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน หายได้เองใน 7-10 วัน แต่เชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เอนเทอโรไวรัส 71 อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่ทานอาหารหรือดื่มน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก ต้องรีบพาไป โรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกันโรค

โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัย ผู้ปกครองควรแนะนำบุตรหลานและผู้เลี้ยงดูเด็กให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ (ก่อนและหลังเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม หลังการดูแลเด็กป่วย) ตัดเล็บให้สั้น หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน และ ใช้ช้อนกลาง

สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้องด้วย

การควบคุมโรค

หากพบเด็กป่วย ต้องรีบแยกเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่นๆ ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 5-7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด เช่น สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ตลาด และห้างสรรพสินค้า ควรอยู่ในที่ที่มีการระบายถ่ายเทอากาศได้ดี ใช้ผ้าปิดจมูก ปากเวลาไอจาม และระมัดระวังการไอจามรดกันและผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย

มือเท้าปาก

ที่มา: ไทยรัฐ

ที่มาจาก : https://www.thonburihospital.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

มือเท้าปาก โรคที่ผู้ใหญ่ก็เป็นได้

มือเท้าปากติดง่าย แค่เล่นของเล่นเด็กในโรงพยาบาล

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner