TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

หยอดวัคซีนโรต้าแล้ว ทำไมลูกยังท้องเสียจากไวรัสโรต้าอีก

บทความ 5 นาที
หยอดวัคซีนโรต้าแล้ว ทำไมลูกยังท้องเสียจากไวรัสโรต้าอีก

เชื้อไวรัสโรต้า เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วงในเด็ก มีรายงานว่าเด็กอายุต่ำกว่า5ปีแทบทุกคนต้องเคยติดเชื้อไวรัสนี้ จะทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรต้าไวรัส

ลูกน้อย 1 ขวบ มาพบหมอพร้อมกับคุณแม่ ด้วยอาการถ่ายเหลว เป็นน้ำมากกว่าเนื้อมา 2 วัน ถ่ายวันละ 4 – 5 ครั้ง จนก้นแดง มีไข้ต่ำ ๆ อาเจียน 1 –  2 ครั้ง แต่ร่าเริงดี สามารถทานนม ทานข้าวได้ปกติ เมื่อหมอตรวจอุจจาระ จึงวินิจฉัยได้ว่าลูกมีอาการท้องเสียจากการติด เชื้อไวรัสโรต้า

แล้ว เชื้อไวรัสโรต้า คืออะไร อันตรายอย่างไรกับเด็ก ?

เชื้อไวรัสโรต้า

เมื่อลูกอายุ 15 สัปดาห์จะเป็นการรับวัคซีนโรต้าครั้งแรก และต้องรับต่อเนื่อง 2 – 3 โดส จนครบอายุ 8 เดือน

รู้จักกับไวรัสโรต้า

โรต้า เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายชนิดหนึ่ง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก โดยพบได้มากสุดในเด็กช่วงอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี มีรายงานว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีแทบทุกคนต้องเคยติดเชื้อ ไวรัสโรต้าอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต อาการของติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ทำให้เด็กเล็กมีอาการท้องเสียรุนแรง จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จากการขาดน้ำ และเกลือแร่

เด็ก ๆ ติดเชื้อไวรัสโรต้าได้อย่างไร ?

การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือหยิบเอาสิ่งที่มีการปนเปื้อนของไวรัสโรต้า เข้าทางปาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร หรือของเล่น เมื่อเด็ก ๆ นำสิ่งของ หรือ มือที่เปื้อนเชื้อไวรัสเข้าปาก หรือติดจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสเชื้อมาก่อน ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส จะเดินทางไปตามระบบทางเดินอาหาร คือ กระเพาะอาหาร ลำไส้ และไปทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เกิดอาการอักเสบ และติดเชื้อในที่สุด

เชื้อไวรัสโรต้านี้ มีความทนทานต่อผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถมีชีวิตอยู่บนร่างกายของมนุษย์ได้นาน 2 – 3 ชั่วโมง และอยู่บนพื้นผิวแห้ง ๆ ได้หลายวัน ทำให้โรต้า เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ง่าย ภายในครอบครัว โรงเรียน สนามเด็กเล่น และโรงพยาบาล

เชื้อไวรัสโรต้า

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส จะเดินทางไปตามระบบทางเดินอาหาร คือ กระเพาะอาหาร ลำไส้ และไปทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เกิดอาการอักเสบ และติดเชื้อในที่สุด

เมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้ว จะแสดงอาการอย่างไร ?

หลังได้รับเชื้อ 1 – 2 วัน เด็ก ๆ ที่ติดเชื้อจะเริ่ม มีไข้ และอาเจียน บางรายอาจเกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจ คือ มีน้ำมูกไหล ไอ คอแดง ร่วมด้วย ต่อมาจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 3 – 5 วัน ส่วนน้อยจะมีอาการท้องเสียเรื้อรังมากกว่า 1 สัปดาห์ หากอาการท้องเสียเกิดขึ้นเป็นเวลานาน หรือมีอาการรุนแรงทำให้เด็กขาดน้ำ และเกลือแร่มาก อาจต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

สังเกตอย่างไรว่าลูกมีภาวะร่างกายขาดน้ำ

  • มีอาการเซื่องซึม ไม่สนใจ ไม่ค่อยตอบสนองต่อการสัมผัส หรือคำพูดของพ่อแม่
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • ร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา
  • ผิวแห้ง
  • ปากแห้ง
  • ตาโหล เบ้าตาลึก
  • มีรอยบุ๋มลึกกลางศีรษะ
  • มีอาการกระหายน้ำมาก
  • ในลูกวัยทารก คุณแม่อาจสังเกตได้จากการที่ผ้าอ้อมแห้งนานหลาย ๆ ชั่วโมง
เชื้อไวรัสโรต้า

ไม่มีวัคซีนชนิดใดป้องกันโรคได้ 100% แต่วัคซีนสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ จากการศึกษาวัคซีนไวรัสโรต้า พบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงได้ประมาณ 80 – 90%

จะทราบได้อย่างไรว่าอาการท้องเสียเกิด เกิดจากไวรัสโรต้า?

เมื่อเด็ก ๆ มีอาการท้องเสีย และได้ไปพบคุณหมอ หากสามารถเก็บอุจจาระได้ คุณหมอจะนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาการติดเชื้อจากจำนวนเม็ดเลือดในอุจจาระ

ถ้าลูกติดเชื้อไวรัสโรต้า ควรได้รับการรักษาอย่างไร?

เนื่องจากไม่มียาต้านไวรัสชนิดนี้โดยตรง การรักษาอาการท้องเสียเนื่องจากไวรัสโรต้า ทำได้เช่นเดียวกับการรักษาโรคท้องเสียจากสาเหตุอื่น ๆ คือ ถ้าอาการไม่รุนแรง ก็สามารถรับยามาทานที่บ้านได้ โดยดื่มกินน้ำเกลือแร่ เพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไปจากการถ่าย และอาเจียน ถ้ามีอาการอาเจียนบ่อย ก็ทานยาแก้อาเจียน แต่หากมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล ซึม หรือทานไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยด่วน

การปกป้องลูกจากเชื้อไวรัสโรต้า

คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันลูกจากเชื้อไวรัสโรต้าได้ ด้วยวัคซีนป้องกันโรค โดยการหยอดวัคซีนเข้าทางปาก เมื่อลูกอายุ 15 สัปดาห์จะเป็นการรับวัคซีนโรต้าครั้งแรก และต้องรับต่อเนื่อง 2 – 3 โดส จนครบครั้งสุดท้ายที่อายุ 8 เดือน การได้รับวัคซีนจะลดความรุนแรงของอาการต่าง ๆ เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าได้ แต่เด็กอาจท้องเสีย หรืออาเจียนเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน

อีกหนึ่งวิธีการปกป้องลูกจากเชื้อไวรัสโรต้า คือการดูแลเรื่องสุขอนามัย ความสะอาดของอาหาร และน้ำดื่มของลูก รวมทั้งสอนให้ล้างมืออย่างถูกต้อง โดยใช้ฝ่ามือถูกันให้ทั่วถึง ทั้งบริเวณหลังมือ ซอกมือ ฝ่ามือ หัวแม่มือ รอบข้อมือ ทั้งสองข้าง คุณพ่อคุณแม่ และคนใกล้ชิดเองก็ต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยเช่นกัน

เชื้อไวรัสโรต้า

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซื้อยามาให้ลูกรับประทานด้วยตนเอง ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาจากแพทย์ จึงจะปลอดภัย

หากได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าแล้ว สามารถติดเชื้อได้หรือไม่?

ไม่มีวัคซีนชนิดใดป้องกันโรคได้ 100% แต่วัคซีนสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ จากการศึกษาวัคซีนไวรัสโรต้า พบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงได้ประมาณ 80 – 90% โดยเด็กที่เคยได้รับวัคซีนครบ ถึงแม้จะติดเชื้อไวรัสนี้ และมีอาการท้องเสีย ก็มักมีจะไม่รุนแรง เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วนั่นเอง

การติดเชื้อไวรัสโรต้าที่รุนแรงกว่าอาการท้องเสีย

เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักจะมีโอกาสติดเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งนำไปสู่อาการอุจจาระร่วง ร่างกายขาดน้ำ หากการติดเชื้อมีความรุนแรง อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่กระเพาะอาหาร และลำไส้

รายงานจากเว็บไซต์ kidshealth.org ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้ารับการรักษาเนื่องจากมีอาการท้องเสีย และร่างกายขาดน้ำ จากการติดเชื้อไวรัสโรต้ารุนแรงกว่า 55,000 ราย และในจำนวนนี้ อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้

หากลูกน้อยมีอาการท้องเสีย ร่างกายขาดน้ำ ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว แพทย์อาจตรวจเลือด ปัสสาวะ และอุจจาระ เพื่อหาการติดเชื้อไวรัสโรต้า และทำการรักษาต่อไป

เชื้อไวรัสโรต้า

ในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้ารับการรักษาเนื่องจากมีอาการท้องเสีย และร่างกายขาดน้ำ จากการติดเชื้อไวรัสโรต้ารุนแรงกว่า 55,000 ราย และในจำนวนนี้ อาจนำสู่การสูญเสียชีวิตได้

ดูแลลูกที่บ้าน หลังจากการรักษา

คุณพ่อคุณแม่ควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากลูกมีอาการท้องเสียติดต่อกัน 2 -3 วัน การรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และเกลือแร่ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อทดแทนส่วนที่ร่างกายสูญเสียไป หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ น้ำหวาน ต่าง ๆ ที่อาจทำให้มีอาการท้องเสียรุนแรงขึ้น หากลูกอาเจียนร่วมด้วย ควรให้รับประทานอาหารทีละน้อย ๆ แต่หลาย ๆ มื้อต่อวันแทน อย่างไรก็ตาม หากลูกยังดื่มนมแม่อยู่ ก็สามารถดื่มต่อไปได้ปกติ

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซื้อยามาให้ลูกรับประทานด้วยตนเอง ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาจากแพทย์ จึงจะปลอดภัย

source medlineplus.gov , kidshealth.org

บทความที่น่าสนใจอื่น ๆ

อาการข้างเคียงของวัคซีน แต่ละชนิดส่งผลอะไรกับลูกบ้าง

ทุกเรื่องที่พ่อแม่ควรรู้ เมื่อลูกท้องเสีย

ส่าไข้ ทารก ไข้ออกผื่น เกิดจากอะไร แม่อาบน้ำให้ลูกได้ไหม ทำยังไงถึงจะหาย

parenttown

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • หยอดวัคซีนโรต้าแล้ว ทำไมลูกยังท้องเสียจากไวรัสโรต้าอีก
แชร์ :
  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว